สาวขอความเป็นธรรม หลังแฟนเข้ารับการรักษานอนกรน กลับเจอภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ผ่าตัดซ้ำ 4 ครั้ง เลือดออกไม่หยุด หายใจลำบาก สงสัยมาตรฐานการรักษา
จากกรณีมีผู้ใช้ TikTok รายหนึ่งออกมาเผยแพร่เรื่องราวร้องขอความเป็นธรรม หลังแฟนหนุ่มเข้ารับการรักษาอาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ แต่กลับเกิดความผิดพลาดจากกระบวนการรักษา ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงต่อเนื่องยาวนาน ต้องเข้ารับการผ่าตัดซ้ำหลายครั้ง จนเกือบเสียชีวิต และส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายและคุณภาพชีวิตอย่างถาวร
ล่าสุดวันที่ 3 ก.พ. 2569 นางสาวกัลยาณี แฟนของผู้ป่วย เปิดใจกับ “ข่าวสดออนไลน์” ว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงปี 2567 โดยแฟนหนุ่มมีอาการกรนเสียงดังผิดปกติ และมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นระยะ ส่งผลให้เกิดอาการมึนงง เวียนศีรษะ และอ่อนเพลียจากการขาดออกซิเจน จึงตัดสินใจเข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง
นางสาวกัลยาณี กล่าวว่า แพทย์ได้ทำการตรวจส่องกล้องโพรงจมูก และแจ้งว่าผู้ป่วยมีโพรงจมูกแคบ มีติ่งเนื้อ และต่อมทอนซิลโตทั้งสองข้าง พร้อมแนะนำให้เข้ารับการผ่าตัดเพื่อแก้ไขอาการหยุดหายใจขณะหลับ โดยระบุว่าจะช่วยให้อาการดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ก่อนการผ่าตัดไม่มีการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) และไม่มีการอธิบายถึงความเสี่ยงหรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้ผู้ป่วยและครอบครัวเชื่อมั่นและตัดสินใจเข้ารับการรักษา
ต่อมาแฟนหนุ่มเข้ารับการผ่าตัดครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 67 เป็นการผ่าตัดต่อมทอนซิลทั้งสองข้าง ผ่าตัดลิ้นไก่ และผ่าตัดเพดานอ่อน ภายหลังการผ่าตัดเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง แผลผ่าตัดฉีกขาด มีเลือดออกจำนวนมาก ไม่สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ และมีอาการบวมอักเสบอย่างหนัก
แพทย์จึงตัดสินใจส่งตัวผู้ป่วยเข้ารักษาในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ไม่สามารถกลับไปพักฟื้นในหอผู้ป่วยทั่วไปได้ หลังออกจากโรงพยาบาลยังต้องเข้ามาติดตามอาการทุกสัปดาห์ โดยแพทย์ต้องทำการเลเซอร์บริเวณแผลผ่าตัดหลายครั้ง เนื่องจากมีเลือดออกซ้ำเป็นระยะ และพบว่ามีพังผืดในช่องปากจำนวนมากผิดปกติ
จนกระทั่งวันที่ 1 พ.ย 67 แฟนหนุ่มต้องเข้ารับการผ่าตัดครั้งที่ 2 เนื่องจากยังมีเลือดออกบริเวณช่องปากและลำคออย่างต่อเนื่อง หลังการผ่าตัด ผู้ป่วยมีอาการเลือดซึมออกจากช่องปาก เลือดไหลลงสู่กระเพาะอาหาร จนเกิดอาการอาเจียนเป็นเลือดหลายครั้งและหมดสติ แพทย์แจ้งในเวลาต่อมาว่าเกิดจากแผลแยกซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการผ่าตัดครั้งก่อน และไม่สามารถทำเลเซอร์เพื่อห้ามเลือดได้อีก จำเป็นต้องเตรียมการผ่าตัดเพิ่มเติม
ภายหลังการผ่าตัดครั้งที่ 2 ผู้ป่วยยังคงมีอาการเลือดออกซ้ำ และต้องเข้ารับการผ่าตัดครั้งที่ 3 ในช่วงต้นปี 2568 อย่างไรก็ตาม อาการยังไม่ดีขึ้น มีเลือดออกจากช่องปากและจมูกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การใช้ชีวิตประจำวันเป็นไปอย่างยากลำบาก
กระทั่งช่วงกลางดึกวันที่ 12 มี.ค 68 ผู้ป่วยเกิดภาวะเลือดออกเฉียบพลัน เลือดไหลไม่หยุด ญาติต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลในเวลาประมาณ 02.00 น. แพทย์ระบุว่าผู้ป่วยอยู่ในภาวะอันตรายถึงชีวิต และจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉินทันที ก่อนจะมีการผ่าตัดครั้งที่ 4 ในวันที่ 16 เม.ย 68 จากผลกระทบต่อเนื่องของการผ่าตัดครั้งก่อน โดยมีเลือดออกจำนวนมาก เลือดไหลลงสู่หลอดอาหารและปอด ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางระบบทางเดินหายใจ และต้องใช้ออกซิเจนตลอดเวลา
หลังการผ่าตัด แฟนหนุ่มไม่สามารถหายใจทางจมูกได้ ต้องหายใจทางปากเป็นหลัก ไม่สามารถพูดหรือสื่อสารได้ชัดเจน และยังคงมีเลือดซึมออกจากแผลผ่าตัดเป็นระยะ ส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรง
นางสาวกัลยาณี กล่าวต่อว่า ภายหลังจากที่ตนได้เผยแพร่เรื่องราวดังกล่าวผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับแฟนหนุ่ม ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่จากทางโรงพยาบาลโทรศัพท์ติดต่อมา พร้อมขอให้ลบคลิปที่เผยแพร่ออกไป สร้างความกังวลใจและตั้งข้อสงสัยถึงความโปร่งใสในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
นอกจากนี้ ครอบครัวยังต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาจำนวนมากจากการผ่าตัดและการนอนโรงพยาบาลหลายครั้ง จึงตั้งข้อสงสัยถึงมาตรฐานการรักษา การประเมินอาการก่อนผ่าตัด การให้ข้อมูลความเสี่ยง และความรับผิดชอบของโรงพยาบาลต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย
ทั้งนี้ ปัจจุบันครอบครัวได้รวบรวมเอกสารทางการแพทย์ ใบรับรองแพทย์ ภาพถ่ายอาการหลังผ่าตัด และหลักฐานทั้งหมด เพื่อยื่นร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอความเป็นธรรม และหวังให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันกับผู้ป่วยรายอื่นในอนาคต