มหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดภูมิภาคอาเซียน คงมีรายการเดียวและแข่งขันทุก 2 ปี นั่นคือ “ซีเกมส์” แม้ว่าจะเป็นกีฬาที่จัดเฉพาะประเทศอาเซียน และใครหลายคนอาจมองว่าเป็นการแข่งขันแบบ “พื้นบ้าน” แต่นัยยะสำคัญ “ซีเกมส์” คือเวทีในการสร้างคนรุ่นใหม่วงการกีฬาให้กับทุกชาติเพื่อเตรียมก้าวข้ามไปสู่ทัวร์นาเมนต์ที่ใหญ่กว่าทั้ง เอเชียนเกมส์ และโอลิมปิกเกมส์
กัมพูชา ประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดกับประเทศไทยได้รับโอกาสในการเป็นเจ้าภาพจัดแข่งซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ระหว่าง 5-17 พ.ค.2566 ซึ่งเจ้าภาพเลือกเมืองหลวงอย่างพนมเปญ เป็นสังเวียนแข่ง
กัมพูชาต้องใช้ระยะเวลายาวนานกว่าจะฟื้นฟูประเทศกลับมาตั้งหลักได้ หลังจากพ้นผ่านวิกฤติการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยุคเขมรแดง วันนี้กัมพูชาพร้อมแล้วที่จะประกาศตัวเองว่ามีศักยภาพเพียงใดกับการรับหน้าเสื่อจัดงานใหญ่ระดับภูมิภาค
หลังจากซีเกมส์ครั้งที่ 31 ที่เวียดนามปิดฉากลงพร้อมกับส่งไม้ต่อให้กัมพูชา ขณะที่เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่เดือนพิธีเปิดที่โมโรดก เตโช (Morodokd Techo) หรือมรดก เตโช เนชั่นแนล สเตเดียม กรุงพนมเปญ จะเริ่มขึ้น กลับเกิดคำถามและประเด็นมากมายจนกลายเป็นดรามาในโลกโซเชียลอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมของสนามแข่ง บ้านพักนักกีฬา ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด รวมถึงชื่อของกีฬาบางชนิด

ถึงตอนนี้เหลืออีกเพียงไม่กี่วันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 จะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ จึงอยากจะพาไปชมสถานที่จัดการแข่งขัน รวมถึงบรรยากาศโดยรวมของสนามแข่งขันหลักที่มรดก เตโช สเตเดียม ว่ามีความพร้อมมากน้อยเพียงใดแล้ว
ซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ใช้สังเวียนหลักๆ อยู่ 2 แห่ง แห่งแรกคือเมนเซ็นเตอร์ที่มรกด เตโช สเตเดียม จัดแข่งหลายชนิดกีฬาไล่ตั้งแต่พิธีเปิด-ปิด ว่ายน้ำ, แบดมินตัน, บาสเกตบอล, คิกบ๊อกซิ่ง, กุน ขแมร์, เทนนิส, ฮอกกี้, ฟุตบอลชายรอบรองชนะเลิศ และนัดชิงชนะเลิศ รวมถึงหมู่บ้านนักกีฬา
ส่วนอีกแห่งคือโอลิมปิก สเตเดียม มีแข่งฟุตบอล, โปโลน้ำ, แดนซ์สปอร์ต ยิมนาสติก, เปตอง, เซปัก ตะกร้อ, ซอฟต์เทนนิส, วอลเลย์บอล, ยกน้ำหนัก ฯลฯ
เมื่อหลายวันก่อน พลเอก สมเด็จพิชัยเสนา เตีย บัญ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้ลงตรวจความพร้อมของบ้านพักนักกีฬา รวมถึงสนามที่จะใช้แข่งบริเวณโดยรอบมรดก เตโช ได้รับการยืนยันว่าทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว เหลือเพียงการทำความสะอาดปรับภูมิทัศน์อีกเล็กน้อยเท่านั้น
เท่าที่มีการสำรวจจากภายนอกของทีมงานข่าวสดพบว่าการก่อสร้างสนามภายนอกนั้นเรียบร้อยเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว เริ่มจากห้องทำงานสื่อมวลชน “Press Center” มีการติดตั้งระบบสัญญาณอินเตอร์เน็ตพร้อมใช้งาน โต๊ะนั่งทำงานสื่อ เหลือเพียงการจัดสรรแบ่งส่วนรวมถึงติดตั้งจอมอร์นิเตอร์อีกเล็กน้อย ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่นานทุกอย่างคงพร้อม

ส่วนภายในสนามมรดก เตโช นั้นพร้อมเต็มร้อยอยู่แล้วเพราะจะใช้ในพิธีเปิด เหลือเพียงการตกแต่งภายนอก ซึ่งกัมพูชาเกณฑ์กำลังพลมาจัดการตรงนี้แบบเต็มกำลัง ชนิดที่เรียกว่ากิน-นอนที่นี่เลยทีเดียว

ถัดไปคือสนามเทนนิส ต้องยอมรับว่าเหลืออีกเพียงเล็กน้อยจะพร้อมใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ แม้ว่าความจุจะไม่มากสำหรับแฟนกีฬาแต่น่าจะเพียงพอ เนื่องจากบริเวณใกล้กันนั้นสามารถเดินไปดูกีฬาอื่นๆ ได้สบาย

ขณะที่หมู่บ้านนักกีฬา เนื่องจากเกิดปัญหาความล่าช้า ทำให้สามารถเปิดใช้งานเพียง 6 อาคารเท่านั้น และสามารถรองรับนักกีฬารวมถึงเจ้าหน้าที่ได้ราว 3,700 คน อย่างไรก็ดีเจ้าภาพได้เตรียมโรงแรมสำรองไว้ให้ทุกคนแล้วรวมถึงออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ด้วย


ถัดมาคือสังเวียนของกีฬาต่อสู้อย่างอินดอร์ สเตเดียม ที่แม้ว่าจะยังไม่เปิดให้เข้าชมภายในสนาม แต่จากการที่มีเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างแข็งขันชื่อว่าด้วยระยะเวลาอันสั้น บาสเกตบอล, คิกบ๊อกซิ่ง หรือ กุน ขแมร์ น่าจะแข่งขันได้เช่นกัน

ต่อจากอินดอร์ สเตเดียม จะเป็นสนามแข่งกีฬาในร่มที่ใช้เป็นเวทีของเทเบิลเทนนิส และแบดมินตัน ถึงตอนนี้เหลือแค่การเก็บกวาดทำความสะอาดให้ภายนอกดูดีคงเป็นอีกสนามที่เป็นหน้าเป็นตาให้กับเจ้าภาพไม่น้อย

ส่วนที่ไม่ต้องห่วงนั่นคือสนามกีฬาทางน้ำ อควอติก เซ็นเตอร์ เพราะสนามแข่งกีฬาทางน้ำแห่งนี้สร้างเสร็จก่อนที่ มรดก เตโช เนชั่นแนล สเตเดียม จะเริ่มฝังเสาเข็มด้วยซ้ำ
แน่นอนว่าเมื่อถึงเวลาแข่งจริงปัญหาจะมีมากน้อยเพียงใดในทุกสนามแข่งขัน แต่เมื่อกัมพูชาแสดงความมั่นใจว่าทุกแห่งพร้อมแล้ว คงต้องรอดูว่าจะเป็นดังที่กล่าวหรือไม่
แต่เท่าที่เห็นด้วยตาจากภายนอก แล้วเจ้าภาพกัมพูชาคงไม่เสียหน้าในการรับงานใหญ่ครั้งแรกของพวกเขา