‘บิ๊กตู่’ หยอดคำหวาน มาเพชรบูรณ์ไม่เคยผิดหวัง ยิ้มพูดกำกวม “อยู่อีกนาน” ก่อนแก้มุก พร้อมปรับลุกส์ ไม่ถือตัว อ้าแขนรับชาวบ้าน ให้สวมกอด
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 24 พ.ย. 2565 ที่ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานพิธีกดปุ่มโอนเงินโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยกล่าวว่า ตนขอบคุณชาวเพชรบูรณ์ มาหลายครั้งก็ไม่เคยผิดหวัง ยินดีที่ได้มาพบเกษตรกรชาวเพชรบูรณ์ เพื่อเป็นกำลังใจ และรักษาเสถียรภาพด้านราคา ให้เกษตรกรมีรายได้อย่างยั่งยืน ต้องมาดูว่าจะผลิตอย่างไรให้ต้นทุนน้อยที่สุด ทำอย่างไรให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้น
ขอให้ภูมิใจในการอยู่ผืนแผ่นดินไทยให้มากที่สุด เพราะเป็นดินแดนแห่งความสงบและสันติ ถ้าแตกแยกเมื่อไหร่ ศักยภาพและขีดความสามารถที่เรามีอยู่จะหมดไปทันที วันนี้รัฐบาลต้องดูแลพืช เช่น ข้าว ยาง ปาล์ม ข้าวโพด และมันสำปะหลัง ในแต่ละปีรัฐบาลต้องใช้เงินมากขึ้นทุกปี ขอให้เห็นใจรัฐบาล
นายกฯ กล่าวด้วยว่า ตอนนี้โชคดีที่เรายังสามารถอยู่ในกรอบวงเงินงบประมาณที่มี และโชคดีราคาข้าวยังสูงขึ้น ส่วนต่างตรงนี้ก็ไม่ต้องจ่ายมากนัก จะได้มีเงินไปดูแลอย่างอื่นได้บ้าง ต้องเข้าใจว่าการใช้งบประมาณเป็นแบบนี้ มีกระเป๋าเดียวแต่ต้องแจกจ่ายไปหลายกระเป๋า เพราะนอกจากเกษตรกร ยังมีธุรกิจเอกชน เอสเอ็มอีต่างๆ ที่ต้องดูแล
“ที่ผ่านมา ผมเข้าใจความลำบากของท่าน ท่านยิ่งลำบาก ผมยิ่งลำบากกว่าท่าน ผมไม่ลำบากเหนื่อยกาย เหนื่อยใจเท่าท่าน แต่ผมเหนื่อยว่าจะแก้ปัญหาให้กับพวกท่านได้อย่างไร นั่นคือหัวใจการเป็นรัฐบาล ต้องนึกถึงประชาชนให้มากที่สุด และหาวิธีการว่าจะทำอย่างไรให้ทำได้ ซึ่งจะได้มากได้น้อยต้องเข้าใจซึ่งกันและกัน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกฯ กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือแก้ได้ด้วยความรักความสามัคคี ตนอยากเห็นทุกคนยิ้มแบบนี้ทั้งประเทศ ยิ้มแบบชาวเพชรบูรณ์ จะทุกข์จะสุขก็ยิ้มไว้ก่อน ซึ่งนอกจากผลกระทบจากโควิด-19 ยังมีความขัดแย้งของต่างประเทศ เรื่องการกีดกันทางการค้า เรื่องราคาสินค้าการเกษตรที่ไม่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ต้องรู้เท่าทันเกษตรยุคใหม่ และต้องพร้อมแก้ปัญหา
“ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่อยู่ในใจผมตลอดมาตั้งแต่เข้ามาเป็นนายกฯ ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ และคงอยู่ไปอีกนาน” ทั้งนี้ทันทีที่พูดจบ นายกฯ ได้หยุดพูดชั่วขณะและยิ้ม ทำให้ชาวบ้านปรบมือเสียงดัง ก่อนจะกล่าวต่อว่า “เอ๊ะ เดี๋ยวจะตีความผิดว่าผมอยู่อีกนาน ผมหมายความว่า สิ่งที่ผมเป็นห่วงจะอยู่กับผมอีกนาน เดี๋ยวก็เป็นเรื่องอีก คือใครเป็นรัฐบาลก็ต้องทำ และลองคิดดูว่าสิ่งที่ผมพูดมันถูกไหม หากทำก็ต้องถูกต้องและถูกใจด้วยใช่หรือไม่ ฉะนั้น วันนี้มาตรการต่างๆ ออกมาหมดแล้ว”
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้การเงินการคลังของเราเริ่มจะดีขึ้น แต่ก็ต้องไปชดเชยในสิ่งที่เราจำเป็นต้องกู้มา เพื่อทำในด้านอื่นๆ แทน เพราะเราไปช่วยประชาชนเยอะจากโควิด-19 จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาบรรยากาศการท่องเที่ยวดีขึ้น หากประเทศไทยไม่ดีจริง นักท่องเที่ยวคงไม่มาขนาดนั้น เราจึงต้องรักษาสภาพนี้ไว้ให้ได้ ยืนยันว่าตนไม่ใช่ศัตรูใครทั้งสิ้น สิ่งสำคัญที่สุดคือทำอย่างไรให้พี่น้องชาวนามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น หากเราแตกแยกมากๆ เรื่อยๆ แล้วจะได้ข้อยุติอะไรบ้างหรือไม่
“วันนี้มาเพื่อให้เห็นหน้าเห็นตากัน ทำสัญญาใจกันว่าเราจะช่วยกันนะ ทั้งการทำให้ประเทศปลอดภัย เป็นประเทศที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งต้องใช้เวลา ไม่ใช่ปีหรือสองปี ที่ผมอยู่มาหลายปี ทำอะไรได้เยอะพอสมควรเหมือนกัน นี่ผมไม่ได้พูดว่าอยากหรือไม่อยากอยู่ใดๆ ทั้งสิ้น ไม่เกี่ยวกัน เดี๋ยวจะไปตีความกันผิดอีก และตรงนี้จะเป็นยุทธศาสตร์ เป็นแผนแม่บท ส่งต่อไปยังรัฐบาลหน้า ใครจะมาใครจะไป ถ้าทำต่อก็จะเป็นอย่างนี้และดีขึ้นเรื่อยๆ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวและว่า
ต้องการให้เกษตรกรเป็นกระดูกสันหลังที่ตั้งตรง แข็งแรง มีรอยยิ้ม ยิ้มสยาม ยิ้มสู้ ยิ้มไปเถิด มันจะเจ็บปวดอย่างไรยิ้มเข้าไว้ ความสุขมันอยู่ที่ใจ มันอาจจะมีความทุกข์ ตนก็ทุกข์ ที่ตนยิ้มอยู่นี้ ในใจตนก็ร้อนอยู่นะ แต่ก็ขอให้ยิ้มให้กับทุกคน มาพูดคุยปรับทุกข์ ผูกมิตรกัน ถ้ามีหน้าตาโมโหตลอดเวลา ก็จะไม่กล้าเข้าหากัน ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องของอารมณ์
บางทีตนยุ่ง คิดมากไป คงต้องคิดให้น้อยลงสักหน่อย แต่ที่คิดทั้งหมดเป็นเรื่องงานทั้งนั้น คิดถึงพวกเราว่าเขาลำบากกว่าเราเนอะ ต้องคิดว่าอะไรที่จะทำให้เขาต่อไป แล้วก็นำมาปรึกษาทีมรัฐบาล ขอให้รวมพลังกัน หากทุกคนประท้วงกันไปประท้วงกันมา มันไม่ได้อะไรทั้งสิ้น หลายคนบอกประท้วงกันหน่อยเดียวก็ได้ แต่ถ้าผิดกฎหมายก็มีปัญหา
“นายกฯ ไม่ใช่คนเก่งอะไรมากมาย เพียงแต่ศึกษาและนำมาคิด แล้วระบายไปยังรองนายกฯ และรัฐมนตรี ซึ่งมีคนเก่งมากมาย ทั้งนี้ อย่าลืมยิ้มให้กัน ยิ้มให้กันทั้งวัน ใครจะว่าบ้าก็ช่างเถิด จะให้โมโหกันทั้งวันได้อย่างไร ยิ้มแล้วคุยกัน ค่อยๆ ปรับเคมีให้ตรงกัน เดี๋ยวก็ไปได้ โกรธเคืองกัน แบ่งพวกแบ่งฝ่าย แบ่งสีแบ่งสัน ไม่ได้อะไรขึ้นมา พอเถิด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ถ่ายภาพร่วมกับชาวเพชรบูรณ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเป็นประธานในพิธีเสร็จสิ้น พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินสอบถามสารทุกข์สุขดิบของชาวบ้านที่มาร่วมกิจกรรม บางคนเข้ามาสวมกอดและร้องไห้ดีใจที่เจอนายกฯ และได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล ขณะที่บางคนเตรียมจะก้มลงกราบที่เท้า แต่แต่พล.อ.ประยุทธ์ ห้ามไว้ว่าไม่ต้องทำแบบนี้
ทั้งนี้ น่าสังเกตว่าการลงพื้นที่ของพล.อ.ประยุทธ์ ครั้งนี้ แม้จะมีการรักษาความปลอดภัยทั้งทีมทหารและตำรวจ แต่เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาใกล้ชิดมากขึ้น ทั้งสวมกอด ขอถ่ายภาพ และเข้ามาร้องทุกข์กับนายกฯ โดยตรงแบบประชิดตัว