อ.ปิ่นแก้ว สะท้อนประเด็น Save ทับลาน กลุ่มนักอนุรักษ์ ลุกมาแสดงพลัง คนเหล่านี้ไม่ได้รักป่า แต่พวกเขารักอำนาจในการตัดสินว่าใครมีสิทธิอยู่ในป่าต่างหาก
แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่การใช้ประโยชน์นั้น คนเหล่านี้ไม่ได้รับประโยชน์โพดผลใดๆ เหล่า hypocrite เหล่านี้ ก็จะลุกขึ้นมาเสแสร้งเป็นนักอนุรักษ์โดยทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้ใช้ประโยชน์คือคนจนในเขตป่า
ประเด็นเรื่องทับลาน กลับมาเป็นที่พูดถึงในสังคม เมื่อ ‘บอร์ดอุทยานฯ’ เคาะมติเห็นชอบให้ปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ที่พิสูจน์ได้ว่ามีมาก่อนประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ 155,865 ไร่ ให้ ส.ป.ก. ชี้เป็นที่ทับซ้อน–ใช้ประโยชน์ในราชการทหาร ส่วนอีกกว่าแสนไร่ให้รอพิสูจน์สิทธิของประชาชน
ต่อมามีเสียงสะท้อนไม่เห็นด้วยกับการปรับแนวเขตดังกล่าว จนเกิดกระแส Save ทับลาน ในสังคมออนไลน์
ต่อเรื่องดังกล่าว ศ.ดร.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี อาจารย์ประจำภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แสดงความคิดเห็นในประเด็นดังกล่าว ความว่า กรณี save ทับลาน แสดงให้เห็นถึงความ hypocrite (มือถือสาก ปากถือศีล) ของกลุ่มอนุรักษ์และชนชั้นกลางไทย เป็นอย่างดี
พวกเขาทราบดีว่า ป่าอนุรักษ์ในไทย ไม่เคยเป็นป่าที่ไม่เคยถูกนํามาใช้ประโยชน์ หรือเป็นป่าที่มีแต่ต้นไม้ พรรณพืช และสัตว์ป่าเท่านั้น ป่าอนุรักษ์จํานวนไม่น้อย ถูกนําไปทําโครงการพัฒนาจำนวนมาก สร้างเขื่อน สร้างถนน สร้างอ่างเก็บน้ำ สร้างอุทยานวิทยาศาสตร์ สร้างตึก สร้างอาคาร ฯลฯ
เอาง่ายๆ พื้นที่ป่าดอยสุเทพจำนวนมากถูกกันออกจากสถานะป่าอนุรักษ์เพื่อรองรับหน่วยงานของรัฐกี่แห่ง ลองไปไล่ประวัติศาสตร์ดูก็แล้วกันว่า มีอะไรบ้าง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ใช้พื้นที่นับพันไร่ในป่าดอยสุเทพ เปลี่ยนให้เป็น ไร่แม่เหียะ สร้างแปลงเกษตร สร้างตึก สร้างถนน สร้างหอพัก สร้างอาคารที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดในหลายทศวรรษที่ผ่านมา เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชนชั้นกลางในยามเย็น
การใช้ประโยชน์เหล่านี้ ไม่ยักสร้างความกังวลใจให้ชนชั้นกลางแต่อย่างใด ไม่ยักมีใครถามว่า แล้วสัตว์ป่าได้รับผลกระทบไหม ก็เพราะคนเหล่านี้ได้ประโยชน์จากมัน
แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่การใช้ประโยชน์นั้น คนเหล่านี้ไม่ได้รับประโยชน์โพดผลใดๆ เหล่า hypocrite เหล่านี้ ก็จะลุกขึ้นมาเสแสร้งเป็นนักอนุรักษ์โดยทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้ใช้ประโยชน์คือคนจนในเขตป่า
ทั้งที่แม้ว่า พื้นที่เหล่านั้น พวกเขาจะมีสิทธิใช้ประโยชน์อย่างถูกต้อง เพราะอยู่มาก่อนการประกาศป่าอนุรักษ์ก็ตามที การเมือง save ทับลาน จึงเป็นการเมืองทางชนชั้นอย่างไม่ต้องสงสัย ระหว่างชนชั้นกลาง hypocrite นักอนุรักษ์ กับชนชั้นล่างในชายป่าของไทย
น่าสนใจที่สำหรับ hypocrite เหล่านี้ ป่าอนุรักษ์สามารถอยู่ร่วมกับเขื่อน ถนน มหาวิทยาลัย โครงการของรัฐ และกิจกรรมอีกสารพัดอย่างได้ แต่กลับอยู่ร่วมกับชาวบ้านไม่ได้
นี่มันไม่ใช่แค่การเมืองเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่มันคือการเมืองของชนชั้นที่ถูกแต่งหน้าให้ดูเหมือนการอนุรักษ์ เอาเข้าจริง คนเหล่านี้ไม่ได้รักป่าหรอก พวกเขารักอำนาจในการตัดสินว่าใครมีสิทธิอยู่ในป่าต่างหาก

อ.ปิ่นแก้ว สะท้อนประเด็น Save ทับลาน ชี้ไม่ใช่แค่การเมืองเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่มันคือการเมืองของชนชั้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ‘บอร์ดอุทยานฯ’ เคาะมติเฉือนป่า อุทยานทับลาน 155,865 ไร่ ให้ ส.ป.ก.
- ทส.จ่อตั้ง คกก. 2 คณะ พิสูจน์สิทธิ์ กลุ่ม 4 พื้นที่กว่า 1 แสนไร่ ป่าทับลาน คืนความเป็นธรรมให้ชุมชนดั้งเดิม
- อุทยานแห่งชาติทับลาน ประกาศเข้ม ห้ามซื้อ-ขาย เปลี่ยนแปลงผู้ครอบครองทำประโยชน์ในพื้นที่อุทยานฯ
- เลาฟั้ง สส.พรรคประชาชน เตือนสติ กระแส SAVE ทับลาน ลั่นอย่ามั่ว คนอยู่มาก่อน รัฐขีดเส้นป่าทับทีหลัง