ทันทีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แย้มว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะกลับไทย โดยตั้งใจจะให้กลับมาช่วงเดือนต.ค.นี้
คอการเมืองก็วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา ถึงวิธีการที่จะพาอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์กลับเมืองไทย
จะเป็นโมเดลและมาตรฐานเดียวกับนายทักษิณหรือไม่ มีเงื่อนไขใดที่เป็นอุปสรรค
มีมุมมองจากซีกรัฐบาล รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และความเห็นจากนักวิชาการถึงความเป็นไปได้
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า กรมราชทัณฑ์ต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลจะไม่มีใครได้รับข้อยกเว้น ตามพ.ร.บ.ราชทัณฑ์ในส่วนของการกำหนดโทษเป็นเรื่องของศาล
คนที่จะเข้าคุกก็ต้องมีหมายจากศาล กระทรวงไม่ใช่ผู้พิจารณาแต่มีระบบอยู่แล้ว รวมถึงระบบของเรือนจำ หากเป็นผู้หญิงก็จะมีมาตรฐานให้ ผบ.เรือนจำ เป็นผู้หญิง
ดังนั้น การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังในเรือนจำที่ตอนนี้ มีเกือบ 300,000 ราย ก็จะปฏิบัติแบบนี้ทั้งหมด และทุกคนจะได้รับการปฏิบัติตนเหมือนกัน
ตามขั้นตอนเมื่อลงจากเครื่องตำรวจต้องส่งตัวให้เรือนจำ และส่วนใหญ่จะปฏิบัติตามมาตรฐานเดียว ไม่มีสองมาตรฐาน
ส่วนประเด็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องถูกตัดผมหรือไม่นั้น มาตรฐานของผู้หญิงจะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เป็นระเบียบของผู้หญิง ส่วนที่หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าจะใช้โมเดลเดียวกับนายทักษิณมาอยู่เรือนจำไม่กี่ชั่วโมง พ.ต.อ.ทวี ยืนยันว่า ไม่มีโมเดลใครทั้งนั้น
ด้าน นายพิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ยืนยันเช่นกันว่า ไม่มีสองมาตรฐานที่ผ่านมาก็ไม่มีสองมาตรฐาน เป็นเรื่องการบังคับโทษ การบริหารโทษ ไม่มีอะไรสองมาตรฐาน ที่ผ่านมายึดหลักการบังคับโทษ บริหารโทษ กระบวนการยุติธรรมสิ้นสุดนับแต่ศาลออกใบแดงแจ้งโทษแล้ว
ฉะนั้นรูปแบบจะมีโมเดลคล้ายๆ นายทักษิณ หมายถึงการเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายเพื่อเข้าสู่การบังคับโทษ ซึ่งมีขั้นตอนตามกฎหมายที่ชัดเจน
เมื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางมาถึงตำรวจจะคุมตัวไปศาลเพื่อออกใบแดงแจ้งโทษ จากนั้นจะถูกนำตัวไปอยู่ในอำนาจของกรมราชทัณฑ์ เพื่อบังคับโทษให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาล
ส่วนกรมราชทัณฑ์จะดำเนินการอย่างไรมีแนวทางการปฏิบัติอยู่แล้ว กรณีนายทักษิณมีเหตุเจ็บป่วย กรมราชทัณฑ์ก็ปฏิบัติไปตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์หากไม่ได้มีอาการเจ็บป่วย กรมราชทัณฑ์ก็จะปฏิบัติแตกต่างกันออกไป
ดร.สติธร ธนานิธิโชติ ผอ.สำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า ความเป็นไปได้ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะกลับมาช่วงเดือนต.ค.นั้น จะกลับได้ต้องมีโอกาสสำคัญเป็นตัวช่วย เช่น บรรเทาโทษที่หนักให้เบาลง ปีนี้มีหลายเหตุการณ์ช่วงเดือน ก.ค. ส.ค. แต่ต.ค.ไม่เห็นเหตุการณ์อะไรที่จะช่วยบรรเทาโทษได้
การกลับมาต.ค.เร็วไปหรือไม่ ถ้าจะกลับภายในปีนี้ ต้องใช้โมเดลผ่านกฎหมายนิรโทษกรรม
หากจะใช้โมเดลนายทักษิณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องกลับมารับโทษ และต้องมีการเตรียมขออภัยโทษ แต่เงื่อนไขแบบที่นายทักษิณใช้เมื่อเทียบกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์แล้วยังยากอยู่ ตรงที่นายทักษิณ มีเรื่องอายุ สุขภาพ ทำให้ไปอยู่โรงพยาบาลได้
ความเป็นไปได้เมื่อกลับมาแล้วรับโทษโดยขอคุมขังนอกเรือนจำแล้วขออภัยโทษนั้น วันนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ติดคดีถึงที่สุดแล้วอยู่ 1 คดี ทำให้ลำบากหน่อย และการขอคุมขังข้างนอก ก็ต้องหาเหตุว่าทำไมต้องขังข้างนอก
กรณีนายทักษิณนั้นต้องไปนอนโรงพยาบาลตำรวจเพราะป่วย ตอนพักโทษถึงได้กลับมาบ้าน แล้วน.ส.ยิ่งลักษณ์จะไปเข้าโมเดลนั้นได้อย่างไรที่จะขอรับโทษนอกเรือนจำ ขนาดนายทักษิณยังไม่ได้เลย ต้องค่อยๆไต่ระดับ
แสดงว่าหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์จะกลับมาได้จริงๆ ต้องได้รับโทษเข้าคุกก่อน คิดว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์อาจไม่ได้อยากกลับมาเข้าคุก เป็นไปได้มากที่สุด น.ส.ยิ่งลักษณ์ คงคาดหวังว่าไม่ควรได้รับโทษ
