หมอมะเร็ง เผย 5 สิ่ง ไม่ควรทำ ช่วยลดเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ รู้ทันก่อนสายเกินไป แม้อาการระยะแรก จะดูเหมือนไม่รุนแรง และอาจถูกมองข้าม

วันที่ 8 เมษายน 2569 มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นหนึ่งในโรคมะเร็งที่พบได้บ่อยอันดับต้น ๆ ของโลก และที่น่ากังวลคือปัจจุบันมีแนวโน้มพบในคนอายุน้อยเพิ่มมากขึ้น

แม้อาการระยะแรก เช่น ท้องเสีย ปวดท้อง หรือภาวะโลหิตจาง จะดูเหมือนไม่รุนแรงและอาจถูกมองข้าม แต่หากตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็สามารถรักษาได้ทัน

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งลำไส้เผยถึง “5 สิ่งที่ไม่ควรทำ” เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและดูแลสุขภาพลำไส้ให้แข็งแรง

1.ไม่ละเลยประวัติครอบครัว ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยพบว่าประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ป่วยมีญาติสายตรงเคยเป็นโรคนี้มาก่อน หากพบว่ามีคนในครอบครัวเคยเป็น อาจต้องเริ่มตรวจคัดกรองเร็วขึ้น

2.ไม่เลื่อนหรือหลีกเลี่ยงการตรวจคัดกรอง แนวทางปัจจุบันแนะนำให้ผู้ใหญ่เริ่มตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ตั้งแต่อายุ 45 ปี ไม่ว่าจะเป็นการส่องกล้องลำไส้ หรือการตรวจอุจจาระ

โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง เช่น ลำไส้ใหญ่อักเสบ หรือโรคโครห์น ยิ่งควรตรวจอย่างสม่ำเสมอ เพราะมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป

ภาพประกอบ

ภาพประกอบ

3.ไม่มองข้ามอาการผิดปกติ โดยเฉพาะวัยหนุ่มสาว มักไม่คิดว่าอาการผิดปกติจะเกี่ยวข้องกับมะเร็ง ทำให้การวินิจฉัยล่าช้า

อาการที่ควรระวัง ได้แก่ ถ่ายผิดปกติ ท้องผูกหรือท้องเสียบ่อย มีเลือดปนอุจจาระ ปวดท้องเรื้อรัง

4.ไม่ละเลยการใช้ชีวิตแบบสุขภาพดี มากกว่าครึ่งของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เช่น ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ การออกกำลังกาย

รวมถึงพฤติกรรมการกิน ไม่ควรอาหารแปรรูปในปริมาณมาก ขณะที่การกินผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสี มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงได้

5.ไม่หลีกเลี่ยงการพูดเรื่องการขับถ่าย แม้จะเป็นเรื่องที่หลายคนรู้สึกอาย แต่ลักษณะของอุจจาระสามารถสะท้อนสุขภาพได้อย่างชัดเจน เช่น อุจจาระมีขนาดเล็กผิดปกติ หรือมีเลือดปน อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้าย

ทั้งนี้ มะเร็งลำไส้ใหญ่สามารถป้องกันและรักษาได้ หากตรวจพบเร็ว การใส่ใจสัญญาณของร่างกาย ตรวจคัดกรองตามเกณฑ์ และปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต คือกุญแจสำคัญในการลดความเสี่ยงของโรคร้ายนี้

ขอบคุณที่มา HuffPost Life

เรียบเรียงโดยทีมข่าวสดออนไลน์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน