ปิยบุตร รอดูคดีถือหุ้นสื่อ ลั่นถ้าส.ส.รัฐบาลรอด อนาคตใหม่ก็ต้องรอด

ปิยบุตร

ปิยบุตร วัดใจคดี ถือหุ้นสื่อ ลั่นหากส.ส.รัฐบาลรอด เชื่ออนาคตใหม่ต้องรอดด้วย

วันที่ 27 มิ.ย. ที่หอประชุมใหญ่ทีโอที นาย ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) แถลงถึงกรณี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยื่นหนังสือถึงประธานสภาฯ เพื่อให้พิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ส.ส.ฝ่ายค้าน 33 คน เข้าข่ายการถือครองหุ้นสื่อมวลชน ว่า เรื่องดังกล่าวถือเป็นสิทธิ์ เนื่องจากรัฐธรรมนูญมาตรา 82 ให้อำนาจ ส.ส.ในการเข้าชื่อ

แต่ก่อนหน้านั้นในช่วงเช้าทราบมาว่าจะใช้วิธีการร้องตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่คงเปลี่ยนการตัดสินใจ เพราะเปิดรัฐธรรมนูญแล้วพบว่าไม่มีช่อง จึงหันมาใช้ช่องนี้ ซึ่งพวกท่านมีวาสนากว่าตน เพราะได้ยื่นถึงมือนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ โดยตรง ขณะที่ตนต้องยื่นผ่านเจ้าหน้าที่ ซึ่งก็ต้องติดตามดูต่อไปว่าจะใช้เวลาเท่าไร

นายปิยบุตร กล่าวว่า สำหรับกรณี ส.ส.พรรค อนค. 21 รายที่ปรากฏรายชื่อในคำร้องของ ส.ส.พรรคพปชร.นั้น เรายืนยันว่าหลายกรณีมีการโอนหุ้นไปแล้ว และหลายกรณีก็เป็นบริษัทที่ไม่ได้ประกออบกิจการสื่อ และหลักใหญ่ใจความที่ตนย้ำมาตลอด คือเจตนารมณ์ที่แท้จริงของรัฐธรรมนูญที่ไม่ต้องการให้นักการเมืองไปครอบงำสื่อเพื่อใช้เอาเปรียบกันทางการเมือง

แต่จากกรณีนายภูเบศวร์ เห็นหลอด อดีตผู้สมัคร ส.ส.สกลนคร พรรค อนค. ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง พิจารณาจากหนังสือบริคณห์สนธิ เจอวงเล็บใดเกี่ยวกับสื่อก็ตัดสิทธิ์ทันที จึงเกิดปัญหาซ้ำซ้อนกันแบบนี้

ดังนั้น สิ่งที่พรรค อนค.ยืนยัน คือเราเห็นว่าการตีความกฎหมายเช่นนี้มีปัญหา ความจริงควรดูเรื่องการครอบงำสื่อเป็นหลัก แต่ท้ายที่สุดเรื่องนี้จะอยู่ในมือของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเราหวังว่าศาลจะมีมาตรฐานในการตัดสินที่เท่าเทียมกัน ไม่เลือกปฏิบัติ

เมื่อถามว่าพรรค อนค.ย้ำเรื่องเจตนารมณ์ แต่ในคำร้องของพรรค อนค.ก็ร้องส.ส.ฝ่ายรัฐบาลโดยระบุถึงหนังสือบริคณห์สนธิเท่านั้นเช่นกัน นายปิยบุตรกล่าวว่า การที่เราร้อง เพราะต้องการเรียกร้องมาตรฐานของกระบวนการยุติธรรมเกี่ยวกับคุณสมบัติต้องห้ามเรื่องถือหุ้นสื่อ ในเมื่อตัดสินคดีนายภูเบศวร์ และนายคมสัน ศรีวนิชย์ อดีตผู้สมัครส.ส.อ่างทอง พรรคประชาชาติ มาแล้ว ทำให้เกิดมาตรฐานขึ้นมา

เราจึงต้องถามว่ามาตรฐานเรื่องนี้อยู่ตรงไหนกันแน่ อย่างน้อยที่สุด ครั้งนี้เป็นโอกาสให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้เกิดความชัดเจน หากกรณีที่ถือหุ้นในบริษัทที่ไม่ได้ประกอบกิจการสื่อจริงๆ แต่หนังสือบริคณห์สนธิมีเรื่องสื่อ ถ้าแนวทางของศาลรัฐธรรมนูญจะไม่เหมือนศาลฎีกา หากเขารอด เราก็ต้องรอด

เมื่อถามว่าเคยมีกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญอาศัยบรรทัดฐานของศาลฎีกาในการตัดสินหรือไม่ นายปิยบุตร กล่าวว่า เท่าที่ได้ตรวจสอบ พบว่ามีโอกาสที่จะตัดสินไม่เหมือนกัน แต่ไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินสอดคล้องหรือวางแนวแบบใหม่ ก็ขอให้ใช้มาตรฐานเดียวกันกับ ส.ส.ทุกคนทุกพรรคการเมือง

บทความก่อนหน้านี้โชเฟอร์ รับเซลฟี่ฉาวจริง แต่ไม่ตั้งใจเผยแพร่ ลงดาบปรับ 1 พันบาท ปลูกจิตสำนึก!
บทความถัดไปฟาดแข้งอีกรอบ! ห้วยไร่คัพ 2 ‘ก้อง’แจกเพียบ มีรางวัลชื่อทีมยอดเยี่ยม ห้ามใส่เกิบเล่น