พิธา ยันลงพื้นที่ ไม่ได้ใช้ประชาชนเป็นกำแพงปกป้องตนเอง แต่ตนเองต้องปกป้อง 25 ล้านเสียง ชี้เป็นอำนาจของประธานรัฐสภาวินิจฉัย หากจะเลื่อนโหวตนายกฯออกไป เชื่อจะราบรื่นไม่จำเป็นต้องพึ่งโชคชะตาฟ้าดิน

เมื่อเวลา 16.20 น. วันที่ 10 ก.ค. 2566 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลที่ลงพื้นที่จ.ปทุมธานีในวันนี้ ว่า มาขอบคุณประชาชนเพราะเป็นพื้นที่ที่ชนะเลือกตั้ง 6 เขตจาก 7 เขต และอีก 1 เขตเป็นของพรรคเพื่อไทย

นายพิธา กล่าวว่า ส่วนการส่งหนังสือเชิญไปชี้แจงเรื่องหุ้นไอทีวี จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นั้น เท่าที่ตนติดตามจากสื่อ ก็ไม่มีหมายเรียกให้เข้าไปชี้แจงแบบฉับพลัน ถึงตนจะไม่ได้เข้าพรรค แต่มีทีมกฎหมายเตรียมการณ์อยู่ และที่บ้านก็ให้คนคอยดูไว้ หากมีมาก็ต้องจะไปชี้แจง

ส่วนที่มีข้อสังเกตว่าหาก กกต.จะมีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญ โดยไม่เปิดให้ชี้แจง จะเป็นธรรมหรือไม่นั้น จริงๆ ขัดกับระเบียบของ กกต.ที่มีอยู่อย่างชัดเจน กระบวนการมีขั้นตอน แต่ครั้งนี้เหมือนเร่งรัดเข้ามา คงต้องเรียกร้องเรื่องความเป็นกลางและความเป็นธรรมของ กกต.พอสมควร

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ หากจะเลื่อนวันโหวตนายกฯออกไป นายพิธา กล่าวว่า ยังไม่ได้อ่านในรายละเอียดของวุฒิสภา แต่เป็นเรื่องของประธานสภา จะต้องวินิจฉัย และสภาโดยรวมว่าจะบริหารจัดการอย่างไร

ส่วนการประชุม 8 พรรคร่วม ในวันพรุ่งนี้(11 ก.ค.)นั้น เป็นการประชุมกันเรื่องขั้นตอน และกระบวนการต่างๆ ในการโหวตเลือกนายกฯ ส่วนจะราบรื่นหรือไม่ คงจะเป็นความสามารถเท่าที่วิปจะทำได้ และการโหวตในวันที่ 13 ก.ค. จะทำให้ผ่านหรือไม่ คงไม่ใช่เรื่องของโชคชะตาฟ้าดิน แต่เป็นเรื่องสำคัญของประชาชน ที่จะมีผู้นำประเทศในช่วงที่ปัญหาถาโถมเข้ามาโดยเร็ว

เมื่อถามว่าการลงพื้นที่บ่อยๆ มีนักวิชาการมองว่า อาจจะเพราะได้เสียง ส.ว.ยังไม่ครบ ใช่หรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง

ที่สื่อหรือนักวิชาการบางคน บอกว่า พิงหลังประชาชนหรือเปล่า ให้ประชาชนมาปกป้องหรือปล่า ผมคิดว่ากลับกัน ผมมีหน้าที่มาขอบคุณประชาชนและปกป้องเสียงของประชาชน กว่า 25 ล้านเสียงที่ให้พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากทั้ง 8 พรรคต่างหาก ไม่ใช่ให้เขามาปกป้องผม แต่ผมต้องลงมาปกป้องเสียงที่เขาได้ลงมติไปแล้วเมื่อวันที่ 14 พ.ค. ก็มายืนยันว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี และที่ประชาชนตั้งใจออกมาเลือกตั้ง ก็ไม่มีใครโหวตสวน ก็ยังมาช่วยกันหล่อเลี้ยงความหวังของประชาชนและลงพื้นที้ไปในตัวด้วย เมื่อถึงเวลาประชุม ครม.นัดแรก จะวนไปวนมาไม่ได้ ต้องทำงานเลยทันที รวมถึงต้องพิจารณางบประมาณด้วย” นายพิธา กล่าว

เมื่อถามว่าการลงพื้นที่ไม่ใช่การวัดเสียงในสภา และนอกสภาใช่หรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ไม่มี เพราะหากจะตอบให้เห็นความชัดเจน ต้องดูที่ความสม่ำเสมอตั้งแต่วันแรกที่เลือกตั้งเสร็จ ตนก็ทำอย่างนี้มาอย่างสม่ำเสมอ ไม่งั้นประชาชนจะน้อยใจ และใน 76 จังหวัดคะแนนบัญชีรายชื่อมาเป็นอันดับ 1 และอันดับ 2 จึงต้องแสดงให้เห็นว่าก่อนเลือกตั้งเป็นอย่างไร หลังเลือกตั้งก็เป็นอย่างนั้น ไม่ได้ทิ้งประชาชน

ส่วนจะปฏิเสธหรือไม่ว่าไม่ได้ให้ประชาชนมาเป็นกำแพงกดดัน ส.ส. และส.ว.ในการโหวต นายพิธา กล่าวว่า ตอบให้ชัดเลยประชาชนไม่ได้มีหน้าที่มาปกป้องตน ตนมีหน้าที่ปกป้องทุกคะแนนและความไว้วางใจที่ประชาชนให้มา และมารายงานให้เขาเข้าใจ โดยไม่เครียดจนเกินไป ว่าเรายังยืนยันในความมั่นใจ เรายังมีความคืบหน้าในการเจรจาว่าสามารถผ่านหลายด่านมาได้แล้ว ทั้งการรับรอง ส.ส. การเลือกประธานสภา มาอธิบายกระบวนการให้กับประชาชน ซึ่งคนที่เป็นผู้นำที่ดี ต้องสื่อสารให้กับประชาชนสบายใจได้

เมื่อถามถึงฝ่ายความมั่นคง ประเมินว่าจะมีกลุ่มออกมาชุมนุมหนุนนายพิธา 14 กลุ่ม กังวลอะไรบ้างหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ยังเชื่อว่าไม่มีเรื่องน่ากังวล และหากดูที่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ บริหารจัดการรัฐสภาให้กับประชาชนรองรับได้เป็นหมื่นคน และเท่าที่พูดคุยกับ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาคนที่1 คิดว่ามีการบริหารจัดการตามครรลองของประชาธิปไตยทั่วไป

คิดว่าน่าจะราบรื่นและสงบเป็นไปได้ด้วยดี เพื่อให้ประชาชนได้ออกมาควบคุมวาระทางสังคมที่พวกเขาสนใจและลุ้นไปด้วยกัน เราต้องเข้าใจหัวอกประชาชนด้วย และคิดว่าทางสภา และฝ่ายความมั่นคงคงดูแลไม่ให้สร้างสถานการณ์ที่เราไม่พึงประสงค์ เพราะส่วนหนึ่งของประชาธิปไตยคือการเปลี่ยนผ่านอำนาจอย่างสันติ ไม่ใช่แค่การเลือกตั้งอย่างเดียว แต่การเปลี่ยนผ่านอำนาจอย่างสันติก็เป็นสิ่งสำคัญ

เมื่อถามว่าเมื่อวานนี้(9ก.ค.) ได้พูดว่าพร้อมมอบชีวิตให้กับประชาชน แต่อาจถูกโจมตี ทำให้เกิดความพลิกผัน พร้อมรับมือหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า พร้อมตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว ที่สมัคร ส.ส.และเท่าที่ติดตามการเมืองมานานทั้งการเมืองในประเทศและต่างประเทศ มีทั้งเรื่องที่หาอ่านจากหนังสือไม่ได้ และเรียนกันไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง จึงได้ทำความเข้าใจกับความรู้สึกตัวเองมาแล้ว และพร้อมจะเผชิญกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างมีสติและมีวุฒิภาวะ และทำทุกวิถีทางที่เราควบคุมได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน