ขี้เกียจแค่ไหน ก็ห้ามมองข้าม! แพทย์เตือน ทำ 4 พฤติกรรมนี้ซ้ำๆ เสี่ยงมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ และโรคเรื้อรังอื่น ๆ หลายคนติดนิสัย ทำสะสมยิ่งส่งผลเสีย
เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2569
รายงานจากสื่อต่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า “พฤติกรรมขี้เกียจ” บางประเภท แม้จะสบายตัวชั่วคราว แต่ในระยะยาวอาจต้องแลกด้วย มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ และโรคเรื้อรังอื่น ๆ
กระเพาะปัสสาวะมักถูกมองข้ามเมื่อเทียบกับหัวใจหรือปอด แต่แท้จริงแล้วเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่กักเก็บของเสียและสารพิษจำนวนมากก่อนขับออกจากร่างกาย ข้อมูลจาก GLOBOCAN ปี 2022 ระบุว่า ทั่วโลกมีผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะปัสสาวะรายใหม่มากกว่า 614,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตราว 220,000 รายต่อปี
ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า เยื่อบุของกระเพาะปัสสาวะไวต่อสารก่อมะเร็งที่สะสมอยู่ในปัสสาวะอย่างมาก น่ากังวลว่า พฤติกรรมขี้เกียจในชีวิตประจำวันนี่เองคือ “ภัยเงียบ” ที่ค่อย ๆ ทำลายอวัยวะนี้

ภาพประกอบ
แพทย์ย้ำว่า ไม่ว่าชีวิตจะยุ่งเพียงใด ก็ไม่ควรละเลย 4 เรื่องต่อไปนี้เพื่อปกป้องชีวิตของตนเอง
1. ขี้เกียจดื่มน้ำให้เพียงพอ
ภาวะขาดน้ำทำให้ปัสสาวะเข้มข้น สารตกค้างและสารพิษจึงมีความเข้มข้นสูงขึ้น เยื่อบุกระเพาะปัสสาวะจะถูกระคายเคืองอย่างต่อเนื่อง เพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบเรื้อรังและการกลายพันธุ์ของเซลล์ การดื่มน้ำวันละประมาณ 1.5–2 ลิตร ช่วยเจือจางปัสสาวะ ชะล้างสารอันตราย และลดภาระการกรองของไต
2. ขี้เกียจเข้าห้องน้ำเมื่อปวด (นิสัยกลั้นปัสสาวะ)
การกลั้นปัสสาวะนานเกินไปทำให้ปัสสาวะคั่ง กระเพาะปัสสาวะขยายตัวและการบีบตัวลดลงตามกาลเวลา ที่ร้ายแรงกว่านั้นคือ แบคทีเรียและสารบางชนิดที่ถูกกรองจากเลือดมีเวลาสัมผัสและทำลายดีเอ็นเอของเซลล์เยื่อบุโดยตรง แพทย์แนะนำให้ปัสสาวะทุก 3–4 ชั่วโมง และควรถ่ายให้หมดเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดก้อนเนื้อ

ภาพประกอบ
3. ขี้เกียจออกกำลังกาย และนั่งนานเกินไป
การนั่งเป็นเวลานานเพิ่มแรงกดบริเวณอุ้งเชิงกรานและกระเพาะปัสสาวะ อีกทั้งสัมพันธ์กับอาการท้องผูกเรื้อรัง อุจจาระแข็งอาจกดทับกระเพาะปัสสาวะ ขัดขวางการไหลเวียนเลือดและการขับปัสสาวะ อีกทั้งภาวะน้ำหนักเกินจากการไม่ออกกำลังกายยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อปัญหากลั้นปัสสาวะและการระคายเคืองของเนื้อเยื่อ การเคลื่อนไหวสม่ำเสมอช่วยควบคุมน้ำหนัก กระตุ้นการเผาผลาญ และช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมความเสียหายของเซลล์ได้ดีขึ้น
4. ขี้เกียจดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลและบริเวณจุดซ่อนเร้น
สุขอนามัยที่ไม่ดีเปิดทางให้แบคทีเรียจากภายนอกหรือจากลำไส้เข้าสู่ระบบทางเดินปัสสาวะ ทำให้เกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบซ้ำ ๆ หากปล่อยไว้จะทำลายสมดุลจุลชีพตามธรรมชาติ และเอื้อต่อการเติบโตของเซลล์ผิดปกติ โดยเฉพาะการไม่ล้างมือหรือทำความสะอาดไม่ถูกวิธีหลังมีเพศสัมพันธ์ เป็นเส้นทางลัดสู่การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ

ภาพประกอบ
สัญญาณเตือนมะเร็งกระเพาะปัสสาวะที่ควรระวัง
อาการเริ่มต้นที่พบบ่อย คือ ปัสสาวะมีเลือดปนโดยไม่เจ็บ ปัสสาวะอาจมีสีชมพู แดงสด หรือสีเข้มคล้ายชา นอกจากนี้ยังอาจมีอาการปัสสาวะบ่อย ปวดปัสสาวะกะทันหัน แสบขัดขณะปัสสาวะ หรือปวดหน่วงบริเวณอุ้งเชิงกรานและหลังส่วนล่าง
เมื่อโรคลุกลาม ผู้ป่วยอาจมีอาการทั่วร่างกาย เช่น น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ อ่อนเพลียเรื้อรัง และขาบวมจากการอุดกั้นของทางเดินขับถ่าย ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้พบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการผิดปกติ เพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษาให้ได้ผลดีตั้งแต่ระยะแรก
ที่มา SOHA