รัฐบาลจนแต้ม หันเล่นเกมเสี่ยง : รายงานการเมือง

รัฐบาลจนแต้ม

รัฐบาลจนแต้ม หันเล่นเกมเสี่ยง

รัฐบาลจนแต้ม หันเล่นเกมเสี่ยง : รายงานการเมือง – เป็นข่าวใหญ่ครึกโครมที่คนจำนวนมากสนใจไม่แพ้ข่าวการเมือง

คดี “บิลลี่” พอละจี รักจงเจริญ แกนนำกะเหรี่ยงแก่งกระจาน ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ พบหลักฐานเสียชีวิตจากการถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม หลังหายตัวไปไร้ร่องรอยเมื่อ 5 ปีก่อน

กรณีบิลลี่ เกิดขึ้นเมื่อปี 2557 เป็นกรณีหนึ่งทำให้องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) นำเสนอรายงานเมื่อปี 2561 ทำให้ประเทศไทยถูกขึ้นบัญชี 1 ใน 38 ประเทศที่มีพฤติกรรมน่าละอาย

เนื่องจากมีการกระทำคุกคามนักต่อสู้เพื่อ สิทธิมนุษยชนด้วยการสังหาร ทรมาน จับกุมโดยพลการ ปฏิบัติการอย่างโหดร้าย เรื่องนี้ทำให้ไทยเสียชื่อเสียงเป็นที่น่าอับอายจากการถูกประจานของยูเอ็น

ไม่มีใครรู้ว่าถึงที่สุดแล้วกระบวนการยุติธรรมจะเดินหน้าไปสุดทางได้หรือไม่

แต่ก็วางใจได้ระดับหนึ่งเมื่อผู้นำเบอร์ 1 ของประเทศไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม สั่งกำชับด้วยตัวเองให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนคดีอย่าง รัดกุม หาตัวผู้กระทำผิดมาให้ได้ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม

“ขอย้ำว่าไม่ว่าจะเป็นใครก็ทำผิดกฎหมายไม่ ได้ทั้งสิ้น ผมคงจะไปช่วยใครไม่ได้ กฎหมายว่าอย่างไรก็ต้องทำตามนั้น ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการ” พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศเสียงเข้ม

รัฐบาลจนแต้ม

แต่ที่ยังวางใจไม่ได้ก็คือสถานการณ์การเมืองตอนนี้ที่กำลังมาถึงจุดพีกในหลายเรื่องหลายประเด็น

หลักๆ คือกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่าน คำวินิจฉัยคุณสมบัติความเป็นนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ ต้องสิ้นสุดลงจากกรณีเป็น เจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ ในวันที่ 18 ก.ย.

วันเดียวกับที่สภาผู้แทนฯ เปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 เรื่องที่นายกฯ นำคณะรัฐมนตรีกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ไม่ครบถ้วนตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 161

กับประเด็นแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 เนื่องจากไม่มีการชี้แจงแหล่งที่มารายได้ที่จะนำมาใช้ดำเนินนโยบาย

เมื่อวันอ่านคำวินิจฉัยของศาลฯ ตรงกับวันอภิปราย

ฝ่ายค้านเจ้าของญัตติเกรงพล.อ.ประยุทธ์ จะใช้กรณีศาลรัฐธรรมนูญเป็นข้ออ้าง ไม่มาตอบคำถามชี้แจงสภาโดยเฉพาะประเด็นถวายสัตย์ไม่ครบ

ฝ่ายค้านทำเรื่องหารือนายชวน หลีกภัย ประธานสภาขอขยับร่นวันอภิปรายเป็นวันที่ 17 ก.ย. แต่นายชวนไม่เอาด้วย ยืนยันให้เป็น วันที่ 18 ก.ย.ตามคิวเดิมที่ฝ่ายรัฐบาลประสานล็อกวันไว้แล้ว

แต่ถึงจะอภิปรายวันเดียว เนื่องจากวันที่ 19 ก.ย. ต้องปิดสมัยประชุมรัฐสภา แต่นายชวน ก็รับปากให้อภิปรายได้เต็มเหยียดเกือบ 15 ชั่วโมง เช้า 9 โมงครึ่ง ยาวไปถึงเที่ยงคืน โดยไม่ยอมอ่อนข้อให้ทีมงานนายกฯ ที่พยายามล็อบบี้ขอให้เปิดเวทีแค่ครึ่งวัน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้สัมภาษณ์หลายครั้งว่า ตนเองไม่กลัวสภา ยิ่งครั้งนี้เป็นการเปิดอภิปรายโดยไม่มีการลงมติ จึงไม่มีอะไรต้องกังวล

ถึงกระนั้นก็มีการกระทำหลายอย่างสวนทางกับคำพูด จนถูกวิจารณ์ว่าปากกล้าขาสั่นหรือไม่

น่าสนใจยิ่งไปกว่านั้นคือการที่ พล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่เยี่ยมชาวบ้านผู้ประสบอุทกภัยจากพายุโพดุล อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ได้กล่าวตอนหนึ่งถึงเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณ

“ผมเข้าใจระบอบประชาธิปไตย ซึ่งไม่มีผิดจากรัฐธรรมนูญ เคยอ่านรัฐธรรมนูญกันไหม เถียงกัน จังเลยเรื่องไม่เป็นเรื่อง ผมก็ปฏิบัติตามทุกอย่าง เพราะรัฐธรรมนูญเป็นของปวงชนชาวไทย แล้วใครลงพระปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จบแล้วใช่ไหม ปวงชนชาวไทย

และพระองค์ท่านทรงรับสั่งว่าอย่างไร มีพระปฐมบรมราชโองการว่าเราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งประชาชนใช่ไหม มันสมบูรณ์แล้ว ผมถวายสัตย์สมบูรณ์ไหม ไปบอกให้ผมหน่อย อะไรกันนักกันหนา ไม่เข้าใจ”

ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่า ช่วงก่อนสภาเปิดอภิปราย มีความพยายามจากฝ่ายรัฐบาลสร้างข่าวไอโอ กล่าวหาฝ่ายค้านละเลยความเดือดร้อนของชาวบ้านภาคเหนือ ภาคอีสานที่กำลังประสบอุทกภัย สนใจแต่เรื่อง ถวายสัตย์ไม่ครบ

เพื่อทำลายน้ำหนักการอภิปรายตามมาตรา 152

แต่ประด็นนี้จุดไม่ติด เพราะฝ่ายค้านยื่นญัตติเปิดอภิปรายเรื่องนี้ก่อนพายุโพดุลจะมา ทั้งยังมีภาพคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ลงพื้นที่เดินลุยน้ำซับน้ำตาชาวร้อยเอ็ด

คุณหญิงสุดารัตน์ นำทีมส.ส.เพื่อไทยลงเยี่ยม ผู้ประสบภัยก่อนคณะนายกฯ จะลงพื้นที่พิษณุโลก-สุโขทัย เสียด้วยซ้ำ

กระนั้นประเด็นที่ฝ่ายค้านไม่สบายใจและต้อง รีบออกมาเตือนสติคนในรัฐบาล คือการที่ผู้ใหญ่ในรัฐบาลพยายามนำเรื่องการอภิปรายปมถวายสัตย์ ลากโยงไปพาดพิงถึงสถาบันเบื้องสูง

โดยเฉพาะการที่นายกฯ ให้สัมภาษณ์ย้ำถึงการถวายสัตย์ว่าจบแล้ว สมบูรณ์แล้ว อ้างถึงพระปรมาภิไธย และพระปฐมบรมราชโองการ

“วันนี้ฝ่ายรัฐบาลกำลังจะลากฝ่ายค้านไปพูด เรื่องนี้ด้วย แต่การอภิปรายตามมาตรา 152 ไม่เกี่ยวกับสถาบัน รัฐบาลพยายามพูดหลายครั้งเพื่อลากเราเข้าไปใกล้ ขอเตือนว่าเรารู้ทัน เราจะไม่พูด รัฐบาลอย่าทำแบบนี้เพื่อหวังจะประชุมลับ หรือปัดความผิดว่าไม่ได้อยู่ที่ตัวนายกฯ จึงขอให้หยุด เพราะเรารู้ทัน และเราจะไม่อภิปรายไปถึงสถาบันแน่นอน” นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้านระบุ

ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ ยังคงยืนยันว่า เรื่องนี้แล้วแต่จะคิด วิญญูชนควรรู้ว่าอะไรเป็นอะไร

กรณีนี้นายศรีอัมพร ศาลิคุปต์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ ให้ความเห็นไว้น่าสนใจ

โดยตักเตือนฝ่ายการเมืองอย่านำกระเเสพระราช ดำรัสไปตีความเป็นพระบรมราชวินิจฉัย โยงเกี่ยวกระบวนการยุติธรรมที่ศาลรัฐธรรมนูญกำลังวินิจฉัย

การที่หลังจากครม.ถวายสัตย์ปฏิญาณ พระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชดำรัสให้กำลังใจและแนะนำในการปฏิบัติหน้าที่ นับว่าเป็นพระราชอํานาจที่จะพระราชทานพระบรมราโชวาทให้กำลังใจ และแนะนำในการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายบริหาร เพื่อเป็นประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติบ้านเมืองและประชาชน

ฝ่ายการเมืองและประชาชนจึงไม่บังควรนำ เรื่องนี้ไปยุ่งเกี่ยว หรือปะปนกับกระบวนการยุติธรรมในชั้นศาลรัฐธรรมนูญที่กำลังจะมีขึ้น เพราะไม่เกี่ยวข้องกัน และไม่ควรนำไปตีความว่าพระองค์ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยในเรื่องวิธีการถวายสัตย์ปฏิญาณ

“เรื่องความถูกผิดของกระบวนการถวายสัตย์ปฏิ ญาณของครม.ชุดนี้ ไม่ควรบังอาจไปถือเอาว่าพระมหากษัตริย์ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยเกี่ยวกับความ ถูกผิดของการถวายสัตย์ปฏิญาณในครั้งนี้ด้วย” นายศรีอัมพรกล่าวย้ำ

ก็ต้องดูว่าผู้ใหญ่ในรัฐบาลจะฟังคำเตือนของ ผู้พิพากษาอาวุโส และหยุดการกระทำดังกล่าวหรือไม่

ถ้าไม่หยุดก็แสดงว่ารัฐบาลอาจกำลังเข้าตาจนจริงๆ เกี่ยวกับกรณีถวายสัตย์ไม่ครบ จนต้องดึงเอาสถาบันมาเป็นเกราะคุ้มกันตัวเอง

ซึ่งถือเป็นเกมเสี่ยงต่อกระแสตีกลับอย่างมาก

เหมือนตัวอย่างกรณีข้าวกะเพราไข่ดาวใส่ กล่องพลาสติก ที่ต้องการขายภาพนายกฯติดดิน แต่ ผลออกมากลับกลายเป็นผิดพลาดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ โฆษกรัฐบาลต้องออกมายอมรับผิด กล่าวขอโทษ ต่อสังคม

แต่ความผิดพลาดเรื่องข้าวกล่องของนายกฯ ถือเป็นเรื่องเล็กไปเลยเมื่อเทียบกับเรื่องถวายสัตย์ไม่ครบ และพยายามแก้ปัญหาเอาตัวรอดแบบผิดวิธี

ทั้งที่ความจริงเรื่องถวายสัตย์ไม่ครบ ก็เหมือนกับคดีบิลลี่ พอละจี

อย่างที่พล.อ.ประยุทธ์ พูดไว้เอง สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นใครก็ทำผิดกฎหมายไม่ได้ทั้งสิ้น กฎหมายว่าอย่างไรก็ต้องทำตามนั้น

ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการ

..อ่าน..

บทความก่อนหน้านี้ดวงประจำวันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน 2562 ราศีใดได้รับเครื่องประดับ ราศีใดของหายได้คืน
บทความถัดไป‘บุรินทร์ ดิสโก้ อิน ทักซิโด้’ จัดเพลงครบรส-แขกรับเชิญแน่น