เตือนภัย จ้างพี่เลี้ยงเด็กจากบริษัท แฉพฤติกรรมชอบรื้อห้องขโมยและซ่อนทรัพย์สินของมีค่า ซ้ำค้นห้องนอนอุปกรณ์เสพยาเกลื่อนทั้งที่เตียงเด็กอยู่ข้างๆ พ่อแม่ไม่ทนโร่แจ้งความ
วันที่ 21 พ.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์แชร์เรื่องราวเพื่อเตือนภัย เผื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยระบุข้อความว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของรุ่นน้อง แต่ผมทนไม่ได้จริงๆ เลยต้องขอมาแชร์เรื่องราวแทนเจ้าตัวนะครับ (ได้รับอนุญาตจากเจ้าของเรื่องแล้ว) เพราะเชื่อว่าหลายครอบครัวน่าจะมีโอกาสได้ใช้บริการจ้างพี่เลี้ยงเด็กจากบริษัทจัดหา
เรื่องเกิดขึ้นวันนี้ 19 พ.ย. 2568 รุ่นน้องเพิ่งมีลูกได้ไม่นานและพักอาศัยอยู่ที่คอนโด ปัจจุบันลูกอายุ 7 เดือน ส่วนน้องทำงานและสามีก็ทำงานเลยจำเป็นต้องหาพี่เลี้ยงเด็กมาช่วยเลี้ยงน้องเวลากลางวัน และได้ไปจ้างพี่เลี้ยงมาจากบริษัทให้บริการจัดหาพี่เลี้ยงเด็กชื่อดังแห่งนึง ซึ่งดูเป็นบริษัทที่น่าเชื่อและเปิดมานาน เป็นบริษัทที่สามารถหาจากในอินเตอร์เน็ตเจอได้ง่าย ๆ เลย เว็บไซต์ดูสากลและน่าเชื่อถือมาก
จึงตัดสินใจจ้างพี่เลี้ยงจากบริษัทแห่งนี้ โดยมีค่าบริการ 25,000 บาทต่อเดือน และค่าเอเจนซี่อีกประมาณ 14,000 บาท ซึ่งถือว่าสูงพอสมควรสำหรับคนที่ทำงานและต้องตัดสินใจเพิ่มค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพื่อลูก แต่ก็เชื่อว่าน่าจะมีคุณภาพมากพอที่จะดูแลลูกได้อย่างดี
พี่เลี้ยงเริ่มงานวันที่ 1 พ.ย. 2568 ที่ผ่านมา โดยที่ข้อตกลงตั้งแต่แรกคือพี่เลี้ยงจะไม่ได้ค้างคืน จะเป็นการไป-กลับ เนื่องจากคอนโดมี 2 ห้องนอน ห้องนึงคือตัวน้องและสามี อีกห้องคือแม่น้อง (ช่วงนี้แม่น้องมาเพื่อช่วยเลี้ยงน้องด้วย)
น้องจึงได้บอกพี่เลี้ยงว่า ถ้าแม่กลับต่างจังหวัดสามารถมานอนค้างคืนได้ชั่วคราวเพื่อที่จะได้ดูแลน้องและพักผ่อนได้เต็มที่ด้วย ส่วนของในห้องและอาหารในตู้เย็นสามารถหยิบกินเองได้หมดเลย ไม่ต้องเกรงใจ แต่ตั้งแต่ช่วงแรกก็เริ่มมีอะไรแปลกๆเช่น
- วันแรกที่มาทำงาน ก็เริ่มมาจัดห้องเลย เริ่มจากรื้อของข้างนอกก่อน รื้อของโซนครัวออกมาจัดบ้าง ทำความสะอาดโซนห้องกลางบ้าง ฯลฯ ซึ่งก็แปลกใจ แต่ก็ไม่เอะใจอะไร
- มีการพูดให้ดูน่าสงสาร เช่นพี่เค้าทะเลาะกับสามี โดนสามีไล่ออกจากบ้าน ไม่มีที่อยู่
- เห็นเปิดดูโพยผล ผลบอล ในโทรศัพท์ ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงาน
- ขอเบิกเงินล่วงหน้า 5,000 บาท บอกว่ามีลูก 4 คน ค่าใช้จ่ายเยอะ
- ขึ้นแท็กซี่บอกว่าไม่มีเงิน โทรมาให้โอนจ่ายค่ารถให้ก่อน
- กลางวันไม่ชอบกินข้าว น้องก็นึกว่าประหยัดเพื่ออะไรบ้างอย่าง
- มีคืนนึง ตี 3 ลุกมาจัดของรื้อตู้เก็บของ รื้อออกมาหมดเลย (สามีน้องมาเห็นพอดี)
- กลางคืนไม่นอน ชอบมีเสียงของตก กุกๆกักๆบ้าง บางคืนน้องนอนอยู่ในห้องนอนกับพี่เลี้ยงด้วย
- แม่น้องสังเกตว่าของในห้องเริ่มหายไป อยู่ผิดที่ เลยลองไปถามพี่เลี้ยง สรุปเอาทรัพย์สิน ของมีค่า กระเป๋า ไปซ่อนในห้องตัวเอง พอไปถามก็ไปหยิบออกมาให้ เช่น เอากระเป๋า YSL ไปซ่อนไว้หัวเตียง แล้วบอกว่าเอาไปเก็บไว้ให้ พอถาม เลยไปหยิบออกมาให้
- กลางคืนเวลานอน (มีน้องนอนอยู่ด้วย) พี่เลี้ยงเปิดหน้าต่างและเอาพัดลมที่ติดรถเข็นน้องหนีบขอบหน้าต่างและกดพัดลมให้เป่าลง (มาคาดการณ์ภายหลังว่าน่าจะเป็นการเสพสารเสพติดและเป่าออกนอกหน้าต่าง)
- บางวันฝนจะตก แต่ก็อยากจะพาน้องลงไปเดินเล่นข้างล่างคอนโด ไม่รู้จะอยากพาไปทำไม
- น่าจะมีการกรีดแขนในห้องด้วย เพราะเห็นเหมือนแผลรอยกรีดบนแขน และอื่นๆอีกมากมาย
หลังๆเริ่มรื้อห้องหนักขึ้นๆ รื้อถึงตู้เสื้อผ้า รื้อทุกซอกทุกมุมของห้อง บอกว่าช่วยรื้อมาจัด รื้อมาทำความสะอาดให้ แต่ที่มาเอะใจเลยคือ วันนี้สามีน้องมานั่งกินข้าว แล้วเห็นหลอดที่ตัดแล้ว(ตามภาพ) วางอยู่บนโต๊ะกินข้าว ทั้งสองคนเลยคุยกันว่ามันไม่ใช่แล้ว เลยตัดสินใจ เข้าไปค้นของในห้องพี่เลี้ยง สิ่งที่พบเห็นก็คือตามในภาพเลยครับ อุปกรณ์เสพยาสารพัดต่าง ๆ อยู่ในห้องที่พี่เลี้ยง
ซึ่งมันโหดร้ายมาก ๆ เสพยาทั้ง ๆ ที่มีเตียงเด็กอยู่ข้าง ๆ และก็ได้พบของมีค่า ทรัพย์สินต่างๆ ถูกพันเอาไว้ด้วยกระดาษบ้าง ผ้าบ้าง ซุกซ่อนไว้ตามซอก ตามมุมต่าง ๆของห้อง เหมือนเตรียมจะเอาเก็บออกไปด้วย ซึ่งคาดว่าก่อนหน้านี้น่าจะมีการทยอยนำของออกไปขายเรื่อย ๆ เนื่องจากมีทั้งของที่จำได้และจำไม่ได้ด้วย
จึงได้มีการพูดคุยและเคลียร์กับพี่เลี้ยงว่าให้โอกาสเอาของที่เอาไปทั้งหมดออกมาคืน โดยที่จะไม่เอาเรื่องอะไรทั้งสิ้น ทั้งเรื่องยาเสพติด ขโมยของ และจะไม่ส่งเรื่องไปที่บริษัทต้นทาง แต่ให้รีบหาพี่เลี้ยงคนใหม่มาแทนโดยด่วนที่สุด พี่เลี้ยงก็ได้เริ่มหยิบของออกมาจากหลาย ๆ ที่ ที่ซ่อนเอาไว้ ทยอยเอาออกมาวางคืนให้ ซึ่งอยู่ในสภาพที่พันกระดาษและพันผ้าเอาไว้หมดแล้ว สันนิษฐานว่าอาจจะเตรียมการเพื่อเอาออกไปหรือเปล่า แต่ในเมื่อสุดท้ายให้โอกาสแล้ว แต่ของที่หายไปได้คืนไม่ครบ ก็ต้องว่ากันไปตามความจริง
แต่ที่มีมูลค่าทั้งทางจิตใจและราคาคือแหวนแต่งงาน มูลค่ากว่า 300,000 บาท ซึ่งเป็นแหวนของแม่สามีน้องที่ให้มาตอนแต่งงาน ตอนนี้หายไปและยังหาไม่เจอ ปัจจุบันวันนี้ยังไม่ได้ไปแจ้งความ เพราะเคลียร์เรื่องต่าง ๆ กำลังตั้งสติ และต้องดูแลน้องด้วย แต่พรุ่งนี้จะไปแจ้งความและเริ่มดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ต่อมาวันที่ 20 พ.ย. 2568 ทางเจ้าของเรื่องได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ และตำรวจได้พามาค้นห้องที่คอนโด




