‘บิ๊กตู่-พลังประชารัฐ’ เฮลั่น! กกต.ตีตก 5 คำร้อง ปมเจ้าหน้าที่รัฐ-จัดโต๊ะจีน รอดแล้วจ้า!

กกต. ตีตก 5 คำร้องรวดของ“เรืองไกร” ทั้งเสนอชื่อ “บิ๊กตู่” บัญชีนายกฯ ใช้สื่อออนไลน์ไม่เข้าข่ายเป็นกิจการสื่อ ไม่เป็นจนท.อื่นของรัฐ ระดมทุนโต๊ะจีน 3 ล้านแพงแต่ไม่ได้แสวงหากำไร “อุตตม” นั่งหัวหน้าพรรคก่อนเป็นสมาชิก ก็ไม่ผิดไร้เหตุยุบพรรค

เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ได้มีหนังสือลงวันที่ 26 มิ.ย. แจ้งผลการพิจารณายกคำร้องใน 5 ประเด็นที่เกี่ยวกับพรรคพลังประชารัฐ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปยัง นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติซึ่งเป็นผู้ร้องได้รับทราบ มีรายละเอียด

1. กรณีที่ ขอให้ กกต. ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ยุบพรรคพลังประชารัฐ

เนื่องจากเสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีพรรคไม่เป็นไปตามข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ พ.ศ. 2561 ข้อ 90 และ ข้อ 91 โดยนายทะเบียนพรรคการเมืองเห็นว่า การลงมติเพื่อเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ ดำเนินการโดยชอบแล้ว มีการเสนอชื่อ 3 คน ประกอบด้วยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และนายอุตตม สาวนายน โดยในวันที่ 8 ก.พ. 62 ซึ่งเป็นวันที่พรรคพลังประชารัฐแจ้งรายชื่อบุคคลที่พรรคมีมติเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีต่อกกต.นั้นมีหนังสือยินยอมของพล.อ.ประยุทธ์ให้เสนอชื่อได้ ดังนั้นการเสนอชื่อดังกล่าวจึงเป็นไปตามข้อบังคับพรรคข้อ 90 และข้อ 91 และพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. 2561 มาตรา 13 และ14 รวมถึงระเบียบกกต. ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. 2561 ข้อ 114และ 115 แล้ว

2. กรณี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นข้าราชการ หรือ เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ

ซึ่งต้องห้ามมิให้เสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นนายทะเบียนพรรคการเมืองเห็นว่า กกต.มีมติไปแล้วว่าการประกาศชื่อพล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญมาตรา 88 และมาตรา 89 รวมถึงพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.มาตรา 13 และ 14 แล้ว

3. กรณีพล.อ.ประยุทธ์ เปิดเฟซบุ๊ก อินสตราแกรม เว็บไซต์ เข้าข่ายเป็นเจ้าของกิจการสื่อ

มีผลให้ต้องห้ามเป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี นั้น กกต.มีมติแล้วว่ายังไม่ถือว่าเข้าข่ายเป็นเจ้าของกิจการสื่อมวลชน จึงไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 (4)ประกอบมาตรา 160(6)และมาตรา 98(3) รวมถึงมาตรา 264

4. กรณีพรรคพลังประชารัฐจัดกิจกรรมระดมทุนด้วยการขายโต๊ะจีนราคา 3 ล้านบาท

ก็ไม่เข้าข่ายการแสวงหากำไรมาแบ่งปันกันแม้จะกำหนดราคาโต๊ะจีนสูงแต่ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้เข้าร่วมกิจกรรมระดมทุน โดยกฎหมายได้จำกัดวงเงินผู้สนับสนุนเอาไว้แล้ว กรณีดังกล่าวจึงไม่ใช่เป็นการขายสินค้าในลักษณะแสวงหากำไรมาแบ่งปันกัน ยังไม่เป็นเหตุให้ยุบพรรคการเมือง

5. กรณีร้องว่านายอุตตม สาวนายน ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

โดยยังไมได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เห็นว่า มีการปฏิบัติตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดตั้งแต่การจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง จัดประชุมตั้งพรรคการเมืองในส่วนของผู้ร่วมกันจัดตั้งพรรค จากนั้นเมื่อสภาพนิติบุคคลเกิดขึ้นเมื่อนายทะเบียนตามรับการจดจัดตั้ง ก็มีการเปิดรับสมัครสมาชิกในวันที่ 8 พ.ย. 61 โดยนายอุตตม ได้ทำหนังสือแจ้งเรื่องการรับสมัครสมาชิกให้กกต.รับทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วัน

เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 13 พ.ย. 61 และในวันดังกล่าวนายอุตตมก็สมัครเป็นสมาชิกพรรคชำระค่าบำรุงตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งสำนักงานกกต.เคยตอบข้อสอบถามพรรคอนาคตใหม่ว่าผู้ที่เข้าชื่อร่วมกันขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองและได้รับเลือกเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองจะเป็นสมาชิกต่อเมื่อได้ชำระค่าบำรุงพรรคแล้วดังนั้น

การเป็นหัวหน้าพรรคของนายอุตตม จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว และไม่เป็นเหตุให้ยุบพรรคการเมืองแต่อย่างไร ทั้งนี้นายทะเบียนพรรคการเมืองยังแจ้งว่าหากนายเรืองไกร มีพยานหลักฐานใหม่อันสำคัญแก่การพิจารณาซึ่งน่าจะทำให้ผลการพิจารณาของนายทะเบียนพรรคการเมืองเปลี่ยนแปลงไปสามารถแจ้งให้พิจารณาได้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน


 

บทความก่อนหน้านี้โน้ต วัชรบูล ประกาศ ผมแต่งงานแล้ว ภรรยาชื่อ กุ้ง หลังดูใจกัน 2 ปี
บทความถัดไปเค้นสอบ อดีตพนักงานเซเว่น ต้องสงสัย บุกเดี่ยว จี้-เปิดเซฟ ชิงเงินสดก้อนโต 2.3 ล้าน