สภาฯ มีมติเอกฉันท์รับหลักการ ร่างพ.ร.บ.กอช. เปิดทางหวยเกษียณ กระตุ้นการออม ‘เผ่าภูมิ’ ยันเป็นประโยชน์กับประชาชนมากสุด

เมื่อวันที่ 2 เม.ย.2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนการออมแห่งชาติ (ฉบับที่…) พ.ศ… (พ.ร.บ.กอช.) ซึ่งแก้ไขพ.ร.บ.กอช. พ.ศ.2554 เพื่อเปิดทางให้ กอช.ออกและจำหน่ายสลาก กอช. หรือ หวยเกษียณ

โดยมี สส.อภิปรายสนับสนุนการแก้ไขกฎหมาย กอช.ดังกล่าว เนื่องจากมองว่าจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการออมเพื่อใช้ยามเกษียณได้

ในการอภิปรายของ สส.ก่อนรับหลักการนั้น มีข้อเสนอแนะไปยังคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ที่จะตั้งขึ้นที่น่าสนใจ อาทิ การทบทวนให้การดำเนินการหวยเกษียณให้มีความยืดหยุ่น โดยเฉพาะการนำเงินออมจากหวยเกษียณออกมาใช้จ่ายก่อนครบกำหนดการจ่ายคืนที่อายุ 60 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับปัจจัยการใช้ชีวิตของประชาชนที่มีสิทธิ์เข้าโครงการ

เช่น ใช้การกู้เงินของตนเองออกมาใช้จ่ายตามความจำเป็นต่อการรักษาพยาบาลตนเอง หรือใช้จ่ายในชีวิตเพื่อความมั่นคง เพราะการกำหนดคุณสมบัติผู้ที่สามารถเข้าโครงการหวยเกษียณ ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป กว่าจะครบกำหนดการได้เงินต้นและดอกผลคืน ที่อายุ 60 ปี เป็นช่วงเวลาที่ยาวนาน

นอกจากนั้น ควรพิจารณาเรื่องผลตอบแทน หรือเพิ่มเงินรางวัล หรือจำนวนรางวัลต่อรอบ ที่ต้องไม่น้อยกว่าสลากกินแบ่งรัฐบาล รวมถึงพิจารณาต่อการนำไปลดหย่อนภาษีได้ เป็นต้น

พร้อมกันนี้ ยังมีข้อเสนอแนะให้ปรับปรุงกฎหมายเพื่อกำหนดการการันตีของผลตอบแทนขั้นต่ำในเงินที่ลงทุน เช่น อัตราดอกเบี้ยเงินฝากของสถาบันการเงิน เพื่อสร้างแรงจูงใจการออมเพิ่มเติม การกำหนดให้มีผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนเพื่อกำกับการนำเงินออมหวยเกษียณไปใช้ลงทุนในกองทุน

ซึ่งทุกกองทุนมักมีความเสี่ยง หากไม่มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา การนำเงินของประชาชนไปลงทุนแม้จะเป็นกองทุนความเสี่ยงต่ำ แต่อาจทำให้เกิดผลกระทบกับเงินของประชาชนได้ เนื่องจากว่ามีการคำนวณเงินที่จะได้จากการซื้อหวยเกษียณ ปีละ 1.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นเงินจำนวนมาก

นอกจากนั้นยังแสดงความกังวลของการนำเงินไปใช้ที่ไม่โปร่งใส ไม่คุ้มค่า โดยเปรียบกับการใช้เงินกองทุนประกันสังคมไปซื้อตึกมูลค่าสูง

ทั้งนี้ ยังตั้งข้อสังเกตไปยังรัฐบาลด้วยว่า ให้จัดหลักสูตรการเงินและการออมให้กับคนไทย ตั้งแต่ระดับประถมวัย รวมถึงการดำเนินการหวยเกษียณต้องควบคู่กับการให้ความรู้เรื่องการทำบัญชีรายรับรายจ่ายครัวเรือน เพื่อลดการเป็นหนี้ และทำให้รู้จักการออมเพื่อความมั่นคงในวัยเกษียณ ต้องคำนึงถึงการป้องกันไม่ให้เกิดการมอมเมาประชาชนจากการพนันด้วย

หลังการอภิปรายของ สส. นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง ชี้แจงว่า ในข้อสังเกตต่อการกำหนดระยะเวลาการถือครอง การกำหนดหลักเกณฑ์ลดหย่อนภาษี จะนำไปพิจารณาในชั้นกรรมาธิการฯ เพื่อให้ พ.ร.บ.กอช.มีประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลเพื่อสร้างนวัตกรรมทางการเงิน เพื่อให้ประชาชนมีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ตามนโยบายของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ

นายเผ่าภูมิ ชี้แจงประเด็นการเพิ่มผลตอบแทนเมื่อมีความต้องการเพิ่มมากขึ้น ว่า ในหลักการจะมีการพิมพ์สลาก 5 ล้านฉบับ จะมีเงินรางวัลสัปดาห์ละ 15 ล้านบาท เมื่อรวม 4 สัปดาห์เท่ากับ 60 ล้านบาท หนึ่งปีเท่ากับ 760 ล้านบาทโดยประมาณ ซึ่งคำนวณเป็นค่าตอบแทน 6-7% ต่อการระดมเงินออม

แต่หากมีความต้องการซื้อเกิน 5 ล้านฉบับ จะมีการพิมพ์สลากเพิ่มขึ้น และเพิ่มเงินรางวัล เช่น มีการออก 10 ล้านฉบับ เงินรางวัลจะเท่ากับ 1,500 ล้านบาท เพื่อรักษาผลตอบแทนที่ 6-7%

จากนั้นที่ประชุมลงมติ หลักการ 401 เสียง ไม่รับหลักการไม่มี และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณาจำนวน 31 คน แปรญัตติ 15 วัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน