สมาคมพฤกษศาสตร์ สรุปสาเหตุ ทุเรียนซ้อน นานๆครั้งจะพบสักครั้ง ชี้ไม่ใช้โรคระบาด ไม่ใช่การกลายพันธุ์ถาวร ไม่ใช่ผลจากการดัดแปรพันธุกรรม
วันที่ 29 มิ.ย.2569 สมาคมพฤกษศาสตร์ในพระบรมราชินูปถัมภ์ Botanical Society of Thailand ให้ความรู้ในเรื่อง ทุเรียนซ้อน ปรากฏการณ์ที่พบโครงสร้างคล้ายหนามทุเรียนหรือผลทุเรียนขนาดเล็กซ้อนอยู่ภายในพู (มักเรียกกันในภาษาชาวบ้านว่า ทุเรียนซ้อน หรือ ทุเรียนตั้งท้อง) ในทางพฤกษศาสตร์และสรีรวิทยาของพืชสามารถอธิบายสาเหตุหลักได้ดังนี้
1. ความผิดปกติในการพัฒนาของตาดอก (Floral Proliferation / Teratological Development)
เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นตั้งแต่ระยะการพัฒนาตาดอก (Flower bud differentiation) โดยกลุ่มเซลล์เจริญ (Meristem) มีกระบวนการแบ่งตัวและพัฒนาที่ผิดเพี้ยนไป แทนที่รังไข่จะเจริญเติบโตเป็นพูและเมล็ดตามปกติ กลับเกิดการพัฒนาของเนื้อเยื่อซ้อนซ้ำ (Double flower หรือ Secondary ovary) เจริญแทรกอยู่ภายในรังไข่หลัก เมื่อผลทุเรียนหลักขยายขนาดขึ้น โครงสร้างที่ซ้อนอยู่ด้านในจึงเจริญเติบโตตามจนดูเหมือนมีผลทุเรียนจิ๋วอยู่ภายใน

2. การแปรปรวนของสภาพแวดล้อมและฮอร์โมนพืช
กระบวนการแบ่งเซลล์ที่ผิดปกตินี้ มักถูกกระตุ้นโดยปัจจัยภายนอกและภายในในช่วงวิกฤตของการฟอร์มดอกและผลอ่อน
สภาพอากาศแปรปรวน เช่น การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างฉับพลัน หรือการได้รับน้ำไม่สม่ำเสมอในช่วงที่ต้นทุเรียนกำลังสร้างตาดอก
ความไม่สมดุลของฮอร์โมนพืช : ฮอร์โมนในกลุ่มออกซิน (Auxins) และไซโตไคนิน (Cytokinins) ที่ควบคุมการแบ่งเซลล์และการขยายขนาดของเนื้อเยื่อเกิดความไม่สมดุลเฉพาะจุด ทำให้เนื้อเยื่อภายในเจริญเติบโตผิดไปจากแผนผังพันธุกรรมปกติ
3.การเจริญผิดที่ของผนังรังไข่ชั้นใน (Endocarp Outgrowth)
ลักษณะปุ่มปมคล้ายหนามที่เรียงรายอยู่ภายในพู คือ การที่ผนังรังไข่ชั้นใน (Endocarp) หรือเนื้อเยื่อบริเวณแกนพู ถูกกระตุ้นให้เจริญเติบโตยื่นออกมาเป็นหนามเลียนแบบเปลือกนอก แทนที่จะพัฒนาเป็นออวุล (Ovule) เมล็ด หรือเนื้อทุเรียน (Aril) ที่สมบูรณ์
มุมมองของนักพฤกษศาสตร์ได้วิเคราะห์ทางพฤกษศาสตร์มองว่าเป็นการพัฒนาผิดตำแหน่ง (Ectopic development) ของเนื้อเยื่อผนังผล และกระบวนการ Organ duplication ถือเป็นการอธิบายกลไกในระดับยีนและเนื้อเยื่อที่ตรงจุดมาก

ถ้าเราขยายความตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ จะเห็นภาพชัดเจนขึ้นใน 2 ประเด็นหลