สส.ก้าวไกล รุมถล่ม ตร. ชงตัดงบจัดซื้ออาวุธหนัก ชี้เป็นความฟุ่มเฟือย พร้อมทวงถามค่าน้ำมันให้สายตรวจ “กรุณพล” แนะ ตัดงบตำรวจอาสา

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 22 ม.ค. 2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่สอง ทำหน้าที่ประธานการประชุม มีวาระพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 วาระสอง เป็นวันสุดท้าย

โดยเริ่มต้นที่มาตรา 27 ส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง และหน่วยงานภายใต้การควบคุมดูแลของนายกรัฐมนตรี จำนวน 35,434,895,500 บาท โดยน.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคก้าวไกล ในฐานะกมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายขอตัดงบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ลง 3 เปอร์เซ็นต์ 1,781 ล้านบาท

โดยน.ส.พนิดา กล่าวว่า งบประมาณเพื่อจัดซื้ออาวุธหนักเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นและฟุ่มเฟือย ประกอบด้วย ปืนซุ่มยิงระยะไกลหรือสไนเปอร์ 10 ชุด 15.5 ล้านบาท, ปืนกล พร้อมอุปกรณ์ 20 ชุด 72 ล้านบาท, ปืนกลมือขนาด 9 มม. 4,000 กระบอก พร้อมอุปกรณ์ 104 ล้านบาท,

ปืนเล็กสั้น ขนาด 5.56 มม. จาก 3 โครงการ 2,000 กระบอก 274 ล้านบาท, รถปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยในการชุมนุม (จีโน่) 5 คัน 87 ล้านบาท และค่าซ่อมแซมรถฉีดน้ำแรงดันสูงควบคุมฝูงชน (จีโน่) ที่ชำรุด 5 คัน 47 ล้านบาท รวม 599.5 ล้านบาท

“ถามว่าตำรวจมีอาวุธได้หรือไม่ ตอบว่ามีได้ แต่ข้อเท็จจริงต้องดูว่าตำรวจใช้อาวุธเหล่านี้กับใคร ด้วยจุดประสงค์อะไร และถือครองไว้จำนวนเท่าไหร่ เราต้องไม่ปล่อยให้ตำรวจตกเป็นเครื่องมือของรัฐ ผลักสังคมไปอยู่ในความรุนแรงที่สูงขึ้นเรื่อยๆ จากการสะสมอาวุธสงครามมากมาย” น.ส.พนิดา กล่าว

ขณะที่ น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ กรรมาธิการ (กมธ.) สัดส่วนพรรคก้าวไกล อภิปรายปรับลดงบประมาณในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 10% การจัดสรรงบประมาณของตำรวจมีปัญหาต่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ทั้งที่เป็นภารกิจหลักของตำรวจ

หากเราพิจารณางบของตร.ในปีนี้ หรือหลายปีที่ผ่านมา ไม่ได้เกิดจากการได้รับงบประมาณน้อยเกินไป แต่เกิดจากการตั้งใช้งบประมาณกับบางอย่างที่เกินจริง ให้ความสำคัญผิดสัดส่วน

ยกตัวอย่าง ค่าน้ำมันของสายตรวจที่ได้เดือนละ 7,000 บาท หากเป็นจักรยานยนต์จะได้เดือนละ 3,500 บาท ทั้งที่ต้องใช้ขับลาดตระเวนทั้งวัน ทำให้ตำรวจต้องลดการลาดตระเวนหรือใช้วิธีการตรวจเมื่อมีการแจ้งเหตุแทน และยังต้องออกค่าน้ำมันส่วนเกินเอง

ขณะที่โครงการอื่นๆ เช่น โครงการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ หรือจิตอาสา 904 ที่มีงบประมาณ 157 ล้านบาท กลับได้ค่าน้ำมันอย่างไม่ขัดสน แค่รับส่งเจ้าหน้าที่ก็ได้ค่าน้ำมันเที่ยวละ 1,000 บาท ไปกลับตกวันละ 2,000 บาท นอกจากนี้ จิตอาสา 904 ยังมีค่าน้ำมันในกิจกรรมสร้างจิตสำนึกปีละ 3.32 ล้านบาท เฉลี่ยเดือนละ 2.7 แสนบาท

น.ส.ณธีภัสร์ กล่าวว่า งบประมาณอีกส่วนที่ตั้งไว้สูงคือค่าเช่ารถ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีรถจำนวนมาก ทำให้ค่าเช่าย่อมสูงตามไปด้วย ปีนี้ 3,000 กว่าล้านบาท โดยที่ค่าเช่ารถในแต่ละปีมีราคาสูงกว่าความเป็นจริงมาก

ยกตัวอย่าง รถที่เช่าอยู่ 2 รุ่น คือ โตโยต้าแคมรี่ จากโครงการบริการประชาชน ที่เช่าอยู่ 215 คัน ค่าเช่าเดือนละ 37,630 บาทต่อคัน แต่ความเป็นจริงให้เช่าในราคา 30,700 บาท เท่ากับตำรวจเช่าแพงถึง 20% ส่วนรถเบนซ์ เอส 350 จากโครงการถวายความปลอดภัย เช่าอยู่ 8 คัน ค่าเช่าเดือนละ 165,500 บาทต่อคัน แต่ความเป็นจริงเช่าในราคา 137,116 บาท เท่ากับตำรวจเช่าแพงกว่า 20%

ด้านนายกรุณพล เทียนสุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายถึงงบประมาณของตร.ที่ไม่จำเป็น และขอทุกปี ซึ่งสิ่งที่ควรลดหรือตัดออกไปเลย คือ ค่าตอบแทนอาสาสมัครตำรวจบ้าน ตนเข้าใจว่าภารกิจของตำรวจมีมาก และจำเป็นที่จะต้องมีอาสาสมัครมาช่วยเหลือ

แต่อาสาสมัครเหล่านี้มี 10 คนต่อสถานีตำรวจ แต่ค่าตอบแทนที่ให้กับอาสาสมัครนี้ เบิกงบต่อคนต่อปีแค่ 1,800 บาท และถือว่าเป็นแค่สินน้ำใจ ถ้าเป็นแค่สินน้ำใจการทำงานทั้งปีแล้วได้แค่นี้ สิ่งแรกที่ตำรวจต้องทำ คือ ต้องแจ้งข้อหาตัวเองก่อนเลย ที่ให้ค่าแรงที่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำ หรือถ้าไม่จัดการเรื่องนี้ก็ควรหางบมาทำเป็นหลักแหล่งชัดเจน

“ฉะนั้น หวังว่าตร.จะตัดลดงบเพื่อให้กำลังพลได้มีบ้านพักอาศัยที่ดี มีสวัสดิการ และน้ำมันเพียงพอ เมื่อการจัดสรรงบไม่เป็นผลแบบนี้ตนขอปรับลดทั้งหมด 5%” นายกรุณพล กล่าว

จากนั้น นายธเนศ เครือรัตน์ ในฐานะกมธ. ชี้แจงว่า ปืนซุ่มยิงระยะไกล ปืนกล ปืนเล็ก ทั้งหมด 6,030 กระบอก ตร.ได้ใช้งบพับตั้งแต่ปี 64 มาจัดซื้อในปี 67 เนื่องจากขณะนั้นเป็นช่วงโควิดจัดซื้อไม่ทัน จึงมาจัดซื้อในปีนี้ ซึ่งทางอนุกมธ.ก็ไม่ได้ตัดลดในส่วนนี้ เนื่องจากได้ส่งมอบและเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว สำหรับค่าน้ำมัน ทำเป็นข้อสังเกตให้สตช.จัดสมดุล ระหว่างรถประจำตำแหน่ง และรถสายตรวจ

ทั้งนี้ ที่ประชุมลงมติเห็นชอบตามคณะกมธ.เสียงข้างมากแก้ไข ด้วยคะแนน 259 ต่อ 129 งดออกเสียงไม่มี และไม่ออกเสียง 2 เสียง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน