ศพร.กษ. เปิดปฏิบัติการด่วน ขานรับเรื่องร้องเรียนประชาชน ขอหมายค้น เข้าร่วมชุดปฏิบัติการพิเศษพญาไท กองควบคุมอาหารและยาสัตว์ และกองสารวัตรและกักกัน กรมปศุสัตว์ ซุ่มล่อซื้อก่อนนำหมายศาลจังหวัดสมุทรสาคร บุกค้นโกดังใหญ่ย่านพันท้ายนรสิงห์ พบอาหารสุนัขและแมวนำเข้าจากต่างประเทศยี่ห้อดังซุกซ่อนจำนวนมาก ไม่มีใบอนุญาตผลิต-ขาย รวมถึงไม่มีการขึ้นทะเบียน สั่งอายัดของกลาง 70 รายการ มูลค่ากว่า 13 ล้านบาท พร้อมส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรโคกขาม จังหวัดสมุทรสาคร มีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์

นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ผบ.ศพร.กษ.) เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการร่วมฯ (ศพร.กษ.) ได้ยกระดับมาตรการกวาดล้างและปราบปรามสินค้าเกษตรและปศุสัตว์ผิดกฎหมายอย่างเข้มข้น ตามนโยบายของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภคและสวัสดิภาพของสัตว์เลี้ยงทั่วประเทศ โดยล่าสุดได้รับการร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายอาหารสัตว์ผิดกฎหมายในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร จึงได้สั่งการด่วนให้ นายศรัณยสัณฑ์ วีรกุลสุนทร รองผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ศพร.) ชุดปฏิบัติการพิเศษพญาไท โดยกองควบคุมอาหารและยาสัตว์ และกองสารวัตรและกักกัน กรมปศุสัตว์ ดำเนินการสืบสวนและปราบปรามอย่างเร่งด่วน

เจ้าหน้าที่ได้ทำการลงพื้นที่สืบสวนและแฝงตัวล่อซื้อสินค้า กระทั่งพบหลักฐานชัดเจนว่าสถานที่ดังกล่าวมีการลักลอบผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต จึงได้ขออนุมัติหมายค้นจากศาลจังหวัดสมุทรสาคร เข้าทำการตรวจค้นโกดังไม่ทราบชื่อ ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร

ผบ.ศพร.กษ. เปิดเผยต่อไปว่า จากการเข้าตรวจค้นโกดังขนาดใหญ่ดังกล่าว พบสินค้าจัดเก็บอยู่เป็นจำนวนมาก โดยจากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบอาหารสุนัขและแมว ประเภทอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ ซึ่งเป็นสินค้านำเข้าจากต่างประเทศยี่ห้อดังหลายรายการ เมื่อเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบเอกสารหลักฐาน กลับไม่พบใบอนุญาตผลิตเพื่อขายอาหารสัตว์จากกรมปศุสัตว์ รวมถึงสินค้าทั้งหมดไม่ได้ผ่านการแจ้งขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะตามที่กฎหมายกำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 มาตรา 15 ผลิตเพื่อขายอาหารสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษตามมาตรา 74 จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 56(4) วรรคหนึ่ง ผลิตเพื่อขาย หรือนำเข้าเพื่อขายอาหารสัตว์ที่ต้องขึ้นทะเบียนแต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ มีโทษตามมาตรา 86 วรรคหนึ่ง จำคุกตั้งแต่ 1 – 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สำหรับของกลางทั้งหมด เจ้าหน้าที่ได้ทำการอายัดอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะรวม 70 รายการ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 13 ล้านบาท ไว้ ณ สถานที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งทำการยึดสินค้าบางส่วน รายการละ 2 ตัวอย่าง เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดี โดยได้นำพยานหลักฐานเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรโคกขาม จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

ทั้งนี้ ศพร.กษ. และกรมปศุสัตว์ ขอเตือนผู้ประกอบการและผู้จำหน่ายอาหารสัตว์ทุกแห่ง ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเคร่งครัด การนำเข้า หรือผลิตอาหารสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ผ่านการตรวจขึ้นทะเบียน เสี่ยงต่อการปนเปื้อนสารเคมีหรือสารพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและชีวิตของสัตว์เลี้ยง โดยประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสการกระทำผิดได้ผ่านแอปพลิเคชัน DLD 4.0 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

******************************

ข้อมูล : ชุดปฏิบัติการพิเศษพญาไท กรมปศุสัตว์
เรียบเรียงและเผยแพร่ข่าวโดย คณะทำงานโฆษกกรมปศุสัตว์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน