ทักษิณ เผยวิธีแก้วิกฤต 'สึนามิ' โดยไม่ง้อเงินบริจาค ครั้งหนึ่ง 'ไทย' เคยเป็นผู้ให้กู้

17 มี.ค. 2564 - 14:37 น.

อดีตนายกรัฐมนตรี “ทักษิณ ชินวัตร” จัด Clubhouse ร่วมกลุ่มแคร์ ใช้ชื่อ “โทนี่” เผยวิธีแก้วิกฤต ‘สึนามิ’ โดยไม่ง้อเงินบริจาค ครั้งหนึ่ง ‘ไทย’ เคยเป็นผู้ให้กู้

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

วานนี้ (16 มี.ค.) เมื่อเวลา 20.00น. กลุ่ม CARE จัด Clubhouse โดยมีแขกรับเชิญพิเศษคือ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมตรี โดยการปรากฏตัวใน Clubhouse ของอดีตนายกรัฐมนตรีที่ใช้ชื่อว่า Tony Woodsome ครั้งนี้ นับเป็น ครั้งที่ 3 หลังจากปรากฏตัวครั้งแรกเมื่อปลายเดือนก.พ. ที่ผ่านมา วันนี้เป็นการจัดรายการสัมภาษณ์สดหัวข้อศิลปะการเจรจาระหว่างประเทศ เริ่มดำเนินรายการตั้งแต่เวลา 20.00 น. ซึ่งนายทักษิณ ได้เล่าถึงประสบการณ์เจรจาระหว่างประเทศ ทั้งในช่วงการทำธุรกิจ และในช่วงที่เป็นนายกรัฐมนตรี รวมถึงเบื้องหลังการซื้อทีมฟุตบอล “แมนเชสเตอร์ ซิตี้” โดยมีรายละเอียดดังนี้

เมื่อถามว่า การบริหารประเทศ การเจรจากับผู้นำต่างชาติ ต้นเหตุวิกฤติเศรษฐกิจโลก ภาพลักษณ์ไทย ณ วันที่คุณโทนี่ขึ้นมาเป็นประเทศกู้ไอเอ็มเอฟหมื่นเจ็ดพันกว่าล้าน ทำอย่างไรถึงล้างภาพเหล่านี้ได้ อย่างตอนนั้นที่ไปญี่ปุ่นเป็นอย่างไร

นายทักษิณตอบว่า ตอนแรกเข้ามาไทยเป็นประเทศลูกหนี้ มันไม่ใช่แค่เงินจาก IMF แต่มาจากประเทศต่างๆ เช่น ญี่ปุ่นให้เยอะสุด เราต้องสร้างเครดิตให้ประเทศ ในภาคธุรกิจเป็นหนี้ไม่มีใครคบ ผมจะไม่กู้เงินต่างประเทศอีกต่อไปภายใต้การนำของผม อย่างที่เคยบอกว่า “Help yourself before god can help you.”

ตอนนั้นผมไปญี่ปุ่น เขาบอกผมว่าถ้าอยู่ไม่ถึงปีจะให้ working visit ไม่ให้ official visit ผมบอกอยากได้ official visit เลยถามเขามีเงื่อนไขอะไร เขาบอกห้ามขอเงินช่วยเหลือ ผมเลยบอก You เข้าใจผิดแล้ว ผมไม่ต้องการการช่วยเหลือได้ๆ ญี่ปุ่นจะไม่ให้เงินกู้เพราะผมล้มประมูลสุวรรณภูมิทำให้เราเซฟไปหมื่นหกพันแปดร้อยล้าน เราขยายผู้โดยสารจาก 25 มาเป็น 35 ล้าน ทำเสร็จทูตญี่ปุ่นมาขอให้ผมกู้

ในตอนแรกบอกเราว่าไม่ให้กู้ เขาบอกไม่เป็นไร บริษัทญี่ปุ่นได้ ผมไม่ได้เป็นคนขอนะ ทูตคุณมาขอเอง วันนี้ผมไม่ได้ขอกู้เลย เชิญมาเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับประเทศไทยดีกว่า แกชอบมาก โคอิซึมิ ไปกินข้าวกัน แกเมาเลยครับ แกสนิทกับผมมาก เพราะผมหยอกล้อแกตลอดเวลา กระทรวงต่างประเทศ ไทยกู้เยอะแล้ว ไม่ให้กู้แล้ว เขามาตื้อผมเอง เตรียมเงินไว้แล้ว

ถ้าเราเล่นตัว หิวก็อย่าบอกหิว หิวก็กินอย่างอื่นไปก่อน มีเผือกมีมันในประเทศก็กินไปก่อน อย่าเพิ่งไปกินซาชิมิ จังหวะดีๆ เขาเอาซาชิมิมาประเคนให้ จุดถอยอยู่ไหน จุดรุกอยู่ไหน เจมส์ เมกเกอร์เจรจากับยัดเซอร์ อาราฟัด เขารู้ว่ายัดเซอร์แก่กว่าเขา ปวดท้องฉี่บ่อย จับยัดเซอร์กินน้ำ จนผลสุดท้ายจะเสนอดีล ปวดฉี่ทนไม่ไหว เลยโอเค ในที่สุดเราต้องเป็น human แล้ว human ต้องเข้าใจ human ว่าเขาเป็นประเทศไหนอย่างไร human ดีลกันดีที่สุด สมูธที่สุด ไม่การ์ดใส่กัน

เมื่อถามถึง กรณีพนมเปญเรื่องเผาสถานทูตไทย การตัดสินใจวันนั้นเป็นอย่างไร

นายทักษิณตอบว่า ต้องยอมรับว่ายากที่สุด เพราะฮุนเซ็นกับผมเป็นรู้จักกันมานานเหมือนเป็นพี่น้องกัน ผมเป็นพี่ แกเป็นน้อง ผมแก่กว่าสามปี วันนั้นมันมีเหตุการณ์ดาราหนังพูดอะไรแล้วไปกระตุ้นทำให้คนเขมรเข้าใจเราผิด ปลุกระดม เผาสถานทูตไทย เจ้าหน้าที่ข้ามรั้วลงน้ำ ผมโทรหาฮุนเซ็นกับรัฐมนตรีต่างประเทศ ถามว่าจะเอาอย่างไร คุณแก้ได้ไหม ระหว่างอยู่ในงานดินเนอร์สปีชก็สั่งการไปด้วย “เอาอย่างนี้ ต้องปกป้องคนไทยนะ จะมีเหตุการณ์อะไร เผาได้สถานทูต

แต่คนไทยต้องปลอดภัย ให้เขมรซ่อมคืนให้เรา ผมก็ห่วงคนไทย” กลับจากดินเนอร์สปีช รีบไปทำเนียบ เชิญ ผบ. เหล่าทัพมาประชุม ผมขอให้ C-130 ไปแลนด์ที่โกเชียงตง เอาคนไทยกลับมา กองทัพเรือจัดเรือจักรีนฤเบศรไปลอยลำที่สีหนุวิลล์ ผมจะวางแผนสั่งการแทน แฮนเดิลเอง รับคนไทยมา 500 กว่าคน และรัฐบาลเขมรก็ใช้หนี้ซ่อมสถานทูตให้เรา ยากเพราะสนิทกันส่วนตัว คุยแบบความเป็นมนุษย์ เป็นเพื่อนฝูง เป็นพี่น้อง เมื่อเหตุการณ์แบบนี้ ต้องช่วยกันเยียวยา เขาบอกว่าเขาไม่มีกำลัง ผมจำเป็นต้องขอคนไทยกลับประเทศ ทางยูก็ไม่ต้องกังวล

เมื่อถามถึงกรณี สึนามิ ไม่รับบริจาคจากนานาชาติ เดือดร้อน เสียหาย ทำไมไม่รับบริจาค

นายทักษิณตอบว่า ตอนนั้นไทยเป็นประเทศผู้ให้กู้แล้ว ไม่ใช่ผู้กู้ เงินฝากต่างประเทศเรามีมาก เราเป็น net creditor nation เราจะไปนั่งขอรับบริจาคเขามันไม่เท่ห์ คนจะได้เกรงใจเรา เผื่อเรามี initiative ใหม่ๆ ไม่อยากเป็น international beggar

ผมรำคาญผู้นำบางประเทศ ไปไหนก็ขอรับบริจาค แต่คุณไม่มีอะไร contribute to forum แต่ขอรับบริจาคอย่างเดียว ผมดูแล้วไม่ชอบ ต้อนรับ technical assistance แต่สตางค์ไม่ต้อง เราช่วยเหลือตัวเองได้ ก็เราเป็นประเทศผู้ให้กู้แล้ว เหมือนเป็นเศรษฐีไปขอตังค์ชาวบ้าน ไม่เท่ห์เลย

เมื่อถามว่า คุณโทนี่ (ทักษิณ) ดูเป็นคนที่มองวิกฤตแตกต่างออกไป

นายทักษิณตอบว่า ผมเป็นลูกหนี้มาเยอะ ทรัสต์ เงินทุนหลักทรัพย์ ถ้าเรากู้เขาแล้ว เราชำระเขา เราเท่ห์มาก วันหลังเขาจะมาขอให้เรากู้ แบงค์เวลากู้เงิน ฝนตกขอร่มสักคันไม่ให้ ตอนแดดออกเอาร่มมาให้ นี่คือความเป็นจริงของระบบทุนนิยม เราต้องเข้าใจตรงนี้ ผมเอาความเข้าใจตั้งแต่ภาคธุรกิจมาใช้ในภาคการเมือง

เมื่อถามถึง การเจรจาการค้า การทูตเชิงรุกเพื่อเศรษฐกิจ มีบทบาทในแง่ส่งเสริมการค้าอย่างไร

นายทักษิณตอบว่า มีสำนักงานอยู่ต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายก็สูง มีไว้ทำอะไร ช่วยคนไทยต่างแดน เอาไว้เป็นช่องทางขยายการตลาด การท่องเที่ยว และสินค้าส่งออก ฑูตต้องทำงานตรงนี้ อาจจะไม่เก่งตรงนี้แต่ต้องเป็นหัวหน้าทีมแล้วมาทำงานร่วมกัน ไม่ใช่ทุกคนไปกินเบี้ยเลี้ยงและรอรับนาย ผมบอกว่าต้องเอาแบบนี้แหล่ะ ต้องมีผลงาน ขยายการตลาดได้เท่าไหร่ นั่นคือสิ่งที่ผมมอบหมาย

โดยนายทักษิณ ได้เล่าเรื่องตอนที่กองทัพจะซื้อเครื่องบินรบแล้วเอาสินค้าเกษตรไปแลก ระบุว่า ผมไปสองที่ สวีเดน พอดีนายกฯกับผมถูกคอกัน เขาก็พาบริษัทที่ผลิต จะมาขายเครื่องบินกริฟฟิน เอาอย่างนี้ ยอดประมาณ 5 พันล้าน เครื่องบินคุณบินได้ ผมจะเอาของที่บินได้มาแลกกับคุณละกัน ไม่อยากใช้เงินสด ผมเอาไก่มาแลก ตอนนั้นเรายังมีปัญหาเรื่องการขยายตลาดไก่ ปูตินก็สนิทกันมาก เพราะหยอกล้อกันตลอดการประชุม เอาซู 30 ไปไหม จนอเมริกาวิ่งมาหา จะเอา F16 มาอัพเกรดให้ใหม่หมด ผมบอกโอเค เราก็โอเคตรงนั้น

แต่เราจะซื้อซู 30 เพราะซู 30 ยินดีแลกไก่ ทางรัสเซีย อาวุธเขาเป็นสูตร ค่าคอม 10% ประเทศไทยไม่รับค่าคอม เอา 10% เป็นเฮลิคอปเตอร์ แต่เสร็จแล้วผมโดนปฏิวัติก่อน ไม่รู้เพราะจะซื้อเครื่องบินรัสเซียหรือโดนเพราะจะซื้อฮอลิคอปเตอร์หรือเปล่า สินค้าเรามันถูกๆ เล็กๆ ใช้ระบบ account trade สมมุติเครื่องบินมาแล้ว 5,000 ล้าน ผมส่งไก่ไป 500 ล้าน แล้วจดไว้ ไก่ส่งไป 4,000 ล้าน อีกพันล้านเป็นข้าวสารได้มั้ย

เมื่อถามถึง ACD – Asian Corporation Dialogue (กรอบความร่วมมือเอเชีย)

นายทักษิณตอบว่า ทุกทวีปมีฟอรั่มที่ให้ประเทศนั้นๆ มาร่วมประชุมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เราเป็นทวีปเดียวที่ไม่มี wide forum เราไปพ่วงกับที่อื่น เช่น APEC แต่ไม่มีเอเชียคุยด้วยกัน เรามีเงินสำรองระหว่างประเทศมากกว่าทวีปอื่น มากกว่าครึ่งหนึ่งของโลก มีประวัติศาสตร์ มี seven wonder มากกว่าคนอื่น เพราะเราเติบโตทางอารยะธรรม

แต่เราถูกยุให้ตีกันเป็นที่ที่ เช่น เกาหลีเหนือใต้ ปากีสถานอินเดีย ทำให้เราหลายประเทศต้องยากจน ทั้งๆ ที่เราควรจะร่ำรวย งั้นเราเป็น dialogue ก่อน เสนออาเซียน เสนอจีน ญี่ปุ่น เกาหลีตกลงแต่ไม่ประกาศสักที ผมก็ไม่รู้รัฐบาลเราจะอยู่ได้แค่ไหน ผมเลยเอาอินเดียมาเบิ้ลเลย ผมบินไปอินเดีย ไปหานายกเจอแขกไม่พูด สั่นหัวอย่างเดียว ผมเลยถาม “อายุป่านนี้ยังไม่เคยแต่งงานเลยเหรอ” ท่านก็หัวเราะกั๊กๆ

นายกอินเดียบอก “ผมเป็นฝ่ายค้านมาสี่สิบปี ติดคุกหลายรอบผู้หญิงที่ไหนจะมารัก” หลังจากนั้นก็สนิทกัน จัดเครื่องบินส่วนตัวมารับผมไปเที่ยวทัชมาฮาล เอาตำแหน่งคุยกันมันกระด้าง ต้องเอาความเป็นมนุษย์คุยกัน พอไปอินเดียเสร็จ อินเดียประกาศเลยว่าสนับสนุน ACD จะเข้าเป็นเมมเบอร์ ประชุมโบอ๋าวฟอรัม ขอรายงานว่าวันนี้อินเดียว่าจะร่วม จีนก็เลยจะร่วม ญี่ปุ่นจะร่วม เลยตั้ง ACD สำเร็จจาก initiative ประเทศไทย

เมื่อถามถึง ความสัมพันธ์กับผู้นำหลายประเทศ ที่พี่โทนี่ค่อนข้างมีความใกล้ชิด

นายทักษิณตอบว่า ลีกวนยูมาไทย ตอนนั้นเป็น Minister Mentor ของรัฐบาลสิงคโปร์ ยังนั่งประชุมคณะรัฐมนตรี ถามท่านว่าทำไมถึงมีความรู้กว้างขวาง อ่านหนังสือเยอะไหม ท่านบอกอ่านเยอะไม่ไหว หนังสือมันเยอะจริงๆ อาศัยคุยกับผู้นำประเทศ CEO บริษัทใหญ่ อาศัยแลกเปลี่ยน ความรู้เลยดีขึ้น ถามทำไมไม่อยู่เมืองไทย อยู่สิงคโปร์เป็น MM มาอยู่ไทยเป็น PMM นะ หมายถึง Prime Minister Mentor เพราะเราให้เกียรติ มันก็เป็นหลักการแบบนั้น มีความเป็น human ขึ้น ท่านก็เลยชอบผม

ผมคบกับคนในด้าน human side ลีเซียนลุงมาหาผม ตอนงานเลี้ยงเขาถาม “ทักษิณ ทำไมชอบล้อเล่นสุลต่าน” ผมก็ถามว่า “ทำไม” “ก็เขาเป็น majesty” “ผมรู้ว่าเขาเป็น majesty แต่ผมก็เป็นนายกนะ ไอก็ล้อเล่นแบบคนเป็นมนุษย์ด้วยกัน ไม่งั้นเขา stiff มาก” เรียกอธิบดีกระทรวงต่างประเทศมาคุย กระทรวงการต่างประเทศอยู่ในคอมฟอร์ตโซนตลอดไม่ก้าวหน้า ถ้าผมอยู่ในเส้นเหลืองอย่ายกธง ข้ามไปเส้นแดงเมื่อไหร่ให้ยกธง เอาสไตล์ธุรกิจมาใช้ จะได้ขยายการค้า การลงทุนมากขึ้น

เมื่อถามถึง ความสัมพันธ์กับ “จอร์ช บุช” ทั้งผู้พ่อ และลูก

นายทักษิณตอบว่า ตอนนั้นเป็นรองนายก จอร์ช บุช พ่อมาไทย เชิญผมไปทานข้าว ทุกคนมีเตนท์การ์ด ท่านหยิบการ์ดขึ้นมาแล้วเขียนชื่อลูกชาย Governor Bush of Texas “อันนี้ลูกชายไอนะ ที่เป็นผู้ว่าเท็กซัส ติดต่อกันเลยนะ ในอนาคตจะต้องทำงานร่วมกัน” จนวันหนึ่งผมได้รับเลือกตั้งเป็นนายกฯ พอมีประชุม APEC ครั้งแรก พฤศจิกายนปี 2000 ผมชนะ มกราคมปี 2001

วันไปประชุม APEC ที่เซี่ยงไฮ้ เอาเต้นการ์ดไป จำลายมือได้ไหมพ่อยูเขียนให้ไอ บุชบอกจำได้ แล้วบอกว่า “He has a long vision คุยกันส่วนตัวได้มากขึ้น เพราะคิดว่าสนิทกับพ่อเขา” หลัง official บางทีผมพาไปกินข้าวส่วนตัว สุลต่านบรูไน คิงส์จอร์แดน ไปร้องคาราโอเกะกันสามคน ผมอยากสร้าง personal relationship เพื่อให้เกิดการพูดคุยกันได้ง่าย

เมื่อถามถึงกรณีที่ ไทย อินโดฯ มาเลเซีย เคยเพิ่มราคายางร่วมกันสำเร็จ

นายทักษิณตอบว่า มหาเท กับ เมกาวะติ ก็สนิทกัน จับมือ หลังจากนั้นราคายางก็ขึ้นมาตลอด เรื่องข้าวก็เหมือนกัน เรียกว่าเป็น Cartel of the Poor Cartel คนรวยทำได้ cartel คนจนทำไม่ได้หรือไง เลยปั่นราคาข้าว

เมื่อถามว่า ประธานาธิบดีเกาหลีใต้เคยมอบของขวัญเป็นกิมจิให้คุณโทนี่เหรอ

นายทักษิณตอบว่า ปัญหาระหว่างเกาหลีเหนือกับใต้มันแรง สุดท้ายเขาตั้งคณะกรรมการหกฝ่ายมาคุยกัน คุยกันอยู่ดีๆ เกาหลีเหนือเลิกคุย พอดีผมนึกได้ว่าตอนเป็นรองนายก เกาหลีเหนือส่งทูมาขอความช่วยเหลือเพราะน้ำท่วม คุณบรรหารเป็นนายกตอนนั้น ไปถามกระทรวงต่างประเทศเกาหลีเหนือเป็นหนี้เราเยอะแล้วเครดิตเสีย ผมก็พอมีตังค์ ผมจะจัดข้าวให้ 25,000 ถุง แต่ยูเอาเรือมารับเองนะ ไอออกตังค์เอง เพื่อช่วยน้ำท่วม ทางรัฐมนตรีบินมาขอบคุณ มี Open Invitation

ไปเยือนเกาหลีเหนือ ผมก็จำอันนี้ไว้ ไปเยือนเป็นทางการกับเกาหลีใต้ เลยบอกโนมูยัน ผมรับอาสาไปคุยให้ ให้ talk ได้คุยต่อ ท่านก็ให้ไป ผมขอรางวัลถ้าผมทำสำเร็จ บอกว่าขอกิมจิสักกิโล เขาบอกให้ตันหนึ่งเลย เล่าให้บุชฟัง บุชบอกว่า “They’re tyrannies. If you check his hands, you have to watch your hand.” อเมริกาค้านขนาดนี้ เราก็เลยไม่ไปดีกว่า บุชให้พัตเตอร์ผม พัตโชว์หน่อย เอาลูกกอล์ฟของปธน. ให้ พัตกอล์ฟในไวท์เฮาส์

เมื่อถามว่า การรู้จักผู้นำโลกเยอะขนาดนี้ ไทยเลยได้เป็นเจ้าภาพ APEC จนประสบความสำเร็จมั้ย

นายทักษิณตอบว่า APEC เป็นการจัดงานยิ่งใหญ่ นำไปสู่การจัดงานครองราชย์ 60 ปีของ ร. 9 นอกจาก APEC มี State visits ของผู้นำสามประเทศ อเมริกา รัสเซีย และ จีน ผมรู้เลยว่าเดี๋ยวหูจินเทาต้องขอ ในหลวงทรงตรัสว่า ขอมาก็คงต้องให้ มีประชุมสี่วัน รับ State Visit สามวัน อีกวันเป็น APEC ธรรมดา คุ้มค่ามากครับ

เมื่อถามถึงแนวทาง หากต้องไปเจรจาคนที่มีฐานะสูงกว่าเรามาก เจรจาอย่างไรให้ไม่เสียเปรียบ

นายทักษิณตอบว่า เวลาเจรจาธุรกิจ เชิญผู้จัดการใหญ่ธนาคารมา ผมคุยมโนสาแหรก ลมฟ้าอากาศ ลูกเมีย สุขภาพ จนถึงของหวานแล้วผมถึงค่อยคุยเรื่องกู้เงิน เราต้องรู้จักกาละเทศะ เวลาเราจะคุยกับคนที่เราต้องเกรงใจ อย่าเพิ่งบุ่มบ่ามไปถึงค้อน ต้องรู้ว่าเขาเป็นยังไง ให้ความเป็น human เขาออกมาก่อน human กับ human สำคัญที่สุด

เมื่อถามถึง จุดยืนของไทย ระหว่างจีนกับสหรัฐ เราจะวางตัวยังไงให้ไทยได้เปรียบ

นายทักษิณตอบว่า มันเป็นสองประเทศที่เราต้องคบทั้งคู่ ตอนนั้นเราเป็นกรรมการ Human Rights UN เขาโทรมาให้ผมโหวตประนามจีนเป็นนายก จะไปโหวตได้ไง จีนเป็น neighbor ให้เวลาเขาปรับตัว ไปโหวตไกลๆ แบบเม็กซิโกนี่ยังพอช่วยได้ ต้องมีวิธีที่จะ compromise สองฝ่าย อเมริกาจะบี้จีนอย่างเดียวแต่เราต้องค้าขายกับจีน เราก็ตัวเล็ก ไม่ใช่ตัวใหญ่ ทำไงต้องคบทั้งสองฝ่าย เรามี treaty alliance เก่าแก่ที่สุดในเอเชียกับอเมริกา ต้องรักษาสิ่งนี้ไว้ แต่จีนมีพี่น้องไทยจีนเยอะ จีนก็เป็นพี่น้องกับเรา เวลาเขาตีกันต้องไม่ยุ่ง

เมื่อถามถึงกรณีที่ ไทยไม่ counter balance ความขัดแย้ง ผู้ลี้ภัยพม่าเข้ามาไม่ได้ ถ้าตอนนี้คุณโทนี่มี authority จัดการทางการทูตจะดีลแบบไหน

นายทักษิณตอบว่า ผมรู้จักมักคุ้นกับทหารมานาน เพราะตันฉ่วยเป็นเคาเตอร์พาร์ทมาหลายปี ขอความร่วมมือก็ยอมทุกอย่าง พวกนี้กลัวเช็คบิลก็เลยสืบทอดอำนาจ เหมือนบ้านเรานี่แหล่ะ สิ่งที่สำคัญที่สุด จุดยืน ประชาชนทุกประเทศต้องได้รับการปฏิบัติที่ถูกต้องโดยเฉพาะ human rights การชุมนุมโดยสันติ ผมก็คงพูดคุยกับทหาร เบาๆ หน่อย คุณทำแบบนี้เราก็วางตัวลำบาก

ทำไมไม่ power sharing คือ ประชาชนของแต่ละประเทศต้องเป็น priority เพราะในที่สุดความสัมพันธ์เปลือกนอก กรอบของ regime เขาต้องการให้ความสัมพันธ์ไประดับ citizen to citizen ไม่ใช่ regime to regime ต้องมี positioning ในการพูดคุย เพราะสากลไม่รับ จีนถือตรงมาก ไม่ involve ใน internal affair ของใคร

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ทักษิณ เผยวิธีแก้วิกฤต 'สึนามิ' โดยไม่ง้อเงินบริจาค ครั้งหนึ่ง 'ไทย' เคยเป็นผู้ให้กู้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง