“โรม” ผิดหวัง คำแถลงนโยบายรัฐบาล ฉะแรง มาตรฐานต่ำกว่า รัฐบาลประยุทธ์ หวัง “วันนอร์” คุมสภาได้ แย้ม ก้าวไกล เตรียมอภิปรายเข้มข้น
เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2566 นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของ สส.พรรคก้าวไกล ในการประชุมรัฐสภา เพื่อแถลงนโยบายของรัฐบาล ในวันที่ 11-12 ก.ย.นี้ ว่า โดยหลักคงจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ด้านเศรษฐกิจ และการเมือง มีผู้อภิปรายประมาณ 30 คน ทั้งนี้ ยังไม่อยากเปิดเผยการบ้าน แต่คงจะครอบคลุมทุกมิติของทุกประเด็น
เมื่อถามว่าจากที่ได้ดูคำแถลงนโยบายที่รัฐบาลส่งมาให้ทางรัฐสภา พรรคก้าวไกลเห็นข้อบกพร่อง หรืออยากเสนอแนะในนโยบายด้านใดเป็นพิเศษหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ต้องเรียนตามตรงว่า การแถลงนโยบายที่ได้รับมาไม่ได้สะท้อนถึงความพร้อมของรัฐบาลเลย
รัฐบาลไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความชัดเจน และที่สำคัญถ้าเปรียบเทียบกับการทำแถลงนโยบายก่อนๆ แม้กระทั่งรัฐบาลพรรคเพื่อไทย (พท.) เอง ก็ต้องยอมรับว่าอันนี้มีคุณภาพที่ต่ำกว่า เพราะว่ามีลักษณะที่ค่อนข้างเลื่อนลอย ไม่ชัดเจนค่อนข้างสูง และหลายนโยบายที่เคยหาเสียงไว้ก็ไม่ได้อยู่ในนั้น
“ดังนั้น ต้องยอมรับว่ามาตรฐานค่อนข้างต่ำกว่า แม้จะเปรียบเทียบกับรัฐบาลเพื่อไทยก่อนหน้านี้อย่างในยุคของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย แม้กระทั่งเปรียบเทียบกับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ เผลอๆ ยังแย่กว่าด้วยซ้ำในส่วนของคำแถลงนโยบาย” นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ในการอภิปรายนโยบายรัฐบาลนั้น พูดง่ายๆ ก็คือเหมือนสอบคัดเลือกเลย ดังนั้น เนื้อหาสาระที่จะถูกนำไปอภิปรายจะต้องเข้มข้นอย่างแน่นอน เชื่อว่าถ้ารัฐบาลนำไปปรับใช้จะเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลและประชาชนอย่างมาก เรามีการเตรียมความพร้อมเรื่องนี้มานาน เพราะตอนแรกเราเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก่อนที่จะโดนหักหลัง
“ดังนั้น เราก็มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องนโยบายต่างๆ เพื่อทำหน้าที่อย่างเต็มที่ที่สุด แต่ผมเข้าใจว่าตรงกันข้ามกับรัฐบาลอย่างเพื่อไทยที่อาจจะไม่ได้เตรียมความพร้อมนี้มาตั้งแต่ต้น เลยอาจทำให้สุดท้ายไม่ได้ให้ความสำคัญในการเอานโยบายมาปรับใช้ เพื่อให้เกิดผลต่อประชาชน แต่เราก็พร้อมให้โอกาสรัฐบาลได้ลองทำงาน แต่พอดูจากเนื้อหาการแถลงนโยบายแล้ว ต้องยอมรับว่าค่อนข้างน่าผิดหวัง” นายรังสิมันต์ กล่าว
เมื่อถามว่าคิดเห็นอย่างไรที่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา อยากอภิปรายในเชิงสร้างสรรค์ ไม่ใช่เอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะกังวลว่าจะทำให้เกิดการประท้วง ทำให้การประชุมไม่ราบรื่น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ประการแรก คงไม่ใช่อภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนเนื้อหาสาระจะเข้มข้นไปบ้าง คิดว่าก็คงต้องไปดูตามระเบียบต่างๆ ว่าถูกต้อง ไม่ถูกต้องอย่างไร
ส่วนจะนำไปสู่การประท้วง ต้องเรียนตามตรงว่า 4 ปีที่แล้ว ผู้ที่ลุกขึ้นประท้วงจำนวนมาก ลุกขึ้นประท้วงอย่างไร้สาระก็เยอะ เวลาบอกว่าอยากให้การทำงานของสภาราบรื่น เป็นไปอย่างถูกต้อง ต้องพิจารณาจาก 2 ทาง คือ ผู้อภิปรายและผู้ประท้วง
“เราคงไม่สามารถที่จะาจำกัดบทบาทของผู้อภิปรายอย่างเดียวได้ แม้ผู้อภิปรายจะอภิปรายถูกต้อง แต่คนประท้วงมันก็จะประท้วง ดังนั้น ค่อนข้างคาดหวังว่า นายวันมูหะมัดนอร์จะควบคุมการประชุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวมถึงมีคำวินิจฉัยที่เด็ดขาด ให้ผู้ประท้วงไม่ประท้วงอย่างไม่เป็นสาระ แต่นายวันมูหะมัดนอร์เคยมีประสบการณ์เป็นประธานสภามาแล้ว ผมคิดว่าน่าจะทราบและก็เข้าใจอยู่แล้วว่า เทคนิคในการประท้วง เพื่อทำลายจังหวะของอีกฝ่ายเป็นอย่างไร” นายรังสิมันต์ กล่าว
เมื่อถามว่าหากฝั่งรัฐบาลจะมี สส. หรือองครักษ์ ลุกขึ้นประท้วงไม่ให้มีการอภิปรายนายกฯ มากเกินไป พรรคก้าวไกลไม่ได้กังวลเรื่องนี้ใช่หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า คงต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เชื่อว่าถ้าฝ่ายรัฐบาลพยายามปิดปาก มันก็จะเป็นผลเสียต่อฝ่ายรัฐบาลเอง
เมื่อถามว่าฝ่ายค้านจะให้โอกาสรัฐบาลทำงานกี่เดือน จึงจะเริ่มตรวจสอบอย่างเข้มข้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า จริงๆ คงไม่ใช่บอกว่าจะไม่ตรวจสอบเลย ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบ การทำหน้าที่ของพวกเราต้องเต็มที่ เพื่อให้คุ้มค่ากับภาษีของประชาชนทุกบาท ทุกสตางค์ เพียงแต่ว่าในเรื่องการทำหน้าที่ของรัฐบาลก็ต้องทำหน้าที่ต่อไปตามวาระตามโอกาส แต่เมื่อมีข้อผิดพลาด มีข้อท้วงติง ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องไปปรับปรุงแก้ไข
“อย่าไปคิดว่าฝ่ายค้านพูดอะไรไปคุณต้องไม่ปฏิบัติตาม เดี๋ยวทำไปแล้วฝ่ายค้านได้หน้า นักการเมืองจำนวนมากชอบคิดแบบนี้ว่า เดี๋ยวถ้าเกิดฝ่ายนู้นเสนอแล้วทำไปทำตาม เดี๋ยวเข้าทางเขา ดังนั้น ไม่ทำ จนสุดท้ายมันกลายเป็นอีโก้ ซึ่งอีโก้เหล่านี้ไม่ช่วยอะไรเลย ทำร้ายทั้งรัฐบาล ทำร้ายประชาชน และผมเชื่อว่ารัฐบาลแบบนั้นจะไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชนอย่างแน่นอน” นายรังสิมันต์ กล่าว
เมื่อถามว่าในการอภิปรายวันแถลงนโยบายของรัฐบาล ส่วนตัวจะอภิปรายในประเด็นใดบ้าง นายรังสิมันต์ หัวเราะเล็กน้อยก่อนกล่าวว่า “ผมยังไม่ได้บอกเลยว่าผมจะอภิปราย ให้รอดูดีกว่าครับ”