มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยศูนย์อาเซียนศึกษา ดร.ถนัด คอมันตร์ จัดปาฐกถา ดร.ถนัด คอมันตร์ ครั้งที่ 12 ในหัวข้อ “United States – Thailand Partnership in Education” โดยได้รับเกียรติจาก Ms. Deborah MacLean, Counselor for Public Affairs, U.S. Embassy Bangkok เป็นองค์ปาฐก เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและกำหนดทิศทางความร่วมมือระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกาด้านการศึกษา การวิจัย และการพัฒนาศักยภาพกำลังคนให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลก
พร้อมกันนี้ ม.อ.ปัตตานี ยังมีการจัดบูธแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากคณะและส่วนงานของมหาวิทยาลัย จำนวน 12 หน่วยงาน เพื่อประชาสัมพันธ์ผลงานและผลิตภัณฑ์ของมหาวิทยาลัย ที่บริเวณชั้น 1 อาคารสำนักงานวิทยาเขตปัตตานี ในคราวประชุมคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย (ก.บ.ม.) สำนักงานวิทยาเขตปัตตานี โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยเข้าร่วม
ในการนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวต้อนรับและเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างมหาวิทยาลัยกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2515 จากการเปิดหอสมุด ที่วิทยาเขตปัตตานี ซึ่งเป็นหอสมุดจอห์น เอฟ เคนเนดี้ แห่งแรกในประเทศไทย โดยความร่วมมือดังกล่าวได้รับการต่อยอดผ่านโครงการต่างๆ อาทิ American Corner ทุนการศึกษา Fulbright และ Global UGRAD ตลอดจนความร่วมมือด้านการศึกษาและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง
Ms.Deborah MacLean กล่าวชื่นชม ความร่วมมือระหว่างสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกากับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยเฉพาะการจัดกิจกรรม American Fair ที่หาดใหญ่ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ประสบความสำเร็จและเป็นโอกาสให้ประชาชน นักศึกษา และบุคลากรของทั้งสองประเทศได้เรียนรู้วัฒนธรรม แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน พร้อมระบุว่าการเลือกมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็นสถานที่จัดกิจกรรมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการศึกษาในระดับภูมิภาคให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับทิศทางความร่วมมือในอนาคต องค์ปาฐกเสนอแนวทางสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ 1) การพัฒนาทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีเกิดใหม่ โดยส่งเสริมการฝึกอบรมบุคลากรและพัฒนาหลักสูตรร่วมกับสถาบันการศึกษาในสหรัฐอเมริกา 2) การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงองค์ความรู้ งานวิจัย และเครือข่ายวิชาการระดับนานาชาติ 3) การส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรมร่วมกัน โดยเฉพาะด้าน AI ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เทคโนโลยีชีวภาพ สาธารณสุข และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และ 4) การเชื่อมโยงมหาวิทยาลัยกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาทักษะกำลังคน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงโครงการ International Academic Partnership Program ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และภาคเอกชน ที่เชื่อมโยงสถาบันอุดมศึกษาของทั้งสองประเทศผ่านการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ การพัฒนากำลังคน และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านเทคโนโลยี STEM และเศรษฐกิจดิจิทัล โดยมีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็นหนึ่งในสถาบันที่เข้าร่วม
Ms. Deborah MacLean ยังเน้นย้ำว่า ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) หรือการแลกเปลี่ยนนักศึกษาเท่านั้น แต่ควรพัฒนาไปสู่โครงการที่ดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง มีเป้าหมายชัดเจน และสามารถประเมินผลลัพธ์ได้จริง ทั้งด้านการเรียนการสอน การวิจัย และการพัฒนากำลังคน โดยสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาพร้อมทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานและเชื่อมโยงสถาบันอุดมศึกษาของทั้งสองประเทศ
ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์กับสหรัฐอเมริกาเป็นรากฐานสำคัญในการขยายโอกาสทางการศึกษาและการวิจัยสู่ระดับนานาชาติ โดยมุ่งให้สถาบันการศึกษาทั้งสองประเทศร่วมกันพัฒนาศักยภาพคน สร้างองค์ความรู้และนวัตกรรม ตลอดจนสร้างความร่วมมือที่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืนแก่สังคมและประชาคมโลก