หมอมิ้ง ชี้ รัฐบาลประยุทธ์ แก้โควิดแบบ ‘วัวหายล้อมคอก’ ลั่น ถ้าเราเป็นรัฐบาลจะทำ ‘วัคซีนเสรี’ อัดเจ้าหน้าที่รัฐ ติดโควิดเสียเอง เพราะประมาทและหย่อนยาน
วันนี้ (9 เม.ย.) นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร) และแกนนำกลุ่มแคร์ ให้สัมภาษณ์กับ ข่าวสดการเมือง กรณีการระบาดโควิด ระลอกที่ 3 จากคลัสเตอร์ทองหล่อ โดยมีกลุ่มนักการเมือง ข้าราชการ และผู้บริหารระดับสูง เป็นผู้ติดเชื้อว่า การระบาดของไวรัส โควิด-19 ในปีนี้ถือเป็นปีที่สองแล้ว
ซึ่งในช่วง 5-6 เดือนแรกถือเป็นการระบาดที่ทำให้ประชาชนตกใจ กลัวการเสียชีวิตเนื่องจากเชื้อไวรัสนี้มีความรุนแรง ความไม่รู้ทำให้ผู้คนตื่นตระหนกตกใจ และในช่วงนั้นการบริหารจัดการของภาครัฐก็ยังมีปัญหา ทั้งเรื่องของยารักษา การให้การรักษาและการสุ่มตรวจเพื่อหาผู้ติดเชื้อ แต่ในวันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปโดยเฉพาะในเรื่องของตัวโรค แม้จะมีอัตราการติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น แต่อัตราการป่วยและอัตราการตายถือว่าน้อยลง ขณะที่ความรู้ในเรื่องของเชื้อไวรัสโควิด-19 วิธีการระบาด แนวทางการรักษาเริ่มดีขึ้น
ขณะที่ภาคประชาชนตื่นตัวในการดูแลรักษาสุขภาพตัวเอง ซึ่งก็ช่วยลดจำนวนการติดเชื้อลง แต่น่าเสียดายที่มาตรการในการดูแลการแพร่ระบาดของรัฐบาลกลับหย่อนยานเสียเอง โดยเฉพาะจากกรณีการแพร่ระบาดของเชื้อที่เกิดขึ้นในสถานบันเทิงย่านทองหล่อตามที่ปรากฏเป็นข่าว การปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่แบบย่อหย่อนทำให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยไม่จำเป็น
นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า ดังนั้นการจัดการที่เข้มงวดของภาครัฐเป็นสิ่งที่จำเป็น ต้องยิงศรให้ตรงเป้า ไม่ใช่ทำแบบเหวี่ยงแห แทนที่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ร้านค้าร้านอาหารจะได้เปิดให้บริการเพื่อเพิ่มรายได้ แต่อาจจะต้องถูกทำโทษโดยต้องปิดร้าน เพราะมีต้นเหตุมาจากการระบาดของกลุ่มสถานบันเทิง ขณะที่มาตรการกำหนดการเดินทางออกต่างจังหวัดก็ยังไม่ชัดเจน
เช่น คนที่อยู่กรุงเทพฯ หากจะเดินทางไป จ.อุดรธานี หรือบุรีรัมย์จะต้องถูกกักตัวหรือไม่ อย่างไร เหล่านี้ต้องสร้างความเข้าใจสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน แต่วันนี้ศูนย์ ศบค.ทั้งชุดเล็ก ชุดใหญ่ มีผู้อำนวยการศูนย์มาจากฝ่ายความมั่นคงแทนที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโรค ทำให้การตัดสินใจในเรื่องต่างๆ บางทีก็ดูแปลกๆ
นพ.พรหมินทร์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของการจัดหาวัคซีนก็ถือว่ามีความล่าช้า ในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมาเรารอความพร้อมของวัคซีนที่ภาครัฐจัดหา ขณะที่ปัจจุบันวัคซีนก็มีหลากหลายประเภท ภาครัฐควรเปิดกว้างในการจัดหาวัคซีนเพราะเชื้อมีการกลายพันธุ์ แต่วันนี้เรากลับต้องผูกขาดอยู่กับวัคซีนเพียงแค่สองเจ้า ขณะที่ต่างประเทศรับวัคซีนจากหลากหลายเจ้า หากเราได้เป็นรัฐบาล เราจะต้องเปิดเสรีและจัดซื้อวัคซีนให้ได้มากที่สุด ให้บริการฉีดให้กับประชาชนให้ได้เร็วที่สุด
โดยเฉพาะต้องระดมฉีดให้กับกลุ่มเสี่ยง อย่างเช่นผู้เกี่ยวข้องกับกลุ่มสถานบริการ เพื่อกำจัดวงการแพร่ระบาดของเชื้อให้แคบที่สุด หรือกรณีที่กลุ่มแคร์เคยเสนอให้มีการเปิด จ.ภูเก็ต เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว สร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งก็จำเป็นที่เราจะต้องเร่งฉีดวัคซีนให้กับคนภูเก็ต ซึ่งก็จะสร้างความมั่นใจให้กับคนภูเก็ตและนักท่องเที่ยวไม่ต้องกลัวการติดเชื้อหรือนำเชื้อมาติดกันเอง เหล่านี้ถือเป็นหลักประกันสุขภาพและเป็นการฟื้นความเชื่อมั่นทางด้านเศรษฐกิจอีกด้วย
นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า เรื่องของการจัดทำชุดตรวจโควิดแบบรวดเร็ว (rapid test) ก็เป็นสิ่งที่จำเป็น ขณะนี้มีหลายหน่วยงานสามารถจัดทำชุดตรวจดังกล่าวได้ ดังนั้นรัฐบาลควรเร่งส่งเสริมหรือให้การสนับสนุนงบประมาณกับหน่วยงานนั้นๆ เพื่อทำให้ชุดตรวจมีราคาที่ถูกลง นอกจากนี้รัฐควรมีศูนย์เรียนรู้เกี่ยวกับไวรัส โควิด-19 เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนด้วย ทั้งนี้ หลายฝ่ายอาจมองว่าเป็นการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอก 3 แต่สำหรับตนมองว่าไม่ว่าจะรอบไหนก็ถือว่าเป็นการระบาดทั้งสิ้น
“วันนี้จุดอ่อนที่เห็นได้ชัดเลยคือเจ้าหน้าที่ของรัฐติดเชื้อ โควิด-19 เสียเองตั้งแต่รัฐมนตรีลงมา หากเป็นการติดเชื้อเพราะการทำงาน ถือเป็นเรื่องน่าสรรเสริญ แต่นี่พวกท่านติดเชื้อเพราะหย่อนมาตรการในการปฏิบัติเพื่อดูแลตัวเอง ดังนั้นผู้บริหารที่ดีต้องแสดงความรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ผ่อนปรนเพื่อพรรคพวกตัวเองเสมอ
ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ระบุว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิดนั้น ผมกลับมองว่าอะไรที่ไม่ควรเกิดแล้วทำให้เกิด ถือเป็นเรื่องน่าเสียดาย และท่านต้องแสดงความรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น ต้องยอมรับว่าการระบาดในสถานบันเทิงย่านทองหล่อไม่ต่างจากรอบที่ระบาดในสนามมวยลุมพินีเลย” นพ.พรหมินทร์ กล่าว
นพ.พรหมินทร์ กล่าวอีกว่า ในส่วนที่จะเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวนั้น ต้องดูก่อนว่ารัฐสามารถจัดการกับปัญหาได้มากน้อยแค่ไหน ก่อนหน้านี้รัฐบาลแก้ปัญหาแบบวัวหายล้อมคอก ซึ่งก็ยังพอต้อนวัวเข้าคอกได้ทัน ครั้งนี้การบริหารจัดการต้องใช้คนรู้จริง เปิดใจรับฟัง ประสานความร่วมมือแก้ปัญหาได้อย่างแม่นยำ
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับ “วัคซีนเสรี” นั้นก่อนหน้านี้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยเสนอแนวคิดดังกล่าวไว้เมื่อวันที่ 16 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยได้แนะนำให้รัฐบาลไทย ต้องลงทุนเรื่องวัคซีนให้มากกว่านี้ “รัฐบาลควรต้องลงทุน ซึ่งเวลามีการระบาดใหญ่มันไม่ใช่ความผิดประชาชน และประเทศเราตั้งงบกู้เงินช่วงนี้ตั้งเท่าไหร่ และเอามาแจกโครงการต่างๆ เพื่อเอาคะแนน ตนว่าเอามามาซื้อวัคซีนแจกดีกว่า” เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้ามา เพราะประเทศไทยรายได้หลักมากจากการท่องเที่ยว
โดยนายทักษิณ เล่าถึงกากระจายวัคซีนของดูไบ โดยฉีดให้ฟรีกับคนในประเทศ และคนที่มี resident visa ส่วนนักท่องเที่ยวเป็น case by case ไป ซึ่งช่วงเดือนมิถุนายนนี้ เป็นช่วงที่ดูไบร้อนที่สุด คนไม่ค่อยมาเที่ยว โรงแรมจะว่าง เขาจึงมีนโยบายเชิญคนทั้งโลกมาเที่ยวดูไบ แล้วฉีดวัคซีนฟรี ลงทุนประมาณ 1,000 บาท แต่ต้องมาอยู่ 3 สัปดาห์ และมีวัคซีนทุกยี่ห้อ ที่ผ่านการรับรองในระดับนานาชาติแล้ว
นายทักษิณ เล่าต่อว่า สำหรับวัคซีนนั้น สามารถเลือกฉีดได้ หลักการคือถ้าเราไม่แน่ใจเอาปลอดภัยก่อน เราก็เลือกว่าปลอดภัย กับประสิทธิภาพเอาไหร่ก่อน เราก็เอาปลอดภัยก่อน โดยของตะวันตกดีสุดคือไฟเซอร์ ผลข้างเคียงมีแต่ไม่เท่าแอสตราเซเนกา และการเข้าถึงวัคซีนของที่นี่ค่อนข้างมีความสะดวก มีมากพอจนไม่ต้องจัดลำดับ เปิดตึกเลย ตึกนี้ของไฟเซอร์ ตึกนี้ของซิโนฟาร์ม จองออนไลน์เลย สะดวก
ซึ่งล่าสุดวันนี้ (9 เม.ย.) มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งตั้งคณะกรรมการจัดหาวัคซีนทางเลือก และได้แต่งตั้ง นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร เป็นประธาน ทั้งยังเปิดทางเอกชน ร่วมจัดหาอีก 10 ล้านโดส และให้ภาครัฐอำนวยความสะดวกรายที่มีศักยภาพจัดหา เพื่อเติมเต็มวัคซีนที่รัฐจัดหาให้ที่มี 70 ล้านโดส รองรับ 35 ล้านคน ขีดเส้นผลสรุปภายใน 1 เดือน พร้อมสั่งเร่งฉีดวัคซีนให้เร็วขึ้นอีกด้วย
- พี่โทนี่ สอน รบ. เลิกแจกเงิน แนะ ทำโครงการวัคซีนฟรี เปิดประเทศ รับท่องเที่ยว
- หมอเลี้ยบ แนะรัฐ “พูดให้ครบ” โควิดสายพันธุ์อังกฤษ อัตราการตายลดลง 4 เท่า!
- นายกฯ สั่งตั้ง คกก.จัดหาวัคซีนโควิดทางเลือก เปิดช่องเอกชนหา 10 ล้านโดส
