สมชาย-ดิเรกฤทธิ์ โพสต์ย้ำ ม.82 ส.ว.ไม่มีสิทธิเข้าชื่อ ยื่นตีความคุณสมบัติส.ส. เห็นตรงกันให้ กกต.ดำเนินการเอง เพื่อให้ความเป็นธรรมผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ
เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2566 นายสมชาย แสวงการ ส.ว. โพสต์เฟซบุ๊ก กรณีมีความสงสัยว่า ส.ว.เข้าชื่อ 1 ใน 10 ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ให้ชี้ขาดคดีของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กรณีถือครองหุ้นไอทีวีได้หรือไม่ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 โดระบุว่า กรณีที่เห็นว่ามีส.ส.หรือ ส.ว. มีปัญหาที่ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ให้สมาชิกแต่ละสภายื่นแยกกัน โดยส.ส.ต้องเป็นผู้ยื่นเรื่อง ส.ส. ส่วน ส.ว.ยื่นเฉพาะเรื่องส.ว. ทั้งนี้ ในมาตรา 82 วรรคท้าย ให้อำนาจคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้
“ดังนั้น กกต.มีอำนาจและหน้าที่ชัดเจนโดยตรงว่า เมื่อรับรอง ส.ส.แล้ว มีเหตุสงสัยว่า ส.ส. มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ 98(3) มาตรา 88 มาตรา 89 มาตรา 160 ที่น่าจะขาดคุณสมบัติตามมาตรา 101 จึงเห็นว่า กกต.มีหน้าที่ยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยเป็นที่สุด เพราะต้องทำหน้าที่ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ หากละเลย เกรงว่าอาจมีผู้ยื่นฟ้องดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เสียเอง ขอฝากความเห็นและข้อเสนอแนะมาด้วยความห่วงใย” นายสมชาย ระบุ
ขณะที่ นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ส.ว. โพสต์เฟซบุ๊กเช่นเดียวกันว่า ส.ว.ไม่สามารถร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยสมาชิกภาพของส.ส.ได้ เพราะประเด็นสมาชิกภาพของ ส.ส. เป็นสิทธิเฉพาะส.ส. ที่จะเข้าชื่อ 1 ใน 10 ของจำนวนที่มีอยู่ จะร้องขอผ่านประธานสภา
“ก่อนถึงวันเสนอชื่อนายกฯ เพื่อให้รัฐสภาลงมติให้ความเห็นชอบนั้น หาก กกต.จะส่งเรื่องที่มีการกล่าวหาว่ามีลักษณะต้องห้าม ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำพิพากษาได้ จะเกิดความเป็นธรรมกับผู้ถูกเสนอชื่อ” นายดิเรกฤทธิ์ ระบุ