ชาวนครศรีฯ ได้เฮ! ครม. เห็นชอบ ดัน “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก “ชัยชนะ” สุดปลื้ม เผย ชาวเมืองคอน รอคอยกว่า 10 ปี
ครม. ไฟเขียว ให้นำเอกสารเสนอ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. มีมติเห็นชอบให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำเอกสารเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อขอรับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก
โดยมีเนื้อหาหลักเกณฑ์สำคัญ ดังนี้ วัดพระมหาธาตุฯ แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางศาสนา และองค์ประกอบที่สำคัญที่สะท้อนถึงอิทธิพลทางศาสนา และรูปแบบศิลปะจากศาสนาฮินดูพุทธศาสนามหายานพุทธศาสนาเถรวาท ที่ได้รับการถ่ายทอดทางใต้ของเอเชีย เช่น อินเดีย ศรีลังกา และเมียนมาร์ตอนใต้ เป็นระยะเวลาประมาณ 1,500 ปี
วัดพระมหาธาตุฯ มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย และทรงคุณค่า เช่น ศิลปะชวา ภาคกลาง ศิลปะศรีลังกา และศิลปะมอญ ซึ่งเป็นตัวอย่างของการแลกเปลี่ยนทางศาสนาและสถาปัตยกรรมอย่างชัดเจน
อีกหัวข้อหนึ่งที่เป็นจุดโดดเด่นของทางวัดมหาธาตุนั้น คือ วัดพระมหาธาตุฯ เป็นศูนย์กลางทางศาสนาของเมืองที่สำคัญ และเป็นศูนย์กลางของประเพณีที่ยังดำรงอยู่ ระบบความเชื่อที่หลากหลาย ซึ่งได้ผสมผสานกับความเชื่อพื้นเมืองดั้งเดิม และยังมีประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ที่สืบทอดอยู่จนถึงปัจจุบันนี้เช่น พิธีแห่ผ้าขึ้นพระธาตุ การแสดงโนรา การบูชาบรรพบุรุษ พิธีพราหมณ์ ศิลปะท้องถิ่น
โดยต่อไปจะมีการดูลงลึกถึงเรื่องกฎหมาย การปกป้องคุ้มครอง และการบริหารจัดการ โดยจะมี 3 หัวข้อทางกฎหมายที่ต้องวิเคราะห์ คือ 1.พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปะวัตถุ และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พ.ศ.2504
2.กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองนครศรีธรรมราช พ.ศ. 2562 และ 3.พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 เพื่อแก้ไขเพิ่มเติม
ทั้งนี้ หากเราได้ยื่นเป็นมรดกโลกก็จะมีมิติทางการท่องเที่ยวมากมาย เช่น กระตุ้นนักท่องเที่ยวหลากหลายประเทศ ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 35 หลังจากขึ้นทะเบียน และด้านเศรษฐกิจก็จะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร โรงแรม ของที่ระลึก และโอกาสสร้างงานให้กับประชาชนในพื้นที่
ส่วนด้านสังคม แน่นอนว่าต้องส่งเสริมการอนุรักษ์วิถีชุมชน ชุมชนท้องถิ่นให้เห็นคุณค่าทางวัฒนธรรมมากขึ้นต่อไป
ด้าน นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงมติ ครม.ดังกล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้นำเรื่องเข้าสู่ ครม. เสนอให้วัดพระมหาฯ ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก
และต้องขอขอบคุณครม.ที่เห็นความสำคัญเรื่องนี้ เพราะชาวนครศรีธรรมราชรอคอยมายาวนานกว่า 10 ปี นับตั้งแต่คณะกรรมการมรดกโลกได้ขึ้นบัญชีเบื้องต้น (Tentative List) ไว้เมื่อปี 2556 ในการประชุมที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา
ขั้นตอนต่อจากนี้ ทางคณะกรรมการมรดกโลกแห่งชาติจะนำเอกสารทั้งหมดที่ผ่านความเห็นชอบของ ครม. ส่งไปยังศูนย์มรดกโลก ประเทศฝรั่งเศส ภายในวันที่ 1 ก.พ.นี้ ซึ่งคณะกรรมการมรดกโลกจะได้พิจารณาในรอบแรก และประกาศผลในการรับคำร้องของไทยภายในวันที่ 1 มี.ค. 2568
เมื่อผ่านการพิจารณาในรอบแรกแล้วจะส่งให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญของยูเนสโกศึกษาอีก 1 ปี และในช่วงปลายปี 2568 จะแจ้งผลกลับมา และจะส่งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่จริง เพื่อตรวจสอบตามเอกสารที่ได้นำเสนอไป ในเดือนม.ค.-ก.พ. 2569 หลังจากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญจะได้เสนอเรื่องทั้งหมดให้กับคณะกรรมการยูเนสโกพิจารณาต่อไป โดยหวังว่าจะเป็นข่าวดีในท้ายที่สุด
สำหรับพื้นที่ที่ได้นำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช ขึ้นทะเบียนมรดกโลก มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ซึ่งได้รับการประกาศขอบเขตที่ดินโบราณสถานทั้งพื้นที่ ประกอบด้วย เขตพุทธาวาส และเขตสังฆาวาส
โดยมีพระบรมธาตุเจดีย์เป็นประธานของกลุ่มโบราณสถานภายในวัด อันเป็นคุณลักษณะของแหล่งมรดกวัฒนธรรมและสถานที่ประกอบพิธีกรรมและประเพณีทางพุทธศาสนาที่สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน