ฝ่ายชายชี้แจง ปมสินสอด 2 แสน ยันฝ่ายหญิงไม่ได้เรียกร้อง แต่เป็นการวางแผนช่วยกันหาเงินแต่งงานในอนาคต เผยพยายามคุยกับครอบครัวแล้ว แต่ทะเลาะกัน

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งเป็นพี่สาวออกมาเผยแพร่เรื่องราวของน้องชายวัย 28 ปี ที่คบหากับแฟนอายุ 20 ปี ซึ่งมีลูกติดเป็นฝาแฝดชายอายุประมาณ 1 ขวบ ได้เพียง 3 เดือน แต่กลับมีการพูดคุยเรื่องการสู่ขอและสินสอด 200,000 บาท ทองคำ 1 บาท จนเกิดความกังวลภายในครอบครัว

ต่อมา วันที่ 22 เม.ย. 2569 นายบี (นามสมมติ) ฝ่ายชาย “เปิดใจกับข่าวสดออนไลน์” โดยยืนยันว่า ข้อมูลที่พี่สาวโพสต์บางส่วนไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยเฉพาะประเด็นการเรียกร้องสินสอด

ทางฝ่ายหญิงไม่ได้มีการเรียกร้องเงินหรือทองแต่อย่างใด แต่เป็นเพียงการพูดคุยกันถึงแผนในอนาคต หากทั้งสองฝ่ายจะตัดสินใจแต่งงานกัน ก็จะช่วยกันหาเงินจำนวน 200,000 บาท และทองคำ 1 บาท เพื่อใช้ในพิธีตามประเพณี

นายบี กล่าวต่อว่า ส่วนเงินจำนวน 15,000 บาท ที่ถูกกล่าวถึงนั้น น้องชายยืนยันว่าเป็นขั้นตอนตามประเพณี และภายหลังฝ่ายหญิงได้คืนเงินจำนวนดังกล่าวให้แล้ว

ในประเด็นที่ถูกกล่าวหาว่าแฟนสาวมีความสัมพันธ์กับชายอื่น นายบีชี้แจงว่า เป็นภาพเก่า และยืนยันว่าแฟนของตนอยู่กับตนตลอด พร้อมย้ำว่าแฟนของตนไม่ได้เป็นมิจฉาชีพ

นอกจากนี้ นายบี ยังเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้พยายามปรึกษาและพูดคุยกับพี่สาวและครอบครัวแล้ว แต่รู้สึกว่าไม่ได้รับการรับฟัง และมีการแสดงความไม่พอใจเพียงด้านเดียว ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน

นายบี ยืนยันว่า ตนสามารถจัดการเรื่องดังกล่าวได้ด้วยตัวเอง และไม่ต้องการเคลื่อนไหวหรือตอบโต้เพิ่มเติม เนื่องจากไม่อยากให้เรื่องราวบานปลาย

ขณะที่ นางสาวเอ (นามสมมติ) พี่สาวของฝ่ายชาย เปิดเผยว่า น้องชายทำงานอยู่ต่างประเทศ ลักษณะงานบนเรือ และจะกลับประเทศไทยเพียงปีละครั้ง โดยเพิ่งกลับมาอยู่บ้านที่จังหวัดร้อยเอ็ดได้ประมาณ 3 เดือน ก่อนเริ่มคบหากับฝ่ายหญิง

จุดเริ่มต้นของเรื่องเกิดจากน้องชายกลับมาไทยและคบหากับแฟนได้ประมาณ3 เดือน ซึ่งฝ่ายหญิงมีลูกติดเป็นฝาแฝด จึงขอให้ครอบครัวช่วยไปพูดคุยกับครอบครัวฝ่ายหญิง เพื่อให้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายรับรู้และเข้าใจตรงกันว่าทั้งคู่กำลังคบหาดูใจกัน จะได้ไม่เกิดความเข้าใจผิด โดยไม่ได้ตั้งใจจะไปตกลงเรื่องเงินหรือสินสอด

นางสาวเอ กล่าวต่อว่า ซึ่งก่อนหน้านี้ คุณยายเคยเล่าให้ฟังว่าฝ่ายหญิงเคยมาที่บ้าน และน้องชายเองก็เคยไปหาฝ่ายหญิง จึงเห็นว่าควรให้ผู้ใหญ่ไปพูดคุยกัน กระทั่งวันที่ 15 เม.ย ที่ผ่านมา ได้พาญาติผู้ใหญ่ประมาณ 8 คน ไปยังบ้านฝ่ายหญิง และถามตรงตรงว่าต้องการอะไร ซึ่งทางฝ่ายหญิงก็พูดถึงเรื่องสินสอดและการตกแต่ง โดยให้เหตุผลว่าฝ่ายชายก็มาที่บ้านของฝ่ายหญิง

ภายหลังตนยืนยันว่าได้คัดค้าน เนื่องจากมองว่าทั้งคู่เพิ่งคบกันเพียง 3 เดือน ควรใช้เวลาเรียนรู้กันก่อน อีกทั้งครอบครัวฝ่ายหญิงยังไม่เคยรู้จักพ่อแม่ของฝ่ายชายอย่างแท้จริง โดยพ่ออยู่จังหวัดกาญจนบุรี แม่อยู่กรุงเทพฯ และในวันเจรจาก็เป็นเพียงญาติๆไม่ใช่พ่อแม่ที่ไปคุยให้

นอกจากนี้ นางสาวเอ ยังได้อธิบายถึงสถานะทางการเงินของน้องชาย ซึ่งกำลังสร้างบ้านและมีภาระค่าใช้จ่าย แต่ทางฝั่งหญิงยังคงถามว่าจะให้ได้เท่าไหร่ หลังจากนั้นทางฝ่ายชายจึงให้ไป 10,000 บาท และทางฝ่ายหญิง ขอเพิ่มอีกเนื่องจากว่ามองว่า 10,000 บาทมันน้อยไป จึงให้ไปอีก 5,000 บาทรวมเป็น 15,000 บาท

นอกจากนี้ยังได้มีการพูดถึงเรื่องสินสอดในวันที่จะแต่งงานกันคือเงิน 200,000 บาทและทองอีก 1 บาท ซึ่งตนมองว่าไม่สมเหตุสมผล เนื่องจากว่าฝ่ายหญิงยังต้องเลี้ยงลูกอีก 2 คนและฝ่ายชายพึ่งสร้างบ้านเสร็จ หลังจากนั้นพี่สาวยังเสนอว่าควรมีการศึกษาดูใจกันให้มากขึ้นอีกหน่อย

รวมถึงตรวจสอบความพร้อม เช่น ภาระหนี้สิน แต่ได้รับคำทางฝ่ายหญิงว่า “คนไม่ใช่รถยนต์ จะมาเช็คช่วงล่าง เช็คเครดิตอะไร เด็กมันรักกัน”

หลังจากเรื่องราวผ่านไปตนจึงกลับไปคุยกับน้องชายแต่ก็มีปากเสียงกันเนื่องจากว่าน้องชายไม่ฟังที่ตนพูดบอกว่าตัดสินใจเองได้จัดการเองได้ ตนจึงนำเรื่องราวนี้ออกมาเผยแพร่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน