วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พร้อมด้วย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง และผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ผู้แทนสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ร่วมแถลงผลการเปิดปฏิบัติการ “ทลายกุมารทิพย์” ภายใต้การบูรณาการของ DOPA N.I.C.E. และคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน เพื่อปราบปรามขบวนการทุจริตการแจ้งการเกิด อาศัยการใช้ “บิดาทิพย์สัญชาติไทย” รับรองบุตรของบุคคลต่างด้าวอันเป็นเท็จ เพื่อให้ได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบ
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง กรมการปกครอง (DOPA N.I.C.E.) ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) และหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน ก่อนร่วมกันสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนพบเครือข่ายกระทำความผิดอย่างเป็นระบบ มีผู้เกี่ยวข้องอย่างน้อย 2 ราย และมีพฤติการณ์เชื่อมโยงเป็นขบวนการ

จากการดำเนินการ กรมการปกครองได้ร้องทุกข์กล่าวโทษจนศาลอนุมัติ หมายจับจำนวน 6 หมาย และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 4 ราย ขณะที่พบผู้ต้องสงสัยอีก 1 รายพร้อมครอบครัวต่างด้าวได้หลบหนีออกนอกราชอาณาจักรแล้ว โดยกรมการปกครองจะประสานสำนักงานเขตห้วยขวางดำเนินการ เพิกถอนรายการแจ้งการเกิดอันเป็นเท็จ รวมทั้งรายการของบุตรบุคคลต่างด้าวอีก 2 รายที่ตรวจพบว่ามีการแจ้งเกิดโดยมิชอบ
พร้อมกันนี้ ชุดปฏิบัติการร่วมจาก 7 หน่วยงาน ได้เข้าปฏิบัติการตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ พร้อมดำเนินการเพิกถอนรายการแจ้งการเกิดอันเป็นเท็จ และขยายผลสืบสวนไปยังผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ยังพบรายการแจ้งการเกิดที่มี บิดาสัญชาติไทยและมารดาต่างด้าว ซึ่งเข้าข่ายต้องตรวจสอบเพิ่มเติมอีก 62 ราย โดย DOPA N.I.C.E. และหน่วยงานภาคีได้เข้าตรวจสอบเอกสารการรับแจ้งการเกิด ณ สำนักงานเขตห้วยขวาง รวมทั้งตรวจสอบเวชระเบียนของโรงพยาบาล เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า กรมการปกครองจะยกระดับมาตรการป้องกันการทุจริตด้านงานทะเบียนอย่างเข้มข้น โดยเพิ่มความรัดกุมในการรับแจ้งการเกิด การตรวจสอบพยานหลักฐาน การใช้ผลตรวจ DNA ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัย ตลอดจนขยายการตรวจสอบไปยังโรงพยาบาลและสำนักทะเบียนทั่วประเทศ เพื่อเร่งดำเนินคดีและเพิกถอนรายการทางทะเบียนที่ได้มาโดยมิชอบ พร้อมปกป้องความน่าเชื่อถือของระบบทะเบียนราษฎรและความมั่นคงของประเทศอย่างเด็ดขาด