ส.ว.สมชาย ชี้ ‘พิธา’ ต้องเข้าสู่กระบวนการต่อสู้ ปมถือหุ้นไอทีวี ยันการโอนหุ้นให้ทายาท ไม่ทำให้ผิดเป็นถูก เพราะทางกฎหมายถือว่ากระทำสำเร็จแล้ว

เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.2566 นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ให้สัมภาษณ์กรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกฯ ระบุได้โอนมรดกหุ้นไอทีวีให้แก่ทายาทอื่นโดยสิ้นเชิงแล้วว่า ประเด็นดังกล่าวไม่สามารถทำให้ความผิดกลายเป็นถูกได้

เพราะการถือครองหุ้นสื่อ เป็นคุณสมบัติต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (3) ของผู้สมัคร ส.ส. รวมถึงแคนดิเดตนายกฯนั้น เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่นายพิธา ส่งใบสมัครต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ช่วงวันที่ 4-7 เม.ย.แล้ว ดังนั้น ทางกฎหมาย หรือนิตินัย ถือว่าเป็นข้อยุติแล้ว ทั้งนี้ ตนไม่ขอวิจารณ์ตามที่มีการตั้งคำถามว่า นายพิธาขายหรือโอนหุ้นทำไม แต่เขาต้องรับผิดชอบ

“ผมเห็นนายพิธา อธิบายผ่านเฟซบุ๊กแล้ว เป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากยอมรับการต่อสู้ว่า ไอทีวีเป็นสื่อมวลชนหรือไม่ ตามประเด็นที่มีผู้ยื่นคำร้องไปยัง กกต. อย่างไรก็ตาม การไม่ถือครองหุ้นสื่อไว้ ถือเป็นผลดีกับตัวเองในอนาคต เพราะนายพิธายังลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส.ได้ในครั้งถัดไป” นายสมชาย กล่าว

นายสมชาย กล่าวด้วยว่า การต่อสู้ในคำร้องของนายพิธา มีมุมเดียวคือ ไอทีวีเป็นสื่อหรือไม่ ตนเชื่อว่าการต่อสู้ในประเด็นดังกล่าว ต้องพิจารณาด้วยการตรวจสอบงบการเงินและการแสดงบัญชี ที่ยื่นต่อกรมสรรพากร ที่ทำได้ง่ายและย้อนหลัง 5 ปี หรือตั้งแต่ 2550 หรือปี 2562 ที่นายพิธา ยื่นลงสมัคร ส.ส. ซึ่งการตรวจสอบไม่เฉพาะที่ใช้คลื่นความถี่เท่านั้น แต่ต้องพิจารณาอื่นๆ ด้วย เช่น ผลิตรายการอื่นหรือไม่ เพราะขณะนี้งบการเงินของไอทีวี มีความเคลื่อนไหว มีกำไร

ขณะที่การต่อสู้เรื่องคดีไอทีวี กับสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ซึ่งค้างในชั้นศาลปกครองสูงสุดนั้น ตนมองว่าเป็นความประสงค์ที่จะทำ หรือประกอบกิจการต่อ

“ในรายละเอียดเรื่องคดีนี้ ต้องพิจารณาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งผูกพันทุกองค์กร รวมถึงองค์กรอิสระด้วย ส่วนที่มีหลายฝ่ายยกคำวินิจฉัยของศาลฏีกาในคดีของหลายคนมาต่อสู้นั้น ในประเด็นดังกล่าว คำตัดสินมีผลผูกพันเฉพาะคู่ความเท่านั้น ต่างจากศาลรัฐธรรมนูญที่ผูกพันกับทุกองค์กร และจาก 4 คดีที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยเป็นแนวทางเดียวกัน คือ การถือหุ้นเพียงหุ้นเดียวเท่ากับครอบครองหุ้นสื่อ” นายสมชาย กล่าว

เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่นายพิธา ไม่ยอมชี้แจงเรื่องการโอนหรือขายหุ้นทันทีที่ถูกสื่อมวลชนตั้งคำถามเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. จนถูกมองว่ามีเจตนาไม่สุจริต นายสมชาย กล่าวว่า ตนไม่ขอวิจารณ์เรื่องนี้ว่า นายพิธาจะแสดงความรับผิดชอบหรือไม่ สังคมต้องพิจารณาเอง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน