‘ธนกร’ ยัน ‘ประยุทธ์’ ยึดผลประโยชน์ชาติเป็นหลัก ปัดเอื้อกลุ่มทุน ปมไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน ท้าฝ่ายค้านหาหลักฐานยื่นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ
จากกรณี นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะประธานบอร์ดอีอีซี ขยายระยะเวลาการชำระเงินค่าสิทธิในการบริหารรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยาน หรือ Airport Rail Link (ARL) มูลค่า 10,671 ล้านบาท ตามเงื่อนไขสัญญาการร่วมทุนระหว่างรัฐกับเอกชน คือ บริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด ที่ถือหุ้น 70 เปอร์เซ็นต์โดยกลุ่มซีพี เป็นการกระทำที่เข้าข่ายเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนใหญ่ด้วยผลประโยชน์ของประเทศชาติ โดยเอาประชาชนเป็นตัวประกัน ทั้งที่คู่สัญญาทำผิดเงื่อนไข แต่รัฐยังเปิดโอกาสให้เดินรถได้โดยชำระเงินเพียง 10 เปอร์เซ็นต์
เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2564 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ใช่การจับประชาชนเป็นตัวประกัน หรือเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุน ถ้าจะมีใครที่จับประชาชนเป็นตัวประกันนั้น น่าจะเป็นพรรคการเมืองพรรคหนึ่งที่มักจะออกมาให้สัมภาษณ์สนับสนุน รวมถึงช่วยประกันตัวกลุ่มผู้ชุมนุมที่ประท้วงด้วยการใช้ความรุนแรง ทำลายทรัพย์สินราชการ และจาบจ้วงสถาบันอยู่ไม่เว้นแต่ละวัน
นายธนกร กล่าวอีกว่า การบริหารงานของ พล.อ.ประยุทธ์ ยึดผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก โดยการดำเนินการอยู่บนความเท่าเทียมและเป็นธรรม หากปกปิดข้อมูลจริง ฝ่ายค้านคงจะไม่มีข้อมูลมาจับแพะชนแกะ สร้างความสับสนให้ประชาชนจนรัฐบาลต้องมาคอยแก้ข่าวเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนอยู่ทุกวัน เหมือนในการอภิปรายไม่ไว้วางใจหลายครั้งที่ผ่านมา
“ส่วนที่นายพิจารณ์บอกว่ามีการลด แลก แจก แถม หลังการประมูล ยืนยันว่าไม่มี แต่ถ้ามีน่าจะเป็นนักการเมืองบางกลุ่มที่ยอมลดบทบาทตัวเอง แลกมาด้วยศักดิ์ศรี แจกคำหวานกล่อมผู้ชุมนุม แถมด้วยการช่วยเหลือประกันตัวแกนนำผู้ชุมนุมมากกว่า และหากฝ่ายค้านมีข้อมูลหรือหลักฐาน ข้อเท็จจริงที่น่าเชื่อถือ สามารถส่งมาให้รัฐบาลตรวจสอบเพื่อดำเนินการได้ หรือจะยื่นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ป.ป.ช., กรรมาธิการฯ ชุดต่างๆ เพื่อขอให้เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ ดีกว่าออกมาดิสเครดิตรัฐบาลรายวัน จนท้ายที่สุดแล้วจะกลายเป็นฝ่ายค้านดิสเครดิตตัวเอง” นายธนกร กล่าว