อาการแข็งตัวตอนเช้า สัญญาณเตือนสุขภาพ แพทย์เผย 3 อาการผิดปกติที่ไม่ควรมองข้าม เฉลยอากาศเย็นเกี่ยวมั้ย

ผู้ชายหลายคนอาจเคยสงสัยว่า “ทำไมบางวันมีอาการแข็งตัวตอนเช้า แต่บางวันกลับไม่มี” โดย นพ. มงเอิน นายกสมาคมป้องกันภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่แห่งไต้หวัน ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์ป้องกัน มหาวิทยาลัยการแพทย์กลาโหม และเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะ

อธิบายว่า อาการดังกล่าวแท้จริงคือ “การแข็งตัวของอวัยวะเพศระหว่างการนอนหลับ” (Nocturnal Penile Tumescence : NPT) ซึ่งเป็นกลไกทางสรีรวิทยาตามธรรมชาติระหว่างการนอน และเกี่ยวข้องกับ 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ระบบประสาท ระบบหลอดเลือด และฮอร์โมนเพศชาย

แพทย์ระบุว่า หากบางครั้งไม่รู้สึกถึงอาการแข็งตัวตอนเช้า ไม่จำเป็นต้องวิตกมากเกินไป แต่หากพบว่าอาการดังกล่าวลดลงอย่างชัดเจนต่อเนื่องหลายเดือน อาจเป็นสัญญาณเตือนสุขภาพที่ควรใส่ใจ

การแข็งตัวระหว่างนอนอาจเกิดหลายครั้ง แม้ไม่รู้สึกก็ไม่ได้แปลว่าไม่มี

นพ. มงเอินอธิบายว่า อาการแข็งตัวตอนเช้ามักเกิดขึ้นในช่วง “การนอนหลับระยะ REM” (Rapid Eye Movement) ซึ่งเป็นช่วงที่สมองลดการทำงานของระบบประสาทซิมพาเทติก และให้ระบบพาราซิมพาเทติกทำงานเด่นขึ้น ส่งผลให้ปลายประสาทหลั่งไนตริกออกไซด์ (NO) ทำให้หลอดเลือดในอวัยวะเพศคลายตัวและมีเลือดไหลเข้า จนเกิดการแข็งตัว

จริง ๆ แล้ว การแข็งตัวระหว่างนอนอาจเกิดขึ้นหลายครั้งในคืนเดียว เพียงแต่ช่วงใกล้ตื่นจะสังเกตได้ง่ายกว่า จึงถูกเรียกว่า “อาการแข็งตัวตอนเช้า” ซึ่งโดยทั่วไปถือเป็นสัญญาณว่าระดับฮอร์โมนเพศชาย การทำงานของหลอดเลือด และระบบประสาทยังอยู่ในภาวะปกติ

ความเครียดและการนอนหลับมีผลต่อสมรรถภาพทางเพศ

แพทย์ยังระบุว่า คุณภาพการนอนถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการแข็งตัวระหว่างนอน โดยภาวะอดนอน นอนไม่พอ ความเครียดสะสม หรือโรคหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ล้วนส่งผลกระทบต่อกลไก REM ได้

แพทย์ยกตัวอย่างผู้ป่วยชายวัยกว่า 40 ปี ซึ่งทำงานด้านวิศวกรรมและมีความเครียดสูง อีกทั้งยังมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ จนเริ่มพบว่าสมรรถภาพทางเพศลดลง แม้ผลตรวจฮอร์โมนจะปกติ แต่หลังเข้ารับการรักษาด้านการนอนหลับและปรับพฤติกรรมชีวิต อาการต่าง ๆ จึงค่อย ๆ กลับมาดีขึ้น

นอกจากนี้ พฤติกรรมเสี่ยงอื่น ๆ ก็มีผลเช่นกัน โดยการสูบบุหรี่ส่งผลเสียต่อผนังหลอดเลือด การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปกดการทำงานของระบบประสาท ขณะที่โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงส่งผลต่อระบบประสาทและหลอดเลือด ซึ่งอาจทำให้อาการแข็งตัวตอนเช้าลดลง หรือเกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้

“อาการแข็งตัวตอนเช้า” เปรียบเสมือนนาฬิกาปลุกของร่างกาย

นพ. มงเอินเปรียบเทียบว่า อาการแข็งตัวตอนเช้าเหมือน “นาฬิกาปลุกสุขภาพของผู้ชาย” หากเดิมเคยเป็นปกติแต่กลับลดลงหรือหายไป อาจสะท้อนถึงความผิดปกติของหลอดเลือด ระบบประสาท หรือระบบฮอร์โมน

  • สำหรับผู้ชายวัยหนุ่ม หากอาการดังกล่าวลดลง ควรทบทวนเรื่องความเครียดและพฤติกรรมการใช้ชีวิต
  • ส่วนผู้ชายวัยกลางคนควรระวังโรคกลุ่ม “สามสูง” ได้แก่ ความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดสูง และไขมันในเลือดสูง รวมถึงภาวะฮอร์โมนเพศชายลดลง
  • ผู้ชายอายุมากกว่า 50 ปี ที่มักเริ่มมีอาการคล้ายวัยทอง เช่น ความต้องการทางเพศลดลง และตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นน้อยลง จนทำให้อาการแข็งตัวตอนเช้าไม่ชัดเจนหรือหายไป

อากาศเย็นเกี่ยวหรือไม่

แพทย์ระบุว่า อุณหภูมิอากาศมีผลต่อการหดและขยายตัวของหลอดเลือดจริง แต่ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น อุณหภูมิภายในห้อง การเปิดเครื่องปรับอากาศหรือฮีตเตอร์ ความหนาของผ้าห่ม และคุณภาพการนอน ดังนั้น อากาศร้อนหรือเย็นไม่ใช่สาเหตุหลักโดยตรงของการแข็งตัวตอนเช้า แต่อาจมีผลทางอ้อมผ่านสภาพจิตใจและการนอนหลับมากกว่า

เมื่อไรควรพบแพทย์ แนะสังเกต 3 สัญญาณ

มงเอินแนะนำว่า หากผู้ชายไม่มีอาการแข็งตัวตอนเช้าต่อเนื่องเกิน 3 เดือน หรือพบว่าความแข็งตัวลดลงอย่างชัดเจน ระยะเวลาสั้นลง และเริ่มส่งผลต่อสมรรถภาพทางเพศ ควรรีบเข้ารับการตรวจจากแพทย์โดยเร็ว

อย่างไรก็ตาม หากเพียงบางครั้งไม่มีอาการดังกล่าว ก็ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกมากเกินไป โดยการพักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด และรักษาวิถีชีวิตให้สมดุล ถือเป็นแนวทางดูแลสุขภาพที่ดีที่สุดสำหรับผู้ชาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน