แพทย์แนะนำ “ผลไม้มหัศจรรย์” ช่วยบรรเทาอาการท้องผูกได้อย่างรวดเเร็ว แถมต้านมะเร็งลำไส้ใหญ่ พร้อมลิสต์ชุดสุขภาพดี กิน 4 อย่างนี้
เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569
รายงานจากสื่อต่างประเทศ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ลูกพรุน สามารถช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบขับถ่ายได้ แต่ล่าสุดมีผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก ซึ่งอาจให้ผลลัพธ์ได้ดีไม่แพ้กัน หรืออาจดีกว่าด้วยซ้ำ ตามคำกล่าวของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพทางเดินอาหารชื่อดัง
นพ.การัน ราจัน ศัลยแพทย์ระบบทางเดินอาหารจากกรุงลอนดอน และผู้มีชื่อเสียงบนสื่อสังคมออนไลน์ เปิดเผยว่า “กีวี” เพียง 1 ผล อาจช่วยบรรเทาอาการท้องผูกได้อย่างรวดเร็ว
แพทย์รายนี้ได้เผยแพร่คลิปผ่าน TikTok เพื่อบอกผู้ติดตามกว่า 5.3 ล้านคนว่า อาหาร 4 ชนิดที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับว่าสามารถช่วยส่งเสริมสุขภาพลำไส้ได้จริง

1.กีวี
นพ.ราจัน ระบุว่า กีวีอุดมไปด้วยไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ โดยไฟเบอร์ประเภทนี้จะดูดซับน้ำและก่อตัวเป็นลักษณะคล้ายเจลภายในลำไส้ ช่วยให้อุจจาระนิ่มลงและเพิ่มความถี่ในการขับถ่าย
เขากล่าวว่า หากรับประทานในปริมาณมาก กีวีสามารถช่วยบรรเทาอาการท้องผูกได้ใกล้เคียงกับยาระบาย แต่ไม่มีผลข้างเคียงที่มักเกิดจากการใช้ยา
อาหารอื่นที่มีไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำสูง ได้แก่ มะเดื่อ อะโวคาโด เมล็ดแฟลกซ์ และแอปเปิล
ข้อมูลระบุว่า ชาวสหราชอาณาจักรราว 1 ใน 7 ของผู้ใหญ่ และเด็กถึง 1 ใน 3 เคยประสบปัญหาท้องผูกอย่างน้อยหนึ่งครั้ง แม้อาการดังกล่าวที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวจะไม่เป็นอันตราย แต่ภาวะท้องผูกเรื้อรังถูกมองว่าอาจเชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคมะเร็งลำไส้
งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า ระบบขับถ่ายที่ทำงานช้าต่อเนื่องอาจเพิ่มโอกาสเกิดมะเร็งในระบบทางเดินอาหารได้มากถึง 1.5 เท่า โดยเชื่อว่าสาเหตุเกิดจากสารพิษที่สะสมอยู่ในลำไส้เมื่อของเสียค้างอยู่เป็นเวลานาน ดังนั้น การขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญ
2.กาแฟ
นอกจากนี้ นพ.ราจัน ยังระบุว่า “กาแฟ” เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพลำไส้ โดยเครื่องดื่มชนิดนี้มีความเชื่อมโยงอย่างต่อเนื่องกับการลดความเสี่ยงโรคไขมันพอกตับ และโรคตับแข็ง
เขาอธิบายว่า กาแฟมีทั้งไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำและโพลีฟีนอล ซึ่งโพลีฟีนอลทำหน้าที่เสมือนพรีไบโอติก ช่วยหล่อเลี้ยงแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ จึงอาจช่วยลดอาการท้องผูกได้
ทั้งนี้ กาแฟสำเร็จรูปและกาแฟไม่มีคาเฟอีนยังคงให้ประโยชน์ในลักษณะเดียวกัน

3.ถั่วรวม
อาหารอันดับที่สามคือ “ถั่วรวม” เช่น อัลมอนด์ วอลนัต และพิสตาชิโอ ซึ่ง นพ.ราจัน ระบุว่าเป็นของว่างที่เขาพยายามรับประทาน “ทุกวัน”
เขากล่าวว่า ถั่วหลากหลายชนิดให้ไฟเบอร์พรีไบโอติกที่แตกต่างกัน ซึ่งช่วยเพิ่มความหลากหลายของจุลินทรีย์ในลำไส้ พร้อมอ้างถึงงานวิจัยที่ชี้ว่า การรับประทานถั่วเป็นประจำวันละประมาณ 20–30 กรัม มีความสัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง อาจเนื่องมาจากการลดการอักเสบในร่างกายและช่วยเพิ่มความหลากหลายของแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในลำไส้
4.โยเกิร์ต
ส่วนอาหารชนิดสุดท้ายในรายการคือ “โยเกิร์ต” ซึ่ง นพ.ราจัน ระบุว่าเป็นอาหารที่ “แพทย์และนักโภชนาการอาหารต่างชื่นชอบ”
โดยเฉพาะโยเกิร์ตที่มีจุลินทรีย์มีชีวิต เช่น Lactobacillus และ Bifidobacterium ซึ่งช่วยเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ อีกทั้งยังมีงานวิจัยสนับสนุนว่าสามารถช่วยบรรเทาอาการของโรคลำไส้แปรปรวน รวมถึงอาการท้องผูกได้เช่นกัน

ก่อนหน้านี้ นพ.ราจัน เคยเผยเคล็ดลับช่วยบรรเทาอาการท้องผูกที่ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยคลิปวิดีโอหนึ่งซึ่งมียอดเข้าชมกว่า 2 ล้านครั้ง แนะนำว่า “การเป่าฟองอากาศลงในน้ำ” สามารถช่วยกระตุ้นการขับถ่ายได้
เขาอธิบายว่า การทำท่าเหมือนเป่าฟองสบู่ เป่าเทียน หรือแม้แต่การลากเสียง “มอออ” ยาว ๆ จะช่วยควบคุมการหายใจ และกระตุ้นเส้นประสาทเวกัส ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมระบบย่อยอาหาร ส่งผลให้ลำไส้เกิดการบีบตัวเป็นจังหวะคล้ายคลื่น ทำให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องเบ่งมาก
นพ.ราจัน กล่าวว่า “การเปล่งเสียงวัวหรือการเป่าฟองอากาศให้ผลทางกายภาพภายในคล้ายกับการนั่งยอง ๆ แต่สร้างแรงกดน้อยกว่า”
“วิธีดังกล่าวช่วยให้อุจจาระเคลื่อนผ่านลำไส้ใหญ่ได้ง่ายขึ้น ด้วยการเพิ่มแรงดันภายในช่องท้อง”
เขายังเสริมว่า แม้วิธีเหล่านี้อาจดูแปลกหรือชวนขบขัน แต่แท้จริงแล้วเป็นเทคนิคการหายใจด้วยกระบังลม ซึ่งช่วยเสริมการเชื่อมโยงระหว่างสมองกับระบบทางเดินอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
@dr.karanrGut health foods to improve your gut microbiome! (According to research and a GI surgeon!)♬ original sound – Dr Karan Rajan