จากกรณีที่ ประธานกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการสลากฯ วันที่ 24 มิ.ย. ได้สั่งการให้ฝ่ายบริหารเสนอแผนเดินหน้าออกสลากออนไลน์ ทั้งหวยบนดิน 2 ตัว 3 ตัว และสลากลอตโต ให้พิจารณา เพื่อกำหนดว่าจะดำเนินการรูปแบบใด และเตรียมแนวทางเสนอให้รัฐบาลใหม่พิจารณา ตามที่ได้เคยเสนอเป็นข่าวไปแล้วนั้น
- ลุ้น กองสลากฯ สู้หวยใต้ดิน ขายเองหวย 2 ตัว-3 ตัว รางวัล 100 ล้าน
- ไฟเขียวศึกษารูปแบบออกหวย 2 ตัว 3 ตัว-ลอตโต แจ๊กพอต รางวัล 100 ล้าน!
ล่าสุด วันนี้ (25 มิ.ย.) นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี(พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol โดยมีเนื้อหาระบุถึงกรณี “หวยบนดิน” โดยมีใจความว่า
ดูเหมือนว่า แฟนคลับจะสนใจเรื่องหวยบนดิน ที่ได้โพสต์ไปแล้ว ก็มาขยับเรื่องลอตเตอรี่กันสักหน่อย
ในยุครัฐบาลพรรคไทยรักไทย ได้ออกลอตเตอรี่เพิ่มขึ้น จนมีจำนวนประมาณ 30 ล้านฉบับต่องวด การเพิ่มจำนวนลอตเตอรี่ครั้งสุดท้ายในยุคนั้นถูกต่อต้านอย่างรุนแรง ว่าเป็นการดูดเงินจากชนบทเข้ามาส่วนกลาง เป็นสาเหตุทำให้พี่น้องในต่างจังหวัดยากจน
แต่มาถึงปัจจุบันนี้ จำนวนลอตเตอรี่ได้เพิ่มขึ้นเป็น 90 ล้านฉบับ โดยประมาณ เดือนหนึ่งออกลอตเตอรี่ 2 ครั้งรวมเป็น 180 ล้านฉบับ ชาวบ้านจำนวนมากต้องซื้อลอตเตอรี่ในราคาใบละ 100 บาท จากจำนวนลอตเตอรี่ดังกล่าวหมายความว่าในแต่ละปี ได้มีการดูดเงินจากชาวบ้านชาวชนบทคนยากคนจนทั่วประเทศเข้ามาส่วนกลางประมาณ 200,000 ล้านบาท
นี่จึงเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้เงินสดหายจากต่างจังหวัด และทำให้กระเป๋าเงิน ของประชาชนคนยากคนจนในชนบททั่วประเทศ ไม่พอแก่การจับจ่ายใช้สอย จากจำนวนคนยากจนที่ได้รับบัตรคนจนประมาณ 14 ล้านคน จากจำนวนประชากรไทย 70 ล้านคน ซึ่งเป็นเด็กเสีย 15 ล้านคน จึงเป็นจำนวนคนยากจนมากมายกว่าทุกระยะที่ผ่านมา
เราพูดกันถึงความจงรักภักดีต่อศาสนา แต่กลับไม่นำพาต่อหลักธรรมคำสอนทางศาสนาที่ว่าอบายมุขคือเหตุแห่งความฉิบหายเลย
ย้อนคำพิพากษา “ทักษิณ” หวยบนดิน มอมเมาประชาชน
ผู้สื่อข่าวยังรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง เมื่อเวลา 12.00 น. นายสบโชค สุขารมณ์ อดีตประธานศาลฎีกาและองค์คณะผู้พิพากษารวม 9 คน อ่านคำพิพากษาคดีออกโครงการสลากพิเศษเลขท้าย 2 และ 3 ตัว หรือหวยบนดิน ในยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร คดีหมายเลขดํา อม.1/2551 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย
ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริตเป็นเหตุให้ผู้หนึ่งผู้ใดเสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 152, 153, 154 ,157 ประกอบมาตรา 83, 84, 86, 90, 91 ความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 3, 4, 8, 9, 10 ,11 กรณีถูกกล่าวหาร่วมกลุ่มรัฐมนตรีในรัฐบาลทักษิณ 2 ปี 2549 และอดีตผู้บริหารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล รวม 47 คน ดำเนินโครงการออกสลากพิเศษเลขท้าย 2 และ 3 ตัว (หวยบนดิน) ตั้งแต่งวดวันที่ 1 ส.ค. 2546 – 16 ก.ย. 2549 โดยมิชอบ
โดยพิเคราะห์แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า วัตถุประสงค์การออกสลากกินแบ่ง เพื่อหาเงินรายได้เข้ารัฐ โดยก่อนการจำหน่ายสลากหวยบนดินมีการศึกษาข้อกฎหมายและผลกระทบทางสังคมแล้ว ได้ทักท้วงจำเลยที่ 1 ให้ทราบว่าการออกสลากหวยบนดินอาจเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย แต่จำเลยที่ 1 ไม่ยับยั้งความเสี่ยง
ยังปรากฏข้อเท็จจริงว่าได้สั่งการให้จำเลยที่ 10 และผอ.กองสลาก (ขณะนั้น) จำเลยที่ 42 เร่งดำเนินการออกสลากเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว โดยไม่ต้องรอเครื่องพิมพ์สลาก แสดงว่าจำเลยที่ 1 ต้องการออกสลากหวยบนดินโดยไม่คำนึงถึงวัตถุประสงค์ของกองสลาก และไม่แก้ไขข้อกฎหมายก่อน
เข้าลักษณะเป็นเจ้ามือรับกินใช้ ซึ่งมีเงื่อนไขเดียวกับหวยใต้ดิน เป็นการพนันขันต่อให้มัวเมาประชาชน
ทั้งการนำเรื่องเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ก็เข้าสู่วาระจร เป็นเหตุให้ครม.อนุมัติโดยเข้าใจว่าเป็นการกระทำโดยชอบตามกฎหมาย จึงเป็นความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบในการดำเนินโครงการออกสลากพิเศษฯ ที่ร่วมกับจำเลยที่ 10 และ 42 ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาไปแล้ว แต่ไม่ปรากฏว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดอื่น ตามมาตรา 153, 147, 152 องค์คณะฯ มีมติเสียงข้างมาก พิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 2 ปี และให้ออกหมายจับจำเลยมาปฏิบัติตามคำพิพากษา