พายัพ สับแก๊งทำลายข้าวโผล่โดดโหยงเหยง ใช้ลมปากอ้าง‘ข้าวเสีย-ข้าวเน่า’ หวังประมูลซื้อราคาถูกฟันกำไร แถมได้ทำลายล้างกันทางเมือง

เมื่อวันที่ 9 พ.ค.2567 นายพายัพ ปั้นเกตุ ที่ปรึกษารองนายกฯ กล่าวถึงกระแสตอบรับที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ กับคณะผู้เชี่ยวชาญทั้งภาครัฐและเอกชน เดินทางไปตรวจโกดังข้าวที่เก็บไว้ 10 ปี แต่สภาพข้าวยังดีอยู่ว่า สภาพข้าวไม่หืน ไม่เหม็น สามารถรับประทานได้ จึงมีการรับประทานโชว์ออกสื่อ

ถือเป็นการขุดบ่อล่อตัวกินปลาได้เป็นอย่างดี เพราะทำให้หลายฝ่ายออกมากระโดดโหยงเหยงกันเต็มหมดเลย ทั้งนักการเมือง โรงสี คนซื้อข้าว โกดังข้าว กลุ่มคนที่สนับสนุนการเมืองคนละซีกกับพรรคเพื่อไทย ได้แสดงตัวออกมาเสนอหน้าคัดค้านและโจมตี จึงขอให้สังคมจดจำไว้ว่ามีใครบ้าง เพราะนี่แค่ยกหนึ่ง ยังมีตัวละครที่จะออกมาต่อจิกซอว์ให้สังคมเห็นธาตุแท้อีกมาก

นายพายัพ กล่าวว่า ตัวเลขต้นทุนและกำไรค้าข้าวในโกดังที่นายภูมิธรรม ไปตรวจครั้งนี้ เป็นข้าวดีในกระสอบ 15,000 ตัน ถ้าขายเป็นข้าวดีที่นำมารับประทานได้ โดยเอาไปขัดให้ข้าวขาว จะซื้อขายจากโกดังได้ถึงกิโลกรัมละ 12-15 บาท หากคิดกลางๆ กิโลกรัมละ 14 บาทก็จะได้ราคา 210,000,000 บาท นี่ถือเป็นต้นทุนการตลาดที่รัฐขายได้

แต่ถ้าพูดกันว่าเป็นข้าวในโกดังที่เก็บอย่างดีกินได้เหล่านี้กลายเป็นข้าวเน่า ข้าวเสีย ราคาก็จะถูกลงเกินครึ่งหนึ่ง เหลือแค่กิโลกรัมละ 5 บาท และอาจได้แค่ 75,000,000 บาทเท่านั้น ซึ่งเป็นความเสียหาย แน่นอนว่ามีคนต้องทำให้ข้าวดีกลายเป็นข้าวเน่าเพื่อทำให้ราคาถูกลงอย่างแน่นอน คนพวกนี้ต้องการหากำไร โดยใช้ลมปากทำลายความน่าเชื่อถือ คุณภาพ และเงินที่รัฐควรจะได้

นายพายัพ กล่าวอีกว่า โครงการรับจำนำข้าวสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มาขายสมัยรัฐบาลทหารก็ทำเช่นนี้ คือการพยายามพูด ออกข่าวว่าข้าวในโกดังเสีย เป็นข้าวเน่า แต่เวลาประมูลแย่งกันซื้อในราคาถูก ด้วยการอ้างว่าจะเอาไปเลี้ยงสัตว์ เพราะคนกินไม่ได้ แต่สุดท้ายแย่งกันซื้อหมดโกดัง

คนที่บอกว่าโกดังตัวเองไม่รับซื้อเพราะข้าวเสื่อมสภาพ ก็มาร่วมประมูลซื้อด้วยในท้ายที่สุด ดังนั้น วันนี้คนไทยและสังคมโลกจะต้องรู้ความจริงว่าขบวนการค้าข้าวในโกดังที่ผ่านมา แท้จริงแล้วขายข้าวดีเป็นข้าวเน่าเป็นเรื่องการละครตบตาสังคม เพราะสุดท้ายเอาทั้งกำไรและได้ทำลายล้างกันทางการเมืองอีกด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน