ไมโครเวฟอันตรายต่อสุขภาพจริงหรือ? แพทย์ลบความเชื่อผิด ๆ ชี้รักษาสารอาหารได้ดี ปลอดภัยกว่าการปิ้งย่าง พร้อมบอกสิ่งที่ควรระวังในการใช้

หลายคนกังวลว่าการอุ่นอาหารด้วยไมโครเวฟอาจก่อมะเร็ง ทำลายคุณค่าทางอาหาร หรือส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นพ.เหลียงเซิ่งปิน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุศาสตร์และเมตาบอลิซึมในเด็ก ระบุว่า การใช้ไมโครเวฟถือเป็นวิธีปรุงอาหารที่ค่อนข้างปลอดภัย ไม่เพียงไม่ทำลาย DNA แต่ยังช่วยคงคุณค่าสารอาหารไว้ได้ดี อีกทั้งยังก่อสารอันตรายน้อยกว่าการปิ้งย่างหรือทอดอาหารด้วย

นพ.เหลียงเซิ่งปินโพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า คลื่นไมโครเวฟเป็น “รังสีไม่ก่อไอออน” (Non-ionizing radiation) ซึ่งไม่สามารถทำลาย DNA และไม่ก่อให้เกิดสารก่อมะเร็ง ดังนั้น เมื่อเทียบกับการย่างหรือทอด อาหารที่ปรุงด้วยไมโครเวฟจึงถือเป็นหนึ่งในวิธีที่สร้างสารอันตรายน้อยที่สุด

แพทย์อธิบายเพิ่มเติมว่า จุดเด่นสำคัญของการใช้ไมโครเวฟคือช่วยรักษาคุณค่าทางอาหารได้ดี ตัวอย่างเช่น วิตามินซีในผักยังคงเหลือมากกว่า 90% ขณะที่การต้มอาจทำให้สูญเสียสารอาหารได้มากกว่า 70% เนื่องจากไมโครเวฟใช้เวลาปรุงสั้นและให้ความร้อนจากภายในอาหารโดยตรง จึงช่วยลดการสูญเสียสารอาหาร

นอกจากนี้ การอุ่นนมด้วยไมโครเวฟยังช่วยคง “แลคโตเฟอร์ริน” ซึ่งเป็นโปรตีนสำคัญในนม ได้มากกว่าวิธีให้ความร้อนแบบดั้งเดิมประมาณ 12% และยังมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อที่สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยสากล

อย่างไรก็ตาม นพ.เหลียงเซิ่งปินเตือนว่า ประเด็นที่ควรระวังจริง ๆ ไม่ใช่ตัวไมโครเวฟ แต่คือ “ภาชนะ” ที่นำมาใช้ โดยเฉพาะภาชนะพลาสติกที่เมื่อถูกความร้อนอาจปล่อยสาร Bisphenol A (BPA) และสารพทาเลต (Phthalates) ซึ่งเป็นสารรบกวนฮอร์โมน ออกมาปนเปื้อนในอาหาร และอาจส่งผลต่อพัฒนาการของเด็ก

แพทย์ยังระบุว่า แม้ไมโครเวฟจะมีข้อดีหลายด้าน แต่ก็มีข้อจำกัดเช่นกัน เช่น อาหารอาจสูญเสียน้ำได้มากกว่าวิธีปรุงแบบดั้งเดิม รวมถึงปัญหาความร้อนไม่สม่ำเสมอ ทำให้บางจุดอาจยังไม่ร้อนทั่วถึง จึงแนะนำให้คนอาหารหรือกลับด้านระหว่างอุ่น พร้อมใช้ฝาปิดเพื่อช่วยรักษาความชื้น

ท้ายที่สุด นพ.เหลียงเซิ่งปินย้ำว่า การใช้ไมโครเวฟนั้นปลอดภัยในตัวเอง สิ่งสำคัญคือควรหลีกเลี่ยงการใช้ภาชนะพลาสติก และเปลี่ยนมาใช้ภาชนะแก้วหรือเซรามิกแทน เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพมากกว่า

อ่านเพิ่มเติมที่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน