“วันนอร์” ขึ้นเวทีประชาชาติ ประเมินการเมืองอยู่ 6 เดือน ก่อนยุบสภาฯ-เลือกตั้งใหม่ ขอ “สส.” ทำงานเต็มที่ หวังสส.13 ที่นั่ง ฝันได้ รมต.2เก้าอี้ ด้าน“วรวิทย์” บอก “ภท.” คงไม่กล้าชวนร่วมรัฐบาล เหตุเล่นงานเขาไว้เยอะ

เมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่จ.ยะลา พรรคประชาชาติ ได้จัดประชุมใหญ่วิสามัญ ประจำปี 2568 เพื่อเตรียมพร้อมสู่การเลือกตั้ง ทั้งนี้ที่ประชุมได้ตั้งตัวแทนประจำจังหวัดและคณะกรรมการเพื่อสรรหาผู้สมัคร สส. โดยช่วงหนึ่งของการประชุม นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะสส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ร่วมขึ้นเวทีพบปะกับสมาชิกพรรคฯ และได้กล่าวถึงทิศทางการเมืองของพรรค เป็นภาษาท้องถิ่น นานเกือบ 30 นาที

โดยช่วงหนึ่ง นายวันมูหะมัดนอร์มะทา กล่าวตอบคำถามกับสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมว่า “การเลือกตั้งมีบ่อยไม่เป็นไร แต่ขออย่าเบื่อการเลือกตั้ง”

ทั้งนี้ภายหลังการประชุมแล้วเสร็จ นายวรวิทย์ บารู สส.ปัตตานี และรองหัวหน้าพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า ในเวทีดังกล่าวนายวันมูหะมัดนอร์ ได้พูดถึงสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันหลังจากที่น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกฯ ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องพ้นไปทั้งคณะ ซึ่งมีสาระสำคัญ คือ การชื่นชมการทำงานของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชาติ ที่ขยันทำงาน และทำงานไม่เสียชื่อพรรค ขณะเดียวกัน สส.ของพรรคทั้ง 7 คนก็มีผลงานเป็นรูปธรรม ได้ผลักดันกฎหมายสำคัญ เช่น กฎหมายอุ้มหาย ที่ทำได้สำเร็จ

นายวรวิทย์ กล่าวต่อว่า นายวันมูหะมัดนอร์บอกว่าสมัยที่เป็นรัฐบาลเราทำงานจริงจัง และเมื่อสมัยก่อนที่เป็นฝ่ายค้านก็ทำงานจริง ดังนั้นในสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน ตามประสบการณ์ทางการเมืองมาหลายปีของนายวันมูหะมัดนอร์ เชื่อว่า จะมีเลือกตั้งภายใน 5-6 เดือน ไม่ว่าพรรคการเมืองไหนเข้ามาเป็นรัฐบาล และคงเป็นไปตามที่พรรคประชาชนตั้งเงื่อนไขไว้ ว่ารัฐบาลใหม่ที่เข้ามาอยู่ 4 เดือน ก่อนยุบสภาและเลือกตั้งใหม่

“นายวันนอร์บอกด้วยว่าครั้งหน้านี้ไม่ว่าพรรคประชาชาติจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ขอให้ทำงานให้เต็มที่ แต่หากเป็นรัฐบาลจะทำอะไรได้มากกว่าฝ่ายค้าน ซึ่ง สส.ของพรรคทำงานได้ไม่ว่าเป็นฝ่ายใด พร้อมกันนั้นได้เรียกกำลังใจให้สู้ เพื่อให้ได้ สส.เขตมากกว่า 10 คน และเมื่อรวมกับสส.บัญชีรายชื่อที่คาดว่าจะได้ 3 คน จะทำให้การเมืองรอบหน้า พรรคประชาชาติได้เก้าอี้ 2 รัฐมนตรี และมองว่ากระทรวงที่จะช่วยชาวบ้านได้เยอะ คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ กระทรวงศึกษาธิการ” นายวรวิทย์กล่าว

เมื่อถามว่าถึงการหารือภายในพรรคต่อการจับมือฟอร์มรัฐบาล ซึ่งพรรคเพื่อไทย สู้กับ พรรคภูมิใจไทย นายวรวิทย์ กล่าวว่า “ไปภูมิใจไทยยาก เพราะมีประเด็นที่พ.ต.อ.ทวี ตรวจสอบเขา เรื่องฮั้วสว. และนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคฯ ตรวจสอบในกรณีเขากระโดง ดังนั้นเขาคงลำบากใจที่จะเชิญเราไปร่วม เพราะเล่นงานเขาไว้เยอะ แต่หากดูดีเอ็นเอแล้ว ตนเชื่อว่าการฟอร์มรัฐบาลรอบนี้ ส้มกับแดงจะเป็นไปได้มากกว่า ส้มผสมกับน้ำเงินมีประเด็นข้ามขั้วที่ผิดวิถีทางทางการเมือง ทั้งการแก้รัฐธรรมนูญ ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.)ทำประชามติ รวมถึงกรณีของฮั้ว สว.

“ผมว่ายากจะทำงานร่วมกันได้ หัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้ตรวจสอบอย่างจริงจัง อันไหนที่ประชาชนได้ประโยชน์ก็ว่ากันไป ส่วนพรรคฯมีช่องทางทำผลงานให้ดี ไม่ใช่ทำงานแบบขาวๆ ดำๆ อีกทั้งหากไปร่วมแล้วต้องทำงานแบบดำๆ ขาวๆ ผู้แทนของพรรคเราไม่ต้องการ” นายวรวิทย์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน