หนุ่มไต้หวันหนีตำรวจ กระโดดซ่อนตัวใน “บ่อบำบัดสิ่งปฏิกูล” สุดท้ายทนไม่ไหว ยอมมอบตัว เปื้อนตั้งแต่หัวจรดเท้า งานเข้าเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ต้องช่วยฉีดล้าง

เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569

รายงานจากสื่อต่างประเทศ ชายแซ่เฉินในเมืองจีหลง ไต้หวัน ถูกตัดสินจำคุก 1 ปี 7 เดือนในคดีปลอมแปลงเอกสารทางการเงิน แต่ไม่เข้ารายงานตัวต่อสำนักงานอัยการตามกำหนดจนถูกออกหมายจับ

ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าตัวยังขัดขืนการจับกุมและทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนฉวยโอกาสหลบหนีระหว่างถูกควบคุมตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล ด้วยการกระโดดลงไปซ่อนตัวในบ่อบำบัดสิ่งปฏิกูล

สุดท้ายยอมมอบตัวหลังครอบครัวช่วยเกลี้ยกล่อม

ภายหลัง ศาลมีคำพิพากษาให้จำคุกชายรายดังกล่าวเป็นเวลา 4 เดือน ในข้อหาทำร้ายร่างกายและพยายามหลบหนีโดยใช้กำลัง โดยสามารถเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นค่าปรับได้ 120,000 ดอลลาร์ไต้หวัน (เป็นเงินไทยราว 123,000 บาท) และยังสามารถอุทธรณ์คำพิพากษาได้

รายงานระบุว่า เฉิน ถูกประกาศจับในคดีปลอมแปลงเอกสารทางการเงิน ก่อนจะถูกตำรวจ 2 นายจับกุมได้เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 4 พฤศจิกายน 2024 ภายในลานจอดรถของอาคารแห่งหนึ่งในเมืองจีหลง

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการจับกุม ผู้ต้องหาได้ขัดขืนอย่างรุนแรง ทั้งดึงกระชาก ชกต่อย และใช้เท้าถีบเจ้าหน้าที่ จนทำให้ตำรวจทั้งสองนายได้รับบาดเจ็บฟกช้ำและมีบาดแผลถลอกหลายแห่ง

ต่อมา ผู้ต้องหาอ้างว่าตนเองได้รับบาดเจ็บเช่นกัน และขอเข้ารับการรักษาพยาบาล โดยมีตำรวจ 1 นายควบคุมตัวไปยัง โรงพยาบาล

แต่หลังเข้ารับการเอกซเรย์เสร็จสิ้น ผู้ต้องหาได้ฉวยจังหวะพุ่งชนเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ววิ่งหลบหนีออกจากโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามและเกิดการยื้อยุดกันอีกครั้ง ก่อนที่ชายรายดังกล่าวจะวิ่งออกจากอาคารและกระโดดลงไปในหลุมใกล้เคียงเพื่อหลบซ่อนตัว

หลังจากกำลังเสริมเดินทางมาถึง เจ้าหน้าที่พยายามเกลี้ยกล่อมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงให้ครอบครัวโทรศัพท์พูดโน้มน้าว จนในที่สุดผู้ต้องหาจึงยอมคลานออกมาจากหลุมในสภาพที่ร่างกายเปื้อนอุจจาระเต็มตัว

ภายหลังจึงพบว่า หลุมที่ผู้ต้องหากระโดดลงไปนั้นเป็นบ่อบำบัดสิ่งปฏิกูลแบบเก่าของโรงพยาบาล ทำให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้สายฉีดน้ำแรงดันสูงช่วยทำความสะอาดร่างกายให้

หลังสอบปากคำ ตำรวจได้ส่งตัวผู้ต้องหาไปยังสำนักงานอัยการท้องถิ่นจีหลง เพื่อดำเนินคดีในข้อหาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่เจ้าพนักงาน และพยายามหลบหนีจากการควบคุมตัว

ทั้งนี้ ศาลพิจารณาว่า ผู้ต้องหามีจิตสำนึกต่อกฎหมายค่อนข้างต่ำ และไม่ให้ความเคารพต่อการบังคับใช้กฎหมายของรัฐ อย่างไรก็ตาม ศาลคำนึงถึงการที่จำเลยรับสารภาพ รวมถึงมีความประสงค์จะชดใช้ค่าเสียหายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนาย จึงมีคำพิพากษาดังกล่าวข้างต้น

ที่มา ettoday

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน