แพทย์เตือนอันตรายซ่อนอยู่ ในเครื่องดื่มชูกำลัง หลังชายอังกฤษวัย 54 สุขภาพดี เส้นเลือดสมองตีบ ความดันพุ่งเกือบ 3 เท่า
เว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานเคสอุทาหรณ์ที่ตีพิมพ์ในวารสาร BMJ Case Reports ไว้ว่า ชายชาวอังกฤษวัย 54 ปี ที่แข็งแรง สุขภาพดี ต้องเผชิญภาวะหลอดเลือดสมองตีบ (stroke) และความเสียหายถาวร หลังดื่มเครื่องดื่มชูกำลังจำนวนมากเป็นประจำทุกวัน
ชายรายนี้ไม่มีประวัติดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ หรือใช้ยาเสพติด แต่วันหนึ่งกลับมีอาการอ่อนแรงและชาตามด้านซ้าย เดินเซ พูดลำบาก และกลืนอาหารไม่ได้ ญาติรีบนำตัวส่งคลินิกเฉพาะทางโรคหลอดเลือดสมองทันที
ดร.ซูนิล มุนชี แพทย์ผู้รักษาในเมืองนอตติงแฮม ระบุว่า ความดันเลือดของเขาสูงผิดปกติ นี่คือเหตุผลที่เราเรียกความดันโลหิตสูงว่า ฆาตกรเงียบ เพราะคนไข้ดูปกติแข็งแรงแต่ตัวเลขอันตรายมากสูงถึง 254/150 มิลลิเมตรปรอท
การสแกนสมองพบว่า เขามีภาวะหลอดเลือดสมองตีบที่ส่วนฐานของสมองบริเวณธาลามัส ซึ่งส่งผลต่อการทรงตัวและการเคลื่อนไหว แม้จะรักษาด้วยยาหลายชนิด ความดันของเขายังพุ่งขึ้นอีกจนแตะ 220 ทำให้แพทย์ต้องสืบหาสาเหตุอื่น
ในที่สุด ชายรายนี้เปิดเผยว่าเขาดื่มเครื่องดื่มชูกำลังวันละ 8 กระป๋อง รวมแล้วรับคาเฟอีนเข้าสู่ร่างกาย 1,200–1,300 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งมากกว่าคำแนะนำทั่วไปเกือบ 3 เท่า (องค์กรกำกับดูแลอาหารและยาในสหรัฐฯ แนะนำไม่เกิน 400 มก./วัน)
หลังหยุดบริโภคได้เพียงไม่กี่สัปดาห์ ความดันเลือดของเขากลับสู่ระดับปกติ แต่ผลกระทบจากโรคหลอดเลือดสมองยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน แม้ผ่านมาแล้ว 8 ปี เขายังมีอาการชาและชาที่มือ เท้า และนิ้วด้านซ้ายอย่างถาวร

เครื่องดื่มชูกำลัง
แพทย์ระบุว่าอันตรายไม่ได้มาจากคาเฟอีนเพียงอย่างเดียว เพราะเครื่องดื่มชูกำลังจำนวนมากยังมีสารกระตุ้นอื่น ๆ เช่น น้ำตาลปริมาณสูง
ซึ่งช่วยเสริมฤทธิ์ให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น เพิ่มความดันโลหิต ทำให้หลอดเลือดเสียหาย กระตุ้นการจับตัวของเกล็ดเลือด และเพิ่มความเสี่ยงการเกิดลิ่มเลือดอุดตันในสมอง
งานวิจัยระบุว่า เครื่องดื่มชูกำลังยุคใหม่มีความเข้มข้นสูงขึ้นเรื่อย ๆ บางชนิดมีคาเฟอีนมากถึง 500 มิลลิกรัมต่อกระป๋อง
ปัจจุบัน แพทย์พบเคสที่คล้ายกันจำนวนมาก ทั้งหัวใจเต้นผิดจังหวะ เลือดออกในสมอง และโรคหลอดเลือดสมองในคนอายุน้อย
ดร.มุนชีเรียกร้องให้แพทย์สอบถามประวัติการดื่มเครื่องดื่มชูกำลังมากขึ้น โดยเฉพาะคนไข้ที่มีปัญหาหัวใจหรือหลอดเลือดตั้งแต่อายุยังน้อย
อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยเสนอให้มีกฎระเบียบด้านการโฆษณาและการจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลังที่เข้มงวดขึ้น เพื่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดของสังคมในอนาคต เพราะปัจจุบันเป็นที่นิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z ซึ่งมีสัดส่วนการบริโภคสูงที่สุด