ศาลปกครองยกคำร้อง‘ยิ่งลักษณ์’ ขอทุเลาบังคับคดี-ยึดทรัพย์ 3.5 หมื่นล้าน จำนำข้าวหลังยื่นครั้งที่ 2

เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ที่ศาลปกครองกลาง ถนนเเจ้งวัฒนะ ศาลปกครองกลางมีคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา (ครั้งที่ 2) ในคดีหมายเลขดำที่ 1996/2559 ที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ ยื่นฟ้อง นายกรัฐมนตรี , รมว.คลัง, รมช.คลัง, ปลัดกระทรวงคลัง รวม 4 คน

คดีนี้ฟ้องว่า คำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 4 ที่เรียกให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ทางราชการ กรณีมีการกล่าวหาว่า ผู้ฟ้องคดีในฐานะนายกฯ และประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ(กขช.) กระทำโดยจงใจปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว และทำให้ทางราชการเสียหายเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว

จากกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พร้อมด้วยรมว.คลัง รมช.คลัง และปลัดกระทรวงการคลัง มีคำสั่งทางปกครองที่ 1351/2559 ลงวันที่ 13 ต.ค. 2559 ให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากเหตุขณะดำรงตำแหน่งในฐานะนายกฯ และประธาน กขช. ปล่อยให้เกิดทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวและเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดแก่ราชการตามอำนาจหน้าที่เป็นเหตุให้กระทรวงการคลัง เกิดความเสียหายมูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาทเศษ ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ยื่นคำขอวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาอีกครั้ง โดยขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งพิพาทไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่ศาลจะมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งพิพาทในระหว่างพิจารณาคดีได้นั้น ต้องมีเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนดไว้ 3 ประการ เกิดขึ้นครบถ้วน กล่าวคือ 1.คำสั่งพิพาทน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย 2.การให้คำสั่งพิพาทมีผลใช้บังคับต่อไปจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การแก้ไขเยียวยาในภายหลัง 3.การทุเลาการบังคับตามคำสั่งพิพาทไม่เป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐหรือแก่บริการสาธารณะ

เมื่อพิจารณาจากคำขอของผู้ฟ้องคดี ซึ่งยื่นคำขอเป็นครั้งที่ 2 และข้อเท็จจริงจากการชี้แจงของคู่กรณี รวมถึงกรมบังคับคดีแล้ว เห็นว่าแม้ผู้ฟ้องคดีจะอ้างเหตุของความไม่ชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งเรียกให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้เงินหลายประการ และผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 4 ได้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้ฟ้องคดีบ้างไปแล้วก็ตาม แต่ในเมื่อการจะวินิจฉัยว่า คำสั่งพิพาทจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นประเด็นในเนื้อหาของคดีที่ศาลจะต้องแสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อพิจารณาพิพากษาคดีต่อไป ในชั้นนี้

จึงยังไม่อาจรับฟังได้ว่า คำสั่งพิพาทน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงเห็นว่า เงื่อนไขที่ขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งพิพาทเกิดขึ้นไม่ครบถ้วน ศาลจึงไม่มีอำนาจสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งที่เรียกให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ไว้เป็นการชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาคดี

ศาลจึงมีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองของผู้ฟ้องคดี

ก่อนหน้านี้วันที่ 10 เม.ย. 2560 ศาลปกครองเคยยกคำร้อง ขอทุเลาการบังคับคดีไปเเล้วครั้งหนึ่ง เนื่องจากครั้งนั้น เห็นว่าหลังจากผู้ถูกฟ้องคดีออกคำสั่งเรียกให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ผู้ถูกฟ้องคดีมีหนังสือแจ้งเตือนให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้เสร็จสิ้นภายใน 15 วัน เเต่นอกจากหนังสือแจ้งเตือนดังกล่าวแล้ว ผู้ถูกฟ้องคดียังไม่มีการใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้ฟ้องคดีและขายทอดตลาดเพื่อชำระค่าสินไหมทดแทนแต่อย่างใด

จึงเห็นว่าเงื่อนไขตามข้ออ้างของผู้ฟ้องคดีในคำขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งพิพาทยังไม่มีน้ำหนักพอที่จะรับฟังได้ กรณีจึงไม่เข้าเงื่อนไขที่ศาลจะมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่ง ศาลจึงมีคำสั่งยกคำขอวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาของผู้ฟ้องคดีในครั้งเเรก

บทความก่อนหน้านี้ฮันนีมูนระทึก!! ‘ป๊อก-มาร์กี้’ สามีทำไฟลุกร้านอาหาร ‘หมาก’ทำอะไร‘คิม’กลัวขนาดนี้(คลิป)
บทความถัดไปข่าวสดสุขภาพ : บริจาคอวัยวะ ยอดพุ่ง หมอแนะ ทำความเข้าใจญาติด้วย