Birkenstock จากรองเท้าฮิปสเตอร์แบรนด์เยอรมันดีไซน์สุดจืด สู่รองเท้าแฟชั่นที่ได้ความนิยมทั่วโลก

รองเท้าเป็นไอเท็มสำคัญที่ขาดไปไม่ได้สำหรับการแต่งตัวรองเท้าผ้าใบ ร้องเท้าคัตชู รองเท้าส้นสูง แต่เมื่อพูดถึงรองเท้าแตะแฟชั่นที่เป็นไอคอนนิคแห่งยุค หลายคนคงจะนึกถึงแบรนด์ Birkenstock ขึ้นมาเป็นอันดับแรก และเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูงในไทยและต่างประเทศในขณะนี้ ด้วยดีไซน์เรียบง่ายใส่แมตช์กับการแต่งตัวสไตล์มินิมอลลุคสบาย ๆ ได้อย่างลงตัว นอกจากได้ใจลูกค้าสายแฟฯแล้ว Birkenstock ยังเป็นรองเท้าที่ลูกค้าสายรักสุภาพให้การยอมรับอีกด้วย

แต่รู้ไหมว่า กว่าที่ Birkenstock จะได้มาครองบัลลังก์รองเท้าแตะแฟชั่นแห่งยุคสมัยใหม่ที่ดูเท่ ดูเก๋ ในยุคก่อนเจ้ารองเท้าแตะหน้าสุดจืดนี้ เคยเป็นที่นิยมกันในกลุ่มชาวฮิปปี้เนื่องจากเป็นรองเท้าที่เรียบง่าย สวมใส่สบาย และสะท้อนตัวตนของคนฮิปสเตอร์ที่รักอิสระและเป็นตัวของตัวเอง จนทำให้คนตั้งชื่อรองเท้านี้ตามกลุ่มชาวฮิปปี้ไปต่าง ๆ นานา อย่าง ‘Jesus sandals’, ‘Flintstone feet’ หรือ ‘Granolas’ ซึ่งล้วนเป็นคำสแลงที่ใช้ดูถูก ไม่ได้เป็นคำที่บ่งบอกถึงความเท่มีสไตล์เมื่อในยุคนี้แต่อย่างใด

แล้วอะไรที่ทำให้แบรนด์ Birkenstock พลิกดินสู่ดาว สู่รองเท้าแตะระดับตัวท็อปที่คนทั่วโลกให้ความนิยมล่ะ

จุดเริ่มต้นของ Birkenstock ที่ข้อดีไม่ได้อยู่ที่ดีไซน์

อย่างที่เล่าไปแล้วว่าถึงวงการแฟชั่นในปัจจุบันจะเชิดชู Birkenstock ในฐานะรองเท้าแตะคลาสสิกสุดเท่ แต่จุดเริ่มต้นของ Birkenstock มาจากรองเท้าสายสุขภาพที่มีอายุยาวนานกว่า 200 ปี

โดยเริ่มในปี 1774 นอกเมืองแฟรงเฟิร์ต ประเทศเยอรมนี โดยฝีมือช่างปะรองเท้านามว่า Johann Adam Birkenstock ต่อมาในปี 1869 หลานชายของเขา Konrad Birkenstock สานต่อความมุ่งมั่นนี้ด้วยการพัฒนาแผ่น Fussbett หรือแผ่นรองรองเท้าที่รองรับอุ้งเท้าตามหลักสรีรศาสตร์มีลักษณะเป็นหลุมลงไปเข้ากับรูปเท้าของผู้สวมใส่ และเปิดร้านรองเท้าขึ้นที่เมืองแฟรงก์เฟิร์ต

การก้าวเข้าสู่ยุคแห่งรองเท้าเพื่อสุขภาพ

ในปี ค.ศ. 1925 Carl Birkenstock ลูกชายของ Konrad เริ่มต้นผลิตรองเท้าเพื่อสุขภาพอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งทำหนังสือให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเท้าออกมาอย่างจริงจัง แบรนด์ Birkenstock ค่อยๆ เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมในหมู่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเท้า จนกระทั่งปี ค.ศ. 1963 Carl ได้ออกแบบและผลิตรองเท้าแตะรุ่นแรกของแบรนด์ชื่อรุ่นว่า Madrid มีดีไซน์สายคาดเดี่ยวเรียบง่าย คงคอนเซ็ปต์ของการเป็นรองเท้าเพื่อสุขภาพที่ทนทานและใส่สบาย ซึ่งรองเท้ารุ่น Madrid นี้เองที่จุดประกายให้ Birkenstock โด่งดังไปทั่วโลกกลายเป็นไอเท็มยอดนิยมในยุค 70 ในอเมริกา

ยุคครองใจชาวฮิปปี้อเมริกา

แม้กระแสของ Birkenstock จะได้รับความนิยมสูงขึ้นจนสามารถขยายตลาดเข้าไปยังอเมริกาได้สำเร็จ แต่ราวยุค 70 – 80 ในอเมริกา Birkenstock กลับต้องเผชิญปัญหาการเป็นรองเท้าที่เป็นสัญลักษณ์ของชาวฮิปปี้อยู่ช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งลูกค้าบางกลุ่มมองว่า Birkenstock ของความนอกคอกที่มีดีไซน์สุดจืดและมีการตั้งชื่อเหยียดตามมาอีกมากมาย แต่ถึงอย่างนั้นทางแบรนด์ก็ยังพยายามทำการตลาดโปรโมตความสบายและคลาสสิก ชูจุดขายการเป็นรองเท้าที่ทุกคนก็สามารถสวมใส่ได้ในวันพักหรือช่วงเวลาชิล ๆ เข้ามาสู้ พร้อมออกรองเท้าแตะรุ่น Arizona แบบสายคาดคู่เข้าสู่ท้องตลาดในเวลาต่อมา ซึ่งกลายมาเป็นอีกหนึ่งรุ่นคลาสสิกของ Birkenstock ที่ได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน

จุดเปลี่ยนของ Birkenstock จากรองเท้าฮิปสเตอร์ สู่รองเท้าแฟชั่นที่คนรักสุขภาพทั่วโลกนิยม

ในที่สุดจุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ของ Birkenstock ก็มาถึงอีกครั้ง เมื่อเหล่าคนดังเริ่มใส่รองเท้าแบรนด์นี้ออกสื่อมากขึ้นจากการถ่ายภาพของ Kate Moss ในนิตยสาร The Face ในปี 1990 ตามมาด้วย Marc Jacobs นำเอารองเท้าเบอร์เคนสต๊อก รุ่น Arizona มาให้นางแบบสวมใส่เดินบนรันเวย์ ทำให้วงการแฟชั่นทั่วโลกเริ่มหันมาให้ความสนใจกับ Birkenstock มากขึ้น

ช่วงปี 2000 – 2010 กลับมาเป็นที่สนใจในวงการแฟชั่นอีกครั้งเนื่องจากคนดังและเซเลบริตี้หลายคนนิยมสวมใส่รองเท้า Birkenstock เป็นประจำมากขึ้น ทำให้แบรนด์เริ่มได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่และเริ่มเปลี่ยนภาพลักษณ์จากการเป็นรองเท้าที่ครองใจชาวฮิปปี้มาสู่รองเท้าแตะแฟชั่นไอคอนนิคแห่งยุคที่เท่มีสไตล์ นอกจากจะเรียบง่าย ใส่สบาย โดดเด่นในด้านแฟชั่นแล้ว ยังซัพพอร์ตสุขภาพเท้าเหมาะที่จะใส่ไปไหนมาไหนได้ทุกวันอีกด้วย

รองเท้า Birkenstock กับกระแสสุขภาพ

รองเท้า Birkenstock ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากผู้คนเริ่มใส่ใจสุขภาพมากขึ้น รองเท้า Birkenstock ออกแบบมาเพื่อรองรับน้ำหนักได้ดีและช่วยกระจายแรงกดไปยังส่วนต่างๆ ของเท้าอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งช่วยลดอาการปวดเมื่อยเท้าและข้อเท้า

Birkenstock ขึ้นชื่อเรื่องรองเท้าแตะเพื่อสุขภาพที่ใส่สบาย ทนทาน และดีไซน์เรียบง่าย พื้นรองเท้า Birkenstock ทำจากไม้ก๊อกธรรมชาติ 100% มีคุณสมบัติยืดหยุ่น รองรับแรงกระแทกช่วยให้รู้สึกสบายเท้า หนังมีความทนทาน ยืดหยุ่น ดูแลรักษาง่าย พื้นรองเท้าชั้นนอกทำจากยางธรรมชาติ มีคุณสมบัติดี ทนทาน กันลื่น ยึดเกาะพื้นผิวได้ดี และอีกหนึ่งข้อดีคือเมื่อใส่รองเท้า Birkenstock ไปนาน ๆ พื้นรองเท้าจะมีการปรับขนาดให้เหมาะกับรูปทรงเท้าผู้สวมใส่มากขึ้น จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมรองเท้า Birkenstock ถึงเป็นรองเท้าที่ได้รับการจากลูกค้าทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน

อยากเข้าวงการแฟชั่นสายรักสุขภาพสไตล์ Birkenstock เริ่มจากรองเท้ารุ่นไหนดี

4 รุ่นรองเท้าแตะที่อยากแนะนำ สำหรับคนที่สนใจอยากเข้าวงการแฟชั่นสายรักสุขภาพสไตล์ Birkenstock

รุ่น Madrid

รองเท้าแตะจาก Birkenstock รุ่น Madrid เป็นรุ่นคลาสสิกที่สุดของแบรนด์ เป็นตัวเป็นรุ่นแรกแต่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน แต่ก็มีความทันสมัย ใส่ได้สบายๆ ในสไตล์ลำลอง

รุ่น Arizona

รองเท้าแตะ Birkenstock รุ่น Arizona สุดคลาสสิกรุ่นแรก ๆ ของแบรนด์ เหมาะสำหรับผู้ชายและผู้หญิง เป็นรองเท้าแตะรูปทรงเรียบง่ายมีสายคาดด้านหน้าสองสาย ที่ได้รับความนิยมมาเป็นเวลานาน เรียบง่าย ทนทาน สวมใส่สบาย

รุ่น Boston

รองเท้าแตะ Birkenstock รุ่น Boston เพิ่มลุคที่ดูเรียบร้อยขึ้นกับดีไซน์หัวปิด ทำจากหนังหลากประเภท ตั้งแต่หนังเทียม หนังแท้ หนังฟอก ไปจนถึงหนังวีแกน ที่ให้ลุคสุดคลาสสิก และวินเทจที่ค่อนข้างแมตช์กับการแต่งตัวทุกแบบ

รุ่น Gizeh

รองเท้าแตะยาง Birkenstock รุ่น Gizeh ผลิตจากยาง EVA มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ใส่ลุยได้ทุกสภาพอากาศไม่ว่าฤดูร้อนหรือฤดูฝนพื้นรองเท้ากันน้ำ สวมใส่สบายและยืดหยุ่นง่าย

และนี่คือเรื่องราวอันยาวนานกว่า 200 ปี ของรองเท้าแตะแบรนด์ดังระดับโลก Birkenstock ที่พลิกโฉมจากรองเท้าสุขภาพสุดจืด สู่รองเท้าสายแฟฯ ที่ลูกค้าให้การยอมรับไปทั่วโลก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน