หลายคนให้ความสำคัญกับการทำ SEO เพื่อดันให้เว็บไซต์ติดอันดับสูงๆ ในหน้าค้นหาของ Google แต่อย่าลืมว่าสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การสร้างเว็บไซต์ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน (User-Friendly) เพราะหากลูกค้าเข้ามาใช้บริการแล้วไม่พอใจ อาจเปลี่ยนใจไปใช้เว็บไซต์อื่นก็ได้ บทความนี้จึงจะมาแบ่งปันเคล็ดลับดีๆ ในการสร้างเว็บไซต์ที่ตอบโจทย์ทั้งการทำ SEO และการใช้งานที่ง่ายดาย เพื่อให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จได้มากยิ่งขึ้น
-
เพิ่มความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ
เว็บที่โหลดช้า ค้างบ่อย ล่มง่าย จะทำให้ผู้ใช้งานหงุดหงิด ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากการใช้โฮสติ้งที่ไม่เหมาะสม เช่น หากทำเว็บขายของออนไลน์ ที่มีข้อมูลเยอะ คนใช้บริการเยอะ แต่ใช้ Shared Hosting เว็บของคุณจะอืดอย่างแน่นอน จึงควรเปลี่ยนมาใช้ Private Hosting แทน แต่หากกังวลว่าค่าใช้จ่ายจะสูง สามารถเลือกเป็น VPS Windows ราคาถูก ที่ประหยัดกว่าการซื้อหรือเช่าเครื่องเซิร์ฟเวอร์เป็นของตัวเอง
-
ใช้กลยุทธ์ที่หลากหลาย
การทำ SEO ที่มีประสิทธิภาพ ควรใช้เครื่องมือที่หลากหลายควบคู่กัน จะช่วยเว็บไซต์ติดอันดับได้เร็ว โดยที่ผู้ใช้งานไม่รู้สึกอึดอัดจากการใส่คีย์เวิร์ดที่มากเกิน ใส่ลิงก์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา หรือมีโฆษณาเด้งขึ้นมาบ่อยครั้ง ดูได้จากการทำงานของมืออาชีพ เช่น บริษัทรับทำ SEO อย่าง Search Studio ก็ใช้หลายเทคนิค ผสมผสานกันทั้ง On-Page SEO, Off-Page SEO, Technical SEO ฯลฯ
-
ทางเลือกในการชำระเงิน
แม้ว่าการมีตัวเลือกชำระเงินที่หลากหลาย เช่น โอนผ่านธนาคาร, เก็บเงินปลายทาง หรือ Direct Debit Solutions สำหรับเว็บขายของ จะไม่ได้ส่งผลต่ออัลกอริทึมของ Google โดยตรง แต่ก็สร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งาน และลดอัตราการละทิ้งตะกร้าสินค้าได้ ซึ่งเมื่อผู้ใช้งานอยู่ในเว็บไซต์นานขึ้น มี Converastion Rate เพิ่มขึ้น ก็จะเป็นผลดีต่อการจัดอันดับในระยะยาว
-
สร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพ
เนื้อหาบนเว็บไซต์ควรมีความถูกต้อง น่าสนใจ และมีประโยชน์กับผู้ใช้งานจริงๆ ไม่ใช่แค่ใส่คีย์เวิร์ดลงไปเยอะๆ และต้องไม่คัดลอกมาจากที่อื่น อาจจะใช้เทคนิคเพิ่มลิงก์ภายใน (Internal Link) เพื่อเชื่อมโยงหน้าต่างๆ ให้ผู้ใช้งานค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้ง่ายขึ้น
-
ออกแบบโครงสร้างเว็บไซต์
โครงสร้างเว็บไซต์ต้องทำให้เป็นมิตรทั้งกับ Search Engine และผู้ใช้งาน เช่น มีการจัดหมวดหมู่ที่ชัดเจน, มีเมนูนำทาง (Navigation) ที่เป็นระเบียบ, ใช้ URL ที่สั้น กระชับ และมีคำที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา, ใช้ Schema Markup และ Sitemap มาช่วย เพื่อให้ Google เข้าใจเว็บไซต์ของคุณมากขึ้น เป็นต้น
-
รองรับการใช้งานบนมือถือ
ปัจจุบันคนหันมาใช้งานผ่านมือถือกันมากขึ้น จึงควรมีการปรับแต่งหน้าเว็บไซต์ให้รองรับการใช้งานบนมือถือด้วย หรือทำ Responsive Web Design ที่สามารถรองรับได้ทุกอุปกรณ์ และทุกขนาดหน้าจอ
-
ดีไซน์เรียบง่ายสบายตา
การออกแบบเว็บไซต์นอกจากเน้นไปที่ใช้งานง่าย ตอบสนองได้เร็ว ดีไซน์ก็ควรจะเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน ใช้โทนสีที่สบายตา ฟอนต์และขนาดของตัวอักษรอ่านง่าย ปุ่มกดชัดเจน ใส่กราฟิกเท่าที่จำเป็น จะช่วยให้เว็บโหลดเร็ว และทำให้ Converastion Rate เพิ่มขึ้นด้วย
สุดท้ายแล้วการหาจุดตรงกลาง ระหว่างการวิ่งตามอัลกอริทึมของ Google และการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งาน ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะอย่างไร Google ก็ยังคงเป็นเครื่องมือที่พยายามจะตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานให้ได้มากที่สุด ดังนั้นสิ่งใดที่ผู้ใช้งานชอบ Google ก็ชอบ และจะจัดอันดับให้สูงขึ้น ซึ่งก็จะทำให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับได้แบบยั่งยืน