วุฒิสภาถกเดือด ตั้งกมธ.ตรวจสอบเลือกสว. ‘ครูออน’ เปิดชื่อพยาน แฉซื้อเสียง 5 หมื่นเลือกตัวเอง ‘กิตติศักดิ์’ ด่ากราด ใครตำหนิสว.ชุดเก่า หุบปากเดี๋ยวนี้ หน้าที่ใครหน้าที่มัน ขู่ระวัง เจอสนช.อีกรอบ

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 8 ก.ค.2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม นายสมชาย แสวงการ สว. เสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาตรวจสอบการเลือกสว.

โดยนายสมชาย กล่าวว่าวุฒิ สภาชุดนี้ปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมี สว.ชุดที่ 13 ขณะนี้อยู่ระหว่างรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบการเลือกสว. และประกาศรับรอง ส่วนสว.ชุดนี้ก็ทำงานไปจนกว่าจะครบวาระ เรายังมีการพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติ พฤติกรรมและจริยธรรม ทั้งอัยการสูงสุดและประธานศาลปกครองสูงสุด ซึ่งคาดว่าถ้าสัปดาห์หน้า สว.ชุดนี้ทำอยู่ ก็จะให้ความเห็นชอบต่อไป ซึ่งคิดว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญอย่างถูกต้อง

“ยืนยันด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีว่าไม่มีเจตนาที่จะยื้อหรืออยู่ต่อ เหมือนที่กล่าวหาให้ร้ายในสังคม เพียงแต่ต้องทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญทุกมาตรา ยกเว้นมาตรา 272 เลือกนายกฯ ทำหน้าที่สมศักดิ์ศรีเพื่อส่งต่อให้วุฒิสภาชุดใหม่ ซึ่งพวกเราเก็บของนานแล้วแต่ยังคงต้องทำหน้าที่ต่อไป” นายสมชาย กล่าว

นายสมชาย กล่าวด้วยว่า การให้กกต.รับรองไปก่อนแล้วสอยทีหลัง ตนเห็นว่ากระทำไม่ได้ เพราะตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว. มาตรา 42 เมื่อกกต.ได้รับรายงานเลือกกันเองแล้ว ให้รอ 5 วัน เมื่อพ้นกำหนด หากกกต. 7 คนเห็นว่าเลือกถูกต้อง สุจริต เที่ยงธรรม ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา อีกทั้งรัฐธรรมนูญ และกฎหมายเลือกสว. ไม่ได้เขียนไว้ว่าให้รับรองก่อนแล้วค่อยสอยทีหลัง ฉะนั้น กกต.มีหน้าที่ตรวจสอบสุจริตเที่ยงธรรม หากเห็นเป็นดังนั้นก็ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเท่านั้น

จากนั้นเปิดให้สว. ร่วมอภิปรายอย่างกว้างขวาง ส่วนใหญ่สนับสนุนญัตติดังกล่าว ให้ตรวจสอบข้อร้องเรียนของผู้สมัคร สว.

นายออน กาจกระโทก สว. อภิปรายสนับสนุนว่า ตนมีเรื่องร้องเรียนของ ผู้สมัคร สว. ที่เอ่ยชื่อได้เพราะเขาพร้อมเป็นพยาน คือ นายสงบ จินะแปง บอกว่าในการเลือก วันที่ 26 มิ.ย.เวลา 05.00 น. มีรถบัสและรถตู้มาส่งบุคคลที่จะเลือกระดับประเทศ ที่เมืองทองธานี ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการฮั้ว เอาเปรียบบุคคลอื่น รวมถึงมีข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ กกต. และผู้สมัคร ที่สนทนากับผู้สมัครคนอื่นในวันเลือกระดับประเทศ พร้อมกับเสนอเงินให้ 50,000 บาท เพื่อให้เลือกตนเอง ซึ่งตนพร้อมนำรายละเอียดมอบให้กับกรรมาธิการที่ตั้งขึ้นให้ตรวจสอบ

ด้านนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สว. อภิปรายว่า ตนอยากบอกว่าที่ สว.ใหม่ ไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ต้องรอ กกต.รับรองและประกาศในราชกิจจานุเบกษาเท่านั้น “ดังนั้น ว่าที่ สว.ใหม่ ที่มาตำหนิติเตียนกรุณา หุบปากเดี๋ยวนี้ หน้าที่ใคร ผมไม่ก้าวก่าย”

ทำให้นายพรเพชร กล่าวว่า ไม่ใช่ประเด็นที่จะมาพูดกัน แต่นายกิตติศักดิ์ ยังยืนยันเหมือนเดิมว่า ตนไม่พูดไม่ได้ มันไม่ยุติธรรม ตนไม่ได้เอ่ยชื่อใคร คนที่ออกมาตำหนิ กรุณาหุบปาก นั่งลงพับเพียบเรียบร้อย เมื่อใดที่ กกต.ประกาศรับรอง เราเตรียมตัวกลับบ้าน ข้าวของในห้องเก็บเรียบร้อยแล้ว

ดังนั้น ทุกคนมีศักดิ์ศรี ตนไม่ได้ว่า ว่าที่ สว. 200 คน เราให้เกียรติท่าน แต่ในวันนี้ เราปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญอย่างถูกต้อง ดังนั้น การที่จะถูกใครก็ตามตำหนิติเตียนพวกเรา คิดว่าไม่เป็นธรรมโดยเฉพาะพวกเราไม่ได้ยึดติด ไม่อยากที่จะอยู่โดยที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่

“หากเอากันตรงๆ กกต. กล้าๆหน่อย อย่าปากกล้าขาสั่น ผมกลัวอย่างเดียวว่า กกต.ไม่รับรอง แล้วเราต้องปฏิบัติหน้าที่แบบนี้ต่อไป หากเรายังรับเบี้ยเลี้ยง รับเงินเดือนอยู่ แล้วไม่ปฏิบัติหน้าที่ ตรงนี้คิดว่าเอาเปรียบงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่ สว.ใหม่นั้น เรายินดี ขอให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาจะเจริญรุ่งเรือง แต่หากเข้ามาแล้วปฏิบัติหน้าที่ไม่ตรงไปตรงมา ผมบอกไว้เพียงอย่างเดียวว่า อาจจะมีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ใหม่” นายกิตติศักดิ์ กล่าว

ขณะที่ฝ่าย สว.ที่เห็นค้าน อาทิ นายเสรี สุวรรณภานนท์ สว. อภิปรายว่า ในการทำงานของ องค์กรอิสระ ต้องทำหน้าที่อิสระตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ที่บอกว่า กกต.ต้องติดคุกนั้น หาก กกต.ทำผิด ทำทุจริตหน้าที่ต้องติดคุก แต่ขณะนี้กกต. มีความอิสระ ดังนั้น การทำหน้าที่ระหว่างไม่มีสว.ใหม่ ต้องอยู่รอเพื่อทำหน้าที่เท่าที่จำเป็น ไม่ก้าวก่ายแทรกแซงองค์กรอิสระ

การเลือก สว. กฎหมายเขียนชัดเจนให้คนที่อยู่ในตำแหน่งต่างๆ ห้ามเข้าไปยุ่ง เพราะมีกฎหมาย เป็นโทษทางอาญา ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรรมการบริหารพรรค สส. สว. เข้าไปช่วยเหลือให้ผู้ใดได้รับเลือก หรือไม่ได้รับเลือก ใครฝ่าฝืนจะมีโทษปรับ จำคุก รวมถึงเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ดังนั้น ตนไม่อยากพ้นจาก สว.แล้วมีคดีอาญาติดตัว

นายเสรี กล่าวต่อว่า ประเด็นการตรวจสอบ ตามคำร้องเป็นหน้าที่ของ กกต. ไม่ใช่ สว. เพราะกฎหมายให้อำนาจ กกต. ประกาศรับรองไปก่อนแล้วสอยทีหลังได้ ดังนั้น จะบังคับให้ กกต. เห็นด้วยกับท่านไม่ได้ เพราะมีการร้อง 600 เรื่อง มีพยานเยอะ แต่เป็นพยานปั้น พยานกลั่นแกล้ง ไม่อาจมีใครรู้ได้ จึงต้องตรวจสอบ ซึ่ง สว.ที่ได้รับเรื่องร้องก็ต้องส่งให้ กกต. ไม่ใช่ทำตัวเป็น กกต. แล้วไปวินิจฉัยแทน

“ไม่เอากลุ่มสีน้ำเงิน จะเอากลุ่มสีส้ม หรือ สีแดง หากจะเอากลุ่มที่พอใจ ไม่มีทางจบได้ การเลือกไม่ว่าได้ผลเป็นอย่างไรต้องยอมรับ ผมไม่เห็นด้วยกับการตั้งกมธ.เพราะเป็นการก้าวก่ายแทรกแซงองค์กรอิสระ” นายเสรี กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุม นายพรเพชร ได้คอยตักเตือนการอภิปราย ของสว.ที่พาดพิงถึงบุคคลภายนอก พร้อมขอให้ระมัดระวังการอภิปราย เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับบุคคลที่ทำหน้าที่ นอกจากนั้นยังไม่อนุญาตให้ใช้สื่อเพื่อประกอบการอภิปรายของผู้เสนอญัตติด้วย

นพ.พลเดช ปิ่นประทีป สว. อภิปรายว่า เมื่อดูรายชื่อ และคุณสมบัติผู้ได้รับเลือกเป็นสว. 200 คน บวกกับรายชื่อสำรอง 100 คน ทำให้เห็นถึงความผิดเพี้ยน ในความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้วยวิชาชีพ ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ จึงมีข้อเสนอแนะให้ผลการเลือกเป็นโมฆะทั้งหมด แล้วจัดเลือกใหม่ทั้งในระดับอำเภอ จังหวัด ระดับชาติ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดรับผู้สมัครเพิ่ม ให้ใช้ผู้สมัครชุดเดิม ตรวจสอบคุณสมบัติใหม่ เพื่อคัดเลือกใหม่ ได้ผลประการใดก็เร่งประกาศรับรอง

ข้อเสนอนี้อาจสุดโต่งเพราะต้องใช้งบประมาณอีก 1,500 ล้านบาท ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1-2 เดือน แต่ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า และได้สว.ที่เป็นที่ยอมรับมากขึ้น

หลังสมาชิกอภิปรายเสร็จสิ้น ที่ประชุมลงมติเห็นด้วยให้ตั้งกมธ. 101 เสียงไม่เห็นด้วย 10 เสียง งดออกเสียง 17 เสียง ตั้งกมธ.วิสามัญฯ จำนวน 21 คน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน