กสทช. เข้มมาตรการ SMS ส่งจากต่างประเทศ ใช้เทคโนโลยีคัดกรอง พร้อมขึ้นสัญลักษณ์แจ้งเตือนประชาชน

วันที่ 17 ต.ค. 2568 สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีการประชุมคณะอนุกรรมการบูรณาการบังคับใช้กฎหมายความผิดทางเทคโนโลยีโทรคมนาคมฯ ครั้งที่ 8/2568 โดยมี พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร กสทช. เป็นประธาน

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผอ.ศอปส.ตร. พร้อมผู้แทนหน่วยที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ตร. สอท. ปปง. DSI CIB ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และสมาคมธนาคารไทย เพื่อติดตามการดำเนินงาน ตามมาตรการที่ กสทช. กำหนดให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ดำเนินการป้องกันอาชญากรรมออนไลน์

โดยมีการพิจารณาเรื่องสำคัญๆ เช่น มาตรการควบคุมการส่งข้อความจากแอปพลิเคชันถึงบุคคลทั่วไป โดยแยก SMS ที่ส่งจากต่างประเทศออกจาก SMS ทั่วไป พร้อมกำหนดให้ผู้ให้บริการทุกเครือข่ายใช้เทคโนโลยีในการคัดกรองเนื้อหา (SMS Firewall) หากต้องสงสัยให้ระงับการส่งต่อ หรือให้ขึ้นเครื่องหมายแจ้งเตือนประชาชนผู้รับข้อความ

พล.ต.อ.ณัฐธร กล่าวว่า ผลจากที่ กสทช. ได้เริ่มบังคับใช้ 8 มาตรการสำคัญ ตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีฯ ไปเมื่อวันที่ 30 ส.ค.2568 ประกอบกับหลายประเทศให้ความสำคัญกับปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และสแกมเมอร์ เช่น

สหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา ที่มีการขึ้นบัญชีดำองค์กรและบุคคล ตลอดจนยึดอายัดทรัพย์ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊งอาชญากรรม และประเทศเกาหลีใต้ที่ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาดำเนินการในประเทศเพื่อนบ้าน

พบว่าสถิติการโทรหลอกลวงประชาชนมีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยยะ แต่กลับมี SMS หลอกลวงมาจากต่างประเทศ เพิ่มมากขึ้น ตั้งแต่ต้นเดือน ก.ย.2568 เป็นต้นมา ซึ่งได้มีการระงับไม่ส่งต่อ SMS ต้องสงสัยมากกว่า 1 ล้านข้อความต่อวัน

ปัญหาดังกล่าว กสทช. ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ให้ความสำคัญ โดยในที่ประชุมวันนี้ ได้มีการหารือมาตรการควบคุมการส่งข้อความจากแอปพลิเคชันถึงบุคคลทั่วไปในรูปแบบ Application-to-Person หรือ A2P โดยมีแนวทางที่สำคัญ ดังนี้

1.ผู้ให้บริการ จะต้องจัดแบ่งกลุ่มผู้ส่ง SMS โดยแยกระหว่าง ผู้ส่ง SMS จากต่างประเทศ และผู้ส่ง SMS ในประเทศ เนื่องจากที่ผ่านมา ผู้ให้บริการได้ให้ความร่วมมือกับ กสทช. ในการคัดกรอง SMS และลิงก์ ซึ่งในบางกรณี เช่น การส่ง SMS ข้ามเครือข่าย อาจต้องใช้เวลามากขึ้น ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ระบบการยืนยันตัวตนแบบครั้งเดียว (OTP) เพื่อแก้ไขปัญหาในส่วนนี้ จึงต้องมีการจัดแบ่งกลุ่ม เพื่อให้การคัดกรอง SMS มีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น

2.ผู้ให้บริการจะต้องมีระบบการลงทะเบียนผู้ใช้งานในประเทศ ที่ต้องการส่ง SMS ในรูปแบบ A2P จะต้องมีการยืนยันตัวตน KYC โดยกำหนดให้ผู้ส่ง SMS ในส่วนนี้ ที่ผ่านการคัดกรองมาในระดับหนึ่งเป็น White List และมีการแยกออกจากกลุ่มผู้ส่งจากต่างประเทศอย่างชัดเจน

3.ผู้ให้บริการทุกเครือข่าย ต้องมีระบบตรวจสอบคัดกรองเนื้อหา SMS Firewall เพื่อตรวจสอบคัดกรองเนื้อหาที่มีความเสี่ยงไม่ให้ส่งไปยังผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะเน้นหนัก SMS ที่ส่งมาจากต่างประเทศ และถ้าผ่านการตรวจคัดกรองเบื้องต้นแล้ว ผู้ให้บริการยังต้องติดสัญลักษณ์ไว้หน้าข้อความ เพื่อให้ผู้ใช้บริการรับรู้ว่าเป็น SMS ที่ส่งมาจากต่างประเทศ ควรต้องระวัง เช่น เครื่องหมายอัศเจรีย์ (!)

และต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ โดยมาตรการดังกล่าว ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนผู้ประกอบการจะต้องดำเนินการทันที

4.การขึ้นทะเบียน Simbox จะเริ่มดำเนินการในเดือน พ.ย.2568 และเฉพาะ Simbox ที่มีการขึ้นทะเบียนเท่านั้นที่จะใช้งานได้ ส่วนที่เหลือจะไม่สามารถเชื่อมต่อเข้าสู่โครงข่ายโทรคมนาคมของผู้ประกอบการได้ อันจะส่งผลให้ Simbox ที่อยู่ในความครอบครองของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไม่สามารถใช้งานได้ไปโดยปริยาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน