แพทย์เตือน ไวรัสชนิดหนึ่ง แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อไม่ตาย ระบาดหนัก หลายคนเข้าใจผิด คิดว่าฉีดพ่นแล้วปลอดภัย

ช่วงนี้อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงบ่อย ไวรัสแพร่ระบาด ทำให้คลินิกพบผู้ป่วยที่มีอาการอาเจียนและท้องเสียจำนวนมาก นพ.จั๋ว เหวยหรู แพทย์เฉพาะทางด้านตับและทางเดินอาหาร เตือนว่า ช่วงนี้การระบาดของ ไวรัสโนโรเข้าสู่ช่วงพีค

และพบว่าประชาชนจำนวนไม่น้อยมี “ความเข้าใจผิดร้ายแรง” คือคิดว่าเพียงฉีดพ่นแอลกอฮอล์ก็ปลอดภัยแล้ว แพทย์ย้ำว่า ไวรัสโนโรเป็นไวรัสที่ไม่มีเยื่อหุ้ม (envelope)การฉีดแอลกอฮอล์จึงเปรียบเสมือน “ช่วยอาบน้ำให้ไวรัส” ไม่สามารถฆ่าเชื้อได้เลย

แอลกอฮอล์ช่วยได้แค่รู้สึกสบายใจ ตัวการลำไส้อักเสบแท้จริงคือ “มือของคุณ”

นพ.จั๋ว เหวยหรู แพทย์ประจำโรงพยาบาลฉางเกิง เมืองหยุนหลิน ระบุผ่านเพจส่วนตัวว่า สำหรับไวรัสโนโรที่ไม่มีเยื่อหุ้ม แอลกอฮอล์แทบไม่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อ วิธีป้องกันที่ได้ผลจริงคือ การล้างมือด้วยน้ำและสบู่อย่างน้อย 20 วินาทีเพื่อขจัดเชื้อออกด้วยวิธีทางกายภาพ

แอลกอฮอล์ควรใช้เป็นทางเลือกเฉพาะในกรณีที่ไม่มีน้ำเท่านั้น และเมื่อมีโอกาสเห็นก๊อกน้ำ ควรรีบล้างมือซ้ำทันที ส่วนการทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมในบ้าน หากมีผู้ติดเชื้อ ควรใช้น้ำยาฟอกขาวเจือจางจึงจะมีประสิทธิภาพเพียงพอ

นอกจากไวรัสโนโรแล้ว แพทย์ยังเปิดเผยข้อเท็จจริงที่หลายคนอาจไม่คาดคิดว่า “สาเหตุของโรคลำไส้อักเสบและโรคมือเท้าปาก ไม่ได้มาจากอาหารเพียงอย่างเดียว แต่มาจากมือของเราเองด้วย” หลายคนเข้าใจว่าอาการท้องเสียเกิดจากกินอาหารไม่สะอาด แต่จากประสบการณ์ทางคลินิก พบว่าบ่อยครั้งเกิดจากการล้างมือไม่สะอาด แล้วนำเชื้อเข้าสู่ปากโดยตรง

ไวรัสโนโร มักระบาดเป็นกลุ่มในร้านอาหาร โรงเรียน หรือครอบครัว มีอาการอาเจียนและท้องเสียรุนแรง แพร่เชื้อได้ง่ายมาก มักเริ่มจากเด็กเล็กที่ไม่ล้างมือ เล่นของเล่นหรือหยิบขนมเข้าปาก ก่อนแพร่กระจายไปทั้งครอบครัว

เชื้อซัลโมเนลลามักมาจากไข่หรือเนื้อสัตว์ที่ปรุงไม่สุก หรือการปนเปื้อนข้ามบนเขียง ผู้ป่วยจะมีไข้สูง ปวดท้อง และอาจท้องเสียวันละหลายครั้ง เสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

เชื้ออีโคไล (สายพันธุ์ก่อโรค)พบได้จากเนื้อวัวที่ปรุงไม่สุก ผักสด หรือแหล่งน้ำปนเปื้อน ในรายรุนแรงอาจทำให้ถ่ายเป็นเลือดและเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ไต

เชื้อเอนเทอโรไวรัส ติดต่อผ่านทางอุจจาระ–ปาก เด็กที่สัมผัสของเล่นหรือมือจับประตูที่ปนเปื้อน แล้วเอามือเข้าปากอาจติดเชื้อได้ นอกจากโรคมือเท้าปากและแผลในปากแล้ว ยังอาจมีอาเจียนและท้องเสีย และในรายรุนแรงอาจเกิดสมองอักเสบหรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ

นพ.จั๋ว เหวยหรู เน้นย้ำว่า “แทนที่จะฉีดแอลกอฮอล์จนมือแห้ง ควรกลับไปใช้สบู่ล้างมือให้ถูกวิธีจะดีกว่า” โดยอ้างอิงข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า การล้างมืออย่างถูกต้องสามารถลดความเสี่ยงของโรคทางเดินอาหารได้ถึง 30 – 50%

เขาเตือนว่า ผู้ป่วยจำนวนมากมักบอกว่า “แค่ไปกินของที่ตลาดกลางคืน” หรือ “ลูกกลับบ้านแล้วอาเจียนทันที” แต่เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียด กลับพบว่าไม่ได้ล้างมือก่อนกินอาหาร หรือกินไปเล่นโทรศัพท์ไป จึงขอให้จดจำช่วงเวลาสำคัญ 3 ช่วงที่ต้องล้างมือให้สะอาด ได้แก่

  • ก่อนรับประทานอาหาร
  • หลังเข้าห้องน้ำ
  • หลังจับโทรศัพท์หรือเหรียญเงิน

เพราะฉะนั้น อย่าปล่อยให้พฤติกรรมเล็ก ๆ เหล่านี้กลายเป็นช่องโหว่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน