“ร่มธรรม” ชี้ ฝุ่นพิษ PM2.5 พุ่งหลายพื้นที่ วอนรัฐบาลเร่งแก้ไขเป็นระบบ เผยยื่นกฎหมายอากาศสะอาดเข้าสภาฯแล้ว หวังปกป้องลมหายใจ ปชช.
เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงปัญหามลพิษทางอากาศ และค่าฝุ่น PM 2.5 ที่พุ่งสูงขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ว่า
ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่เกินค่ามาตรฐาน ไม่ว่าจะเกิดจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์รถโดยสารสาธารณะ รถบรรทุก รถยนต์ส่วนบุคคลบนท้องถนน การปล่อยของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ไซต์งานก่อสร้าง การเผาเศษวัสดุทางการเกษตร การเผาในที่โล่งแจ้ง และไฟป่า และมักมีความรุนแรงมากขึ้นในช่วงที่ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมบริเวณประเทศไทย ทำให้การไหลเวียนและการถ่ายเทของอากาศไม่ดี ประกอบกับมีมลพิษจากการเผาไหม้ถูกปล่อยขึ้นไป ทำให้เกิดการสะสมของฝุ่นละอองจำนวนมากในชั้นบรรยากาศ หรือเรียกว่า ปรากฏการณ์ฝาชีครอบ ซึ่งเป็นมลพิษทางอากาศที่สร้างปัญหาต่อสุขภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง และในช่วงปลายปี 66 ต่อเนื่องถึงกลางปี 67 ประเทศไทยเผชิญกับปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงมากขึ้น ทำให้เกิดความแห้งแล้งรุนแรงยาวนาน และอาจเพิ่มโอกาสในการเกิดไฟป่าได้มากกว่าช่วงเวลาปกติ ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมให้ปัญหาฝุ่นควัน และ PM 2.5 รุนแรงขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้ประชาชนจำนวนหลายล้านคนในพื้นที่ที่ประสบปัญหาเสี่ยงต่อการเกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคผิวหนัง และโรคมะเร็งเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ธุรกิจในภาคการท่องเที่ยวก็ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากปริมาณฝุ่นที่สูงเกินค่ามาตรฐาน ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากยกเลิกการเข้าพักและการเดินทางเข้าพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อภาพรวมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศ
นายร่มธรรม กล่าวต่อว่า แม้ที่ผ่านมาจะมีการกำหนดแนวทางการดำเนินการแก้ไขปัญหาตามแผนการปฏิรูปประเทศ และยุทธศาสตร์ชาติ เช่น การจัดทำแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 การสนับสนุนมาตรการทางภาษีรถยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนการประกาศนโยบายของรัฐบาลปัจจุบัน ที่บอกเพียงว่าจะนำเรื่องแก้ปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 เป็นวาระแห่งชาติ แต่ในความเป็นจริงกลับยังไม่พบการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ไม่มีแผนงานที่ชัดเจน ไม่มีการรายงานผลลัพธ์ที่ได้ และไม่พบว่าความรุนแรงของปัญหาฝุ่นควันจะลดน้อยลงแต่ประการใด ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลกำลังเสี่ยงต่อการไม่ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ต่อสหประชาชาติว่าจะผลักดันให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) เนื่องจากตัวชี้วัดการปล่อยมลพิษทางอากาศของฝุ่น PM 2.5 ก็เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดของเป้าหมายที่ 11 ของ SDGs ที่จะต้องทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มีความครอบคลุม ปลอดภัย มีภูมิต้านทานและยั่งยืน และอาจกระทบกับเป้าหมายอื่น ๆ เช่น เป้าหมายที่ 3: การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี หากประชาชนยังคงต้องเผชิญความยากลำบากในการใช้ชีวิตท่ามกลางฝุ่นละอองเหล่านี้
นายร่มธรรม กล่าวอีกว่า รัฐบาลจะต้องทำความเข้าใจต้นตอของปัญหา พร้อมเดินหน้าแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศอย่างจริงจัง โดยกำหนดมาตรการต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ และออกกฎหมายอากาศสะอาด เพื่อควบคุมการปล่อยมลพิษจากต้นตอ ปกป้องสิทธิของประชาชนที่จะมีอากาศสะอาดให้หายใจ และสิทธิที่จะอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี โดยตนขอเสนอให้มีมาตรการแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วน และการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ดังนี้ ฃนโยบายการแก้ไขปัญหาระยะสั้นที่เน้นการบริหารจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่1.ต้องเร่งดำเนินการควบคุมแหล่งกำเนิดฝุ่นละออง ทั้งที่เกิดจากเครื่องยนต์ของยานพาหนะประเภทต่าง ๆ การเผาขยะ ฝุ่นจากกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม และโครงการก่อส่อสร้าง โดยกำเนินการบังคับใช้กฎหมายเพื่อสกัด คัดกรอง ควบคุม และตรวจสอบการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อลดปริมาณการปล่อยมลพิษทางอากาศ ไปจนถึงการจัดการกับมลพิษอย่างเป็นระบบ 2.เร่งทำความเข้าใจกับประชาชนในภาคการเกษตร เพื่อลดการเผาเศษวัชพืช และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในช่วงหลังฤดูเก็บเกี่ยว ซึ่งส่วนใหญ่จะตรงกับช่วงที่เกิดปรากฏการณ์ฝาชีครอบต่ำ และส่งผลให้ปัญหามลพิษทางอากาศรุนแรงมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ควรมีการจัดชุดเฉพาะกิจเพื่อลาดตระเวณตามพื้นที่เสี่ยง พร้อมใช้ข้อมูลจากดาวเทียมในการติดตามและเฝ้าระวังการเผาในพื้นที่โล่งแจ้งเพื่อประสานงานเจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และ 3.สำหรับด้านคมนาคมขนส่ง รัฐบาลต้องส่งเสริมให้เกิดการใช้ขนส่งสาธารณะแทนการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล โดยต้องปรับลดราคาค่าโดยสารลงให้สอดคล้องกับอัตราค่าครองชีพ รวมทั้งเพิ่มเส้นทาง จุดจอด และการเชื่อมต่อบริการสาธารณะอื่น ๆ ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ พร้อมส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งในส่วนที่เป็นรถยนต์ส่วนบุคคล และรถโดยสารสาธารณะ
นายร่มธรรม กล่าวด้วยว่า สำหรับการแก้ไขปัญหาระยะยาว ต้องเน้นการบริหารจัดการเชิงระบบ หรือการกำหนดนโยบายที่เอื้อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในกิจกรรมต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ ดังนี้ 1.กำหนดนโยบายและทบทวนโครงสร้างราคาขนส่งสาธารณะทั้งระบบให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ไม่เป็นภาระค่าครองชีพมากจนเกินไป และการลดราคาค่าโดยสารต้องไม่ฉาบฉวย ต้องไม่ใช่การกู้มาอุดหนุนราคาค่าโดยสาร แต่ต้องเป็นการปรับโครงสร้างราคาทั้งระบบเพื่อให้ผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการสามารถอยู่ได้ภายใต้ราคาที่เป็นธรรม รวมไปถึงกำหนดแผนการจัดทำโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ส่งเสริมการใช้รถสาธารณะที่ใช้พลังงานสะอาดในการให้บริการประชาชนเพื่อลดการปล่อยมลพิษ นอกจากนี้ ควรจะตั้งเป้าหมายในการอนุญาตให้จำหน่ายเฉพาะรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษต่ำเหมือนที่ในหลาย ๆ ประเทศ และการลดกำแพงภาษีให้กับรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษต่ำเพื่อให้ราคาจำหน่ายในประเทศต่ำลง ประชาชนเข้าถึงได้ และ2.ผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวกับด้านอากาศสะอาด โดยกำหนดให้มีการทำรายงานการปล่อยมลพิษ และควบคุมให้เกิดการลดการปล่อยมลพิษจากโรงงาน มีการกำหนดมาตรการควบคุมอย่างจริงจังในทุกกระบวนการ และรวมไปถึงการดำเนินการต่าง ๆ จากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย พร้อมกันนี้ ตนในฐานะผู้แทนราษฎรได้ดำเนินการยื่นร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพ พ.ศ. …. เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรแล้วเมื่อ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยร่างกฎหมายฉบับนี้จะเป็นกลไกสำคัญ ที่จะทำให้มีการรายงานการปล่อยมลพิษ การควบคุมการปล่อยมลพิษจากแหล่งกำเนิด ไปจนถึงการจัดการกับปัญหามลพิษทางอากาศอย่างเป็นระบบ และมีการจัดตั้งคณะกรรมาการร่วมนโยบายอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพ ที่มาจากภาคประชาชนและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ตนยืนยันที่จะร่วมให้การสนับสนุนกฎหมายฉบับอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในการปกป้องลมหายใจของประชาชนอีกด้วย
“ผมได้นำเสนอร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพ เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ เพื่อขอให้พี่น้องประชาชน และสส. ได้ร่วมกันให้ความเห็น และขอให้รัฐบาลได้เร่งแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ และมลพิษทางอากาศอย่างจริงจังเสียที ทั้งการสนับสนุนภาคเกษตร และธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมขนส่งมวลชนและยานยนต์ไฟฟ้า และพลังงานสะอาด เป็นต้น และในระยะนี้ ผมขอให้พี่น้องทุกท่านได้ติดตามสถานการณ์ฝุ่นพิษ รักษาสุขภาพ งดกิจกรรมกลางแจ้ง สวมใส่หน้ากากอนามัยที่ป้องกันฝุ่น และร่วมกันส่งเสียงเรียกร้องถึงรัฐบาล ร่วมกันทวงคืนอากาศสะอาด ทวงคืนสุขภาพ และสิทธิในการอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับเราทุกคน”นายร่มธรรม กล่าว