โรคที่มักสร้างความรำคาญให้กับชาวออฟฟิศมากที่สุดคงต้องยกให้กับ “ออฟฟิศซินโดรม” ซึ่งอาการที่เด่นชัดมากๆ คือ อาการปวดคอ บ่า ไหล่ จากนั้นก็มักจะเกิดการลุกลามแล้วแสดงอาการอื่นต่อ ถึงแม้ว่าโรคนี้จะถูกมองว่าไม่ได้มีความรุนแรงใดๆ แต่ไม่อยากให้คิดแบบนั้นเด็ดขาด เพราะสิ่งที่เหล่ามนุษย์ออฟฟิศมักจะมองข้ามอาจนำมาซึ่งภัยร้ายที่มากกว่านั้นหลายเท่า ดังนั้น จึงอยากพาทุกคนไปทำความเข้าใจกับโรคออฟฟิศซินโดรมให้มากขึ้น
อาการปวดคอ บ่า ไหล่ของโรคออฟฟิศซินโดรมเป็นอย่างไร
อาการของโรคออฟฟิศซินโดรมมีด้วยกันหลายลักษณะ แต่อาการที่มักแสดงออกอย่างเด่นชัดมากที่สุด คือ อาการปวดคอ บ่า ไหล่ ซึ่งแทบทุกคนที่ป่วยด้วยโรคนี้ต้องพบเจอ โดยปกติแล้วอาการดังกล่าวจะแบ่งออกได้ 3 ประเภท คือ
- ปวดแบบทั่วไป โดยจะมีอาการเมื่อย และเกิดความล้าบริเวณกล้ามเนื้อ หรือเส้นเอ็น มักพบได้บ่อยมากถึงราว 80% ของผู้ป่วยโรคนี้ สาเหตุมาจากกล้ามเนื้อบริเวณคอ หัวไหล่ ต้นแขน และบ่าถูกใช้งานอย่างต่อเนื่อง หรือไม่ได้มีการพัก
- ปวดจากการโดนกดทับของเส้นประสาท โดยอาการปวดคอ บ่า ไหล่ ที่เกิดจากออฟฟิศซินโดรมนี้อาจพบไม่มากนัก แต่ก็ยังพบอยู่บ้าง ด้วยความรุนแรงที่มากกว่าอาการปวดประเภทแรก และมีอาการเด่นชัด เช่น ปวดตึงบริเวณคอ บ่า ไหล่อย่างรุนแรง และในบางรายอาจรู้สึกร้าว หรือชาบริเวณแขน ซึ่งเกิดจากเส้นประสาทบริเวณดังกล่าวโดนกดทับเอาไว้
- ปวดจากการโดนกดทับของไขสันหลัง ถือว่าเป็นอาการรุนแรง แต่พบได้น้อยมาก ประมาณ 1-2% แต่ถ้าหากมีอาการปวดล้ามาก หรือแขนขาร้าว ชา ให้รีบพบแพทย์โดยด่วน และอย่าปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด
ทำไมพนักงานออฟฟิศจึงป่วยด้วยโรคออฟฟิศซินโดรมกันเยอะ
บางคนอาจมีข้อสงสัยว่า ในเมื่อตนเองรู้จักกับโรคนี้พอสมควร และมีการปรับพฤติกรรมอยู่บ้าง แต่ทำไมถึงยังเป็นโรคนี้ได้ โดยมีปัจจัยสำคัญ คือ อาการปวดคอ บ่า ไหล่ ที่เกิดจากออฟฟิศซินโดรม และมักจะมาโดยที่คุณไม่ทันระวัง ซึ่งคำว่าไม่ระวัง หมายถึง คุณบอกว่านั่งทำงานในท่าถูกต้อง แต่ยังคงนั่งนานเกินไปด้วยงานที่ต้องทำ หรือมีอาการเครียด จนลืมคิดว่าตนเองได้เปลี่ยนท่าทางบ้างหรือยัง
ยิ่งกว่านั้นการไม่ได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อาจทำให้กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็นเกิดอาการยึดบ่อยครั้ง และเมื่อพฤติกรรมเหล่านี้รวมกันก็มักจะทำให้เจ็บป่วยด้วยโรคออฟฟิศซินโดรม ถึงแม้ว่าจะเป็นโรคที่เหมือนไม่อันตรายแต่ถ้าปล่อยไว้ก็มีโอกาสเสี่ยงต่อชีวิตตั้งแต่ทุพพลภาพไปจนถึงเสียชีวิตได้เช่นกัน
ถ้าหากใครไม่อยากเจ็บป่วยด้วยโรคนี้ หรือไม่อยากทรมานจากอาการปวดคอ บ่า ไหล่ สิ่งแรกที่ควรทำ คือ คำนึงถึงสุขภาพของตนเองเอาไว้เสมอ จากนั้นพยายามขยับตัวให้บ่อย หรือจะทำสัญญาณจากนาฬิกาให้เตือนทุก ๆ 30 นาที หรือ 1 ชั่วโมง เพื่อเป็นการเตือนตัวเองให้ลุกไปทำอย่างอื่น เปลี่ยนท่านั่ง หรือยืดกล้ามเนื้อบ้าง