เพราะคดีของน.ส.ยิ่งลักษณ์คือคดีการเมืองแท้ๆ และที่เกี่ยวเนื่องแทบจะเคลียร์หมด เพียงแต่ คดีนี้เคลียร์ไม่ได้เพราะถึงที่สุดแล้ว จึงไม่มีกระบวนการกฎหมายไปล้มล้าง อย่างไรก็ต้องกลับมารับโทษ
นอกจากการนิรโทษกรรม ซึ่งก็ต้องรอ คิดว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์น่าจะพอรอไหว ไม่ต้องรีบกลับมาเพื่อรับโทษ หากรอจนอายุ 60 ปี ก็ได้ แบบให้เวลาผ่านไป
แต่ถ้าอยากกลับเร็วกว่านั้น โมเดลที่น.ส.ยิ่งลักษณ์คิดน่าจะอยากให้ตัวเองคลีน เพราะตกกระไดพลอยโจนมาเป็นนายกฯ แล้วก็โดนโทษ คงรู้สึกไม่เป็นธรรมกับตัวเอง ฉะนั้นโมเดลที่เหมาะที่สุดถ้าจะมีใครช่วยทำให้ได้คือต้องลบล้างความผิด แต่ความเป็นไปได้ก็เป็น อีกเรื่องหนึ่ง
ที่นายทักษิณพูดว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์จะกลับ ก็พูดคล้ายๆ กรณีตัวเอง ที่บอกจะกลับอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่ได้กลับ แปลว่ากำลังอยู่ในกระบวนการพูดคุย เจรจาต่อรอง ไม่ได้แปลว่าสำเร็จแล้ว
อาจตีความกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ แบบนั้นได้เหมือนกันว่ากำลังอยู่ระหว่างหาวิธีที่เหมาะที่สุด แต่ระหว่างกำลังหาวิธีนายทักษิณก็หยอดไว้ก่อนว่าจะได้กลับ พูดในเชิงบวกไว้ก่อน
นายยุทธพร อิสรชัย อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวว่า โอกาสที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะกลับช่วง ต.ค.มีโอกาสแต่ไม่ง่ายนัก เพราะมีทั้งแง่คดีความที่ซับซ้อนมากกว่าคดีของนายทักษิณ เพราะบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีมีมากกว่า
และเงื่อนไขของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่จะเข้าสู่การพักโทษ หรือการพักรักษาตัวนอกเรือนจำกรณีเจ็บป่วยเหมือนนายทักษิณก็ไม่ง่าย นายทักษิณมีอายุเกิน 70 ปี เข้าระเบียบของกรมราชทัณฑ์ แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังไม่ถึง 70 ปี เป็นอุปสรรคที่สำคัญประการหนึ่ง
จริงอยู่แม้เป็นอำนาจของอธิบดีกรมราชทัณฑ์ที่จะสั่ง แต่ก็ต้องมีฐานกฎหมายรองรับ คงไม่มีข้าราชการคนไหนกล้าออกคำสั่งเพราะจะมีความผิดไปด้วย จึงไม่ง่ายเมื่อเทียบกับกรณีนายทักษิณ
นายทักษิณพูดลักษณะให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่าปีหน้าคงมีโอกาสมาทำบุญช่วงสงกรานต์ด้วยกัน แต่เมื่อเปิดดูปฏิทินไม่ง่าย เพราะยังมีเงื่อนไขอีกหลายอย่าง และต้องไม่ลืมนายทักษิณพูดถึงการกลับประเทศไทยไม่น้อยกว่า 20 ครั้ง กว่าที่ตัวเองจะได้กลับมาจริงๆ แต่ละครั้งก็ระบุ วัน เดือน ปี
ไม่ง่ายที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะใช้มาตรฐานเดียวกับนายทักษิณ เพราะเงื่อนไขแตกต่างกัน ทั้งเรื่องอายุซึ่งเป็นประเด็นใหญ่และยากมาก จะใช้ช่องทางกฎหมายไหน เว้นแต่เข้าเงื่อนไขตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ ส่วนกฎหมายอื่นยังเป็นเรื่องยาก
หลายคนพูดไปถึงการใช้กฎหมายนิรโทษกรรมที่อยู่ระหว่างดำเนินการว่าจะช่วยน.ส.ยิ่งลักษณ์หรือไม่นั้น ตนในฐานะกรรมการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตรา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม สภาผู้แทนฯ
บอกเลยว่า 25 ฐานความผิดที่เป็นข้อสรุปตอนนี้ ยังไม่มีฐานความผิดที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 157 ยังไม่มีฐานความผิดที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริต ไม่มีการพูดชื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์แม้แต่นิดเดียวในที่ประชุม
สังคมไปปะติดปะต่อกับประเด็นต่างๆ ที่นายทักษิณพูด แต่ในข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น ยืนยัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้ประโยชน์จากตรงนี้ อีกทั้งยังเป็นข้อสรุปในชั้นอนุกรรมาธิการส่วนในชั้นของสภาก็เป็นเอกสิทธิ์ของสภาที่จะพิจารณา
“ผมมองว่าวันนี้โอกาสกลับประเทศของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยัง 50:50 เป็นเรื่องไม่ง่ายที่จะกลับมา เพราะยังมีเงื่อนไขอีกมาก และส่วนตัวไม่คิดว่าจะได้เห็นภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์เข้าเรือนจำ เชื่อว่าก่อนเดินทางกลับต้องมีการแนะนำ
เป้าหมาย คือน.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องไม่เข้าเรือนจำ ดังนั้นตราบใดที่ยังไม่มีช่องทางกฎหมาย หรือทางออก เชื่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์คงยังไม่กลับมา” นายยุทธพรกล่าว