กัณวีร์ สส.พรรคเป็นธรรม เชียร์ ‘ก้าวไกล’ ยึดตำแหน่ง รองประธานสภาฯ เหตุทำงานได้เต็มที่ กว่าผู้นำฝ่ายค้าน ลั่นพร้อมทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล
เมื่อวันที่ 24 ส.ค.2566 ที่รัฐสภา นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคเป็นธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมตัวเป็นฝ่ายค้านร่วมกับพรรคก้าวไกลว่า ยังไม่ได้คุยกันแบบทางการ มีเพียงพูดคุยนอกรอบวันประชุมสภา ถึงการทำงานให้เต็มที่เพื่อผลักดันร่างกฎหมายที่ค้างอยู่ ร่างกฎหมายที่เป็นของภาคประชาชน รวมถึงการตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาลในกลไกของสภาฯ พร้อมทำงานร่วมกับภาคประชาชน ภาคประชาสังคม เพราะประชาชนคือศูนย์กลางของระบอบประชาธิปไตย
ทั้งนี้ พรรคเป็นธรรมพร้อมใช้ประสบการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน มนุษยธรรม ผลักดันร่วมกับพรรคก้าวไกลในเรื่องร่างกฎหมายและญัตติ ขณะนี้ได้เสนอญัตติให้ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อพิจารณาปัญหาชายแดนภาคใต้ รวมถึงญัตติที่เกี่ยวกับผู้ลี้ภัย ตนเชื่อว่าจะทำงานกับพรรคก้าวไกลได้ เนื่องจากมีอุดมการณ์เหมือนกันด้านมนุษยชน และมนุษยธรรม
อย่างไรก็ตาม การเสนอเรื่องต่างๆ เข้าสู่สภา ตนไม่กังวลหากแพ้มติ เพราะเป็นกลไกของนิติบัญญัติ และเมื่อแพ้โหวตต้องใช้ช่องทางอื่นๆ เพื่อนำเสนอ ทั้งการมีบทบาทร่วมกับภาคประชาชน
เมื่อถามถึงการขับเคลื่อนงานในฐานะฝ่ายค้าน มองว่าพรรคก้าวไกลควรรับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ นายกัณวีร์ กล่าวว่า ตนได้ออกรายการร่วมกับนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ทราบว่าพรรคก้าวไกลต้องคุยกันให้ชัดเจนหลังจากที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ โดยนายวิโรจน์ ระบุว่าต้องชั่งน้ำหนักให้ดี ระหว่างผู้นำฝ่ายค้านกับตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ว่าตำแหน่งใดจะทำงานได้มากน้อยกว่ากัน ดังนั้น เมื่อพรรคก้าวไกลพิจารณาแล้ว อาจเชิญพรรคร่วมฝ่ายค้านไปหารือว่าจะเดินหน้าอย่างไร
เมื่อถามว่าส่วนตัวเชียร์ตำแหน่งใดมากกว่ากันระหว่างผู้นำฝ่ายค้าน กับ รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง นายกัณวีร์ กล่าวว่า เชียร์ทั้งสองตำแหน่ง เพราะรองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง คือ รองประมุขนิติบัญญัติ ส่วนผู้นำฝ่ายค้านมีบทบาทในการเสนอญัตติต่างๆ แต่หากจะเชียร์ ตนเชียร์ตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง เพราะทำหน้าที่ได้เต็มที่จริงๆ แต่ตนเป็นพรรค 1 เสียง คงไม่ก้าวล่วงพรรคก้าวไกล