‘รมว.แรงงาน’ คาดสอบสัปดาห์หน้า ‘ประกันสังคม-ปลัดแรงงาน’ ยันไม่พักงาน-ขรก.บริสุทธิ์ วางกรอบ 90 วัน คลี่คลายปม บริหารงาน-ความไม่โปร่งใสบริหารงบฯ สปส. ซื้อตึก 7 พันล้าน
13 มี.ค. 68 – จากกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงการใช้งบประมาณของสำนักงานประกันสังคม (สปส.)
โดยมีองค์ประกอบกรรมการ จำนวน 5 คน เพื่อตรวจสอบการดำเนินงานไม่โปร่งใส เช่น กรณีลงทุนซื้อตึกมูลค่า 3 พันล้านบาทในราคา 7 พันล้านบาท เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงที่ นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดแรงงาน เป็นเลขาธิการ สปส. จึงจำเป็นต้องตั้งข้าราชการในระดับเดียวกัน เพื่อเป็นผู้สอบสวน เพื่อให้มีความชัดเจน และเสร็จสิ้นโดยเร็วนั้น

ล่าสุด ที่กระทรวงแรงงาน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า จากการตั้งกรรมการสืบสวนฯ ของ รองนายกฯ โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน และมีองค์ประกอบในคณะกรรมการจำนวน 5 คน
ส่วนทางกระทรวงแรงงาน ได้มอบหมายให้ นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นกรรมการ เพื่ออำนวยความสะดวกในการขอเอกสารจากภายในหน่วยงานของเรา พร้อมด้วย นายเกริกไกร นาสมยนต์ เป็นเลขานุการ และ นายอภิศักดิ์ แก้วสูงเนิน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ ซึ่งไม่มีอำนาจในการออกเสียง แต่เป็นผู้เตรียมเอกสาร และประสานงานภายในกระทรวงให้
ผู้สื่อข่าวถามว่า จำเป็นต้องพักการดำเนินงานราชการของปลัดกระทรวงแรงงาน รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องไปก่อนหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า อย่าไปถึงจุดนั้นเลย และประธานยังไม่มีการเรียกประชุมของคณะกรรมการสืบสวนฯ แต่คาดว่า ในสัปดาห์หน้าจะมีการตรวจสอบ ตนเชื่อว่า เราจะไม่พยายามใส่ร้ายหรือให้ร้ายใคร อย่างไรก็ต้องบอกว่า เจ้าหน้าที่ของเราบริสุทธิ์
“ผมจะไปบอกว่า ข้าราชการของผม ลูกน้องของผม ไม่บริสุทธิ์ โดยที่เรายังไม่ได้หาข้อเท็จจริง ผมคงทำอย่างนั้นไม่ได้ แต่การที่จะสอบหาข้อเท็จจริงตรงนี้ ไม่ได้ดูเฉพาะคณะกรรมการ (บอร์ด) แต่คงจะรื้อและดูไปถึงขั้นอนุฯว่าคือใคร บอร์ดใหญ่คือใคร คงจะย้อนกลับไปถึงตรงนั้น เพราะทุกสิ่งทุกอย่าง การชงเรื่องอาจจะเป็นของข้าราชการ แต่การอนุมัติ การศึกษาถึงความเป็นไปได้ เป็นเรื่องของบอร์ด ตั้งแต่บอร์ดชุดใหญ่ อนุฯ ลงมาถึงข้าราชการ ในส่วนนี้หากเราจะลงไปดูแล้ว เราคงไม่ได้ดูแบบผิวเผิน เราจะต้องลงไปดูในรายละเอียด ในเมื่อจะทำแล้วก็อยากให้ตรวจสอบได้ทั้งหมด” นายพิพัฒน์ กล่าวและว่า ตนให้อำนาจคณะกรรมการสืบสวนฯ ที่แต่งตั้งโดย รองนายกฯ อย่างเต็มที่ ประกันสังคมเป็นเรื่องที่มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ถึงกว่า 20 ล้านคน นั่นเป็นแรงงานก้อนใหญ่ของประเทศไทย และเป็นเจ้าของเงินประกันสังคม

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า มีกรอบระยะเวลา 90 วัน ในการตรวจสอบ สปส. จัดตั้งมากว่า 30 ปีแล้ว เพราะฉะนั้นการตรวจสอบต้องใช้เวลา ไม่มีใครอยากมาเป็นกรรมการที่สอบข้าราชการด้วยกันเอง หากสอบแล้วผลออกมาดีทั้งหมดก็หาว่า พวกคุณเข้าข้างกัน หากสอบแล้วผลออกมาไม่ดี ก็หาว่า กลั่นแกล้งกัน เพราะฉะนั้นการที่จะทำให้อยู่ตรงกลางไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องให้เวลากรรมการสักนิดหนึ่ง
เมื่อถามว่า จากการตั้งคณะกรรมการมาตรวจสอบจะทำให้ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ประกันสังคมเสียขวัญและกำลังใจในการทำงานหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ข้าราชการของเรามีความบริสุทธิ์และตั้งใจทำงาน ก็ไม่ควรจะต้องมีออะไรที่เสียขวัญ เป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริง ไม่ได้ตั้งธงว่าใครถูกหรือใครผิด ต้องหาข้อเท็จจริงว่าอะไรคืออะไร แต่การที่เราตรวจสอบ ก็อยากจะได้ข้อเท็จจริงให้มากที่สุดและดีที่สุด
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อองค์ประกอบในคณะกรรมการตรวจสอบฯ ที่แต่งตั้งโดย รองนายกฯ มีดังนี้ 1. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ประธานกรรมการ 2. นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ เป็นกรรมการ 3. นายภูวเดช สุระโคตร กรรมการ 4. นายยุทธนา สาโยชนกร กรรมการ 5. พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ กรรมการ 6. นายเกริกไกร นาสมยนต์ เลขานุการ 7. นายอภิศักดิ์ แก้วสูงเนิน ผู้ช่วยเลขานุการ
โดยกำหนดให้กรรมการมีหน้าที่รวบรวมข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายพยานหลักฐานต่างๆ และรับฟังคำชี้แจงจากผู้เกี่ยวข้อง พร้อมมีความเห็นเกี่ยวกับรายละเอียดของข้อเท็จจริงพฤติการณ์แวดล้อม พฤติการณ์แห่งการกระทำ ในกรณีปัญหาการบริหารงาน และความไม่โปร่งใสในการบริหารงบประมาณของสำนักงานประกันสังคม