เศรษฐา ชู แลนด์บริดจ์ ทำให้ไทยกลายเป็นสวิตเซอร์แลนด์ของเอเชีย ยัน เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ชี้ ยุทธศาสตร์สำคัญ ดันไทยสู่เวทีโลกอย่างมีศักดิ์ศรี

วันที่ 24 ก.พ. 2568 นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เครือมติชน-ข่าวสด ถึงอีกหนึ่งเมกะโปรเจ็กต์ คือ โครงการแลนด์บริดจ์ ที่จะทำให้เราเป็นสวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชียว่า โครงการแลนด์บริดจ์ เป็นอีกหนึ่งเมกะโปรเจ็กต์ที่สำคัญ

เรื่องแลนด์บริดจ์ ตอนที่ผมดํารงตําแหน่งนายกฯ มีการพูดคุยกับนักลงทุนหลายราย ฉะนั้น เชื่อว่ารัฐบาลเดินหน้าได้เต็มที่อย่างต่อเนื่อง ต้องยอมรับว่า การค้าโลกมีความสําคัญมาก มีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องปัญหาของภูมิรัฐศาสตร์

ปัจจุบันถ้าพูดถึงช่องทางในการขนถ่ายสินค้า ช่องแคบมะละกาที่ผ่านสิงคโปร์ มาเลเซีย เป็นช่องแคบที่สําคัญมาก มีเรือขนถ่ายสินค้าที่เข้าคิวเข้าช่องแคบมะละกาเยอะมาก ฉะนั้น การที่เราจะสร้างแลนด์บริดจ์ ซึ่งจะประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่าย มีผลตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจชัดเจน คิดว่าคุ้ม ไม่งั้นคนคงไม่ขอลงทุนแน่นอน

จุดยืนทางด้านภูมิศาสตร์ของประเทศไทย คือ มีความเป็นกลาง เราเป็นมิตรกับทุกประเทศ ทุกคนมีความสบายใจที่จะมาลงทุนในประเทศไทย เราให้ความเป็นธรรมกับทุกๆ ประเทศ ไม่ได้ฝักใฝ่หรือลําเอียงเข้าข้างประเทศใดประเทศหนึ่ง

เรามีมาตรการทางด้านภาษี มีโรงเรียนนานาชาติที่ดี มีโรงพยาบาลที่ให้บริการกับนักลงทุนต่างประเทศที่เหมาะสม มีท่าเรือน้ำลึกขนาดใหญ่รองรับการส่งออกได้อย่างดี ถ้าเรามีแลนด์บริดจ์ที่เชื่อมและลดค่าใช้จ่ายในการที่จะขนถ่ายสินค้าไปทั่วโลกได้ ก็จะเชื้อเชิญนักลงทุนมาได้ด้วย

การที่เรามีเมกะโปรเจ็กต์ใหญ่ระดับโลก ซึ่งควบคุมโดยคนไทย ควบคุมโดยรัฐบาลไทย ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย มันจะเป็นเครื่องมือในการปกป้องประเทศไทยด้วย เราจะกลายเป็นสวิตเซอร์แลนด์ของเอเชีย เช่น ถ้ามีการทะเลาะกันเกิดขึ้น จีนสบายใจว่าเราจะไม่เข้าข้างสหรัฐฯ สินค้าจีนจะไปทั่วโลกได้ สหรัฐฯ ก็สบายใจว่า สินค้าของสหรัฐฯ ก็จะมาได้ มันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า และทําให้เราแข็งแกร่ง

ผมคิดว่าหลายอย่างเราได้เปรียบประเทศเพื่อนบ้านเยอะ เวลานักลงทุนจะเข้ามาต้องมาอยู่ในประเทศไทยด้วย เขาไม่ได้เอาเงินมาลงทุนอย่างเดียว ซึ่งเวลาเขาเข้ามา เขามีครอบครัวมาอยู่ด้วย อย่างแรกที่เขาดู คือ เรื่องโรงเรียนนานาชาติ ซึ่งประเทศไทยมีโรงเรียนนานาชาติเยอะ ซึ่งเขาดูเรื่องนี้อย่างละเอียด

เวลาบริษัทจะมาลงทุนประเทศไทย เขาไม่ได้ดูแค่มาตรการทางด้านภาษี ไม่ได้ดูแค่ว่าเรามีท่าเรือหรือมีแลนด์บริดจ์ เขาดูความเป็นอยู่ที่เขาจะต้องดูแลพนักงานของเขาด้วยเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล เรื่องค่าครองชีพที่เหมาะสม เรื่องของโลจิสติกส์ฮับ เรามีสนามบินระดับ top 20 ของโลก ซึ่งมีความสะดวกสบายในการเดินทาง

ผมเชื่อว่าสงครามปัจจุบันนี้ที่มันหนักหนากว่า คือสงครามการค้า การที่เราสร้าง infrastructure mega project ระดับโลกขึ้นมาในแลนด์บริดจ์ ทําให้เราเป็นตัวเลือกที่สําคัญที่คนอยากเป็นมิตรกับเรา และไม่อยากให้เราถูกทําร้าย เพราะการที่เขาต้องพึ่งเมกะโปรเจ็กต์เหล่านี้ ถือเป็นเรื่องที่สําคัญ

ถ้าเกิดเรามีความเป็นกลาง เรามีความเป็นสวิตเซอร์แลนด์ของเอเชียได้ ทุกคนก็อยากจะมาใช้บริการ และไม่อยากให้ประเทศไทยต้องถูกเป็นเป้าในการโจมตีของประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะบริษัทต่างๆ ที่มาตั้งโรงงานที่นี่หรือต้องการใช้ทางผ่านตรงนี้ ถือว่ามีความสําคัญกับเศรษฐกิจของเขา

ฉะนั้น นี่ถือเป็นยุทธศาสตร์สําคัญที่เราจะพัฒนาประเทศเราเข้าไปอยู่ในเวทีโลก โดยที่เรามีบทบาทสําคัญ สามารถยืนอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี และเป็นที่หมายปองในการลงทุนของหลายๆ ประเทศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน