สภาฯ ถกร่างสมรสเท่าเทียม ครูธัญ ร่ำไห้กลางสภา เผยคนจบชีวิตเพราะไม่ถูกยอมรับ ‘ภาคีสีรุ้ง’ วอนสส.โหวตรับเนื้อหา ให้สิทธิคู่รักเพศเดียวกันเป็นของขวัญปีใหม่ สมศักดิ์ ขอทุกฝ่ายพิจารณาไม่แบ่งแยกเพื่อประโยชน์สังคม ย้ำเนื้อหาไม่กระทบหลักปฏิบัติพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 21 ธ.ค.2566 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. หรือพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ

โดยที่ประชุมเห็นชอบให้นำร่าง พ.ร.บ.ทำนองเดียวกันอีก 3 ฉบับ พิจารณารวมกัน ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ซึ่งนายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กับคณะเป็นผู้เสนอ,

ร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ซึ่งน.ส.อรรณว์ ชุมาพร กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 11,611 คน เป็นผู้เสนอ และร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ซึ่งนายสรรเพชญ บุญญามณี ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กับคณะ เป็นผู้เสนอ

บรรยากาศในห้องประชุม พบว่ามีการอนุญาตให้นำธงสีรุ้งเข้ามาภายในห้องประชุมด้วย

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกฯ ชี้แจงในรายละเอียดของร่างกฎหมายของ ครม. ว่า เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวให้สอดคล้องกับภาวะปัจจุบัน รวมถึงคู่ที่เป็นเพศเดียวกัน มีสาระสำคัญที่ขอแก้ไข 68 มาตรา อาทิ แก้ไขคำนิยามที่ครอบคลุมทุกเพศ, แก้ไขบทบัญญัติที่สอดคล้องกับลักษณะของคู่สมรสเพศเดียวกัน, ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนกฎหมายที่รับผิดชอบให้สอดคล้องกับการแก้ไขพ.ร.บ.ภายใน 180 วัน

ทั้งนี้ การแก้ไขกฎหมายดังกล่าวไม่ใช่การเขียนกฎหมายใหม่ จึงไม่กระทบจังหวัดชายแดนใต้ หรือกฎหมายอิสลาม ที่บังคับใช้กฎหมายเฉพาะยกเว้นกฎหมายทั่วไปในพื้นที่ สำหรับการรับฟังความคิดเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับประชาชน ผู้นำศาสนา ทุกภูมิภาค พบว่าประชาชน 96.6% เห็นด้วยกับร่างกฎหมายดังกล่าว

“การเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวของรัฐบาล เพื่อสร้างหลักประกันบุคคลทุกคนได้รับสิทธิก่อตั้งครอบครัวอย่างเสมอภาคเท่าเทียม และส่งเสริมภาพลักษณ์ในสิทธิมนุษยชน สร้างความเชื่อถือต่อประชาคมโลก ขจัดการเลือกปฏิบัติด้วยลักษณะทางเพศ และขณะนี้มีการเสนอร่างกฎหมายรวม 3 ฉบับ ดังนั้น ผมขอให้ทุกพรรคผ่านร่างกฎหมายโดยไม่คิดว่าเป็นของใคร ทุกฝ่ายควรร่วมใจทำกฎหมายเพื่อเป็นประโยชน์กับสังคม” นายสมศักดิ์ กล่าว

ขณะที่ นายธัญวัจน์ ชี้แจงหลักการและเหตุผลตอนหนึ่งว่า การแก้ไขกฎหมายเพื่อให้การรับรองและคุ้มครองบุคคลที่เป็นคู่รักที่เป็นเพศเดียวกันให้ได้รับสิทธิตามกฎหมายที่ถูกต้องอย่างไรก็ดีตนเกิดมาเป็นกระเทย สิ่งที่จะติดตัวมาคือ ความเป็นไปไม่ได้ แต่ความเป็นกะเทยนั้นต้องได้รับสิทธิตามหลักมนุษยชน

นายธัญวัจน์ ได้เล่าว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนไปจ.เชียงใหม่ และมีผู้หญิงคนหนึ่งมาพูดกับตนว่าขอบคุณที่พูดเรื่องสมรสเท่าเทียม เพราะเขามีเพื่อนผู้ชายอยู่คนหนึ่ง แต่เพื่อนของเขาไม่อาจอยู่ฟังร่างพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมได้ เพราะเพื่อนเขาฆ่าตัวตาย เนื่องจากพ่อแม่ไม่ยอมรับที่เขารักกับผู้ชายอีกคน

เมื่อพูดถึงตอนนี้ นายธัญวัจน์ ได้เช็ดน้ำตา พร้อมสะอื้นเล็กน้อย ก่อนพูดต่อว่า วันนี้ความเป็นไปได้กำลังจะเกิดขึ้น ตนเชื่อว่าทุกคนมีความเห็นพ้องต้องกันว่าประเทศไทยกำลังจะเปลี่ยนแปลง เราอาจจะมีการเฉลิมฉลองที่ตระการตา มีฝนกระดาษที่ระยิบระยับ มีธงสีรุ้งที่โบกไสว ไม่ว่างานจะสวยงามยิ่งใหญ่เพียงใดและฉลองด้วยความยินดีปรีดาแค่ไหน

สิ่งที่ตนอยากย้ำเตือนว่าการฉลองนั้น คือเราต้องฉลองการตื่นรู้ของพวกเราทุกคนว่า กว่าจะเดินมาจนถึงวันนี้ที่เราอาจมองทุกอย่างเป็นเรื่องของการเมือง แต่ไม่ได้มองเป็นเรื่องของประชาชน เมื่อวันนี้ความเป็นไปได้กำลังจะเกิดขึ้น วันนี้จะเป็นวันที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ และชัยชนะเป็นของประชาชนทุกคน หวังว่าสมาชิกจะเห็นชอบและโหวตผ่านร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้อีกครั้ง

ด้านนายณชเล บุญญาภิสมภาร นักกิจกรรมข้ามเพศ ในฐานะประชาชนผู้ร่วมเสนอร่างพ.ร.บ. ชี้แจงสาระสำคัญตอนหนึ่งว่า ให้สิทธิบุคคลที่เป็นคู่รักเพศเดียวกัน คู่รักต่างเพศ และคู่รักหลากหลาย จดทะเบียนสมรสตามประมวลกฎหมายเพ่งและพาณิชย์ เพื่อให้เป็นคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย มีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกันกับคู่สมรสชายและหญิง รวมถึงให้ได้สิทธิรับผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรมร่วมกันที่ถูกต้องตามกฎหมายและให้มีหน้าที่เป็นบุพการีที่ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย

ขอให้สภาฯโหวตรับหลักการร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมของภาคประชาชนเพื่อเป็นของขวัญรับปีใหม่ 2567 กับประชาชนที่สนับสนุนร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมของประชาชน เพื่อให้สิทธิ และคุ้มครองบุคคลทุกเพศอย่างเท่าเทียมและเสมอภาค

ขณะที่นายสรรเพชญ ชี้แจงสาระสำคัญตอนหนึ่งด้วยว่า ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม มอบสิทธิให้ทุกคนเท่าเทียมเหมือนกับ คู่สมรสที่เป็นชาย-หญิง อาทิ ให้สิทธิบุคคลที่อายุ 18 ปีสมรสได้และสามารถสมรสกับชาวต่างชาติได้ โดยใช้นามสกุลของคู่สมคสได้ รวมถึงมีสิทธิได้รับมรดกของคู่สมรสเมื่อคู่สมรสเสียชีวิต และการรับบุตรบุญธรรม

ตนมองว่าหลักการจากนี้คือการสร้างความเสมอภาคทางสังคม และได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายเท่าเทียมกันตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ โดยกฎหมายที่ดีต้องคุ้มครองสิทธิของประชาชน ด้วยการขยายสิทธิตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง

โดยสมาชิกส่วนใหญ่อภิปรายเห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.ทั้ง 4 ฉบับ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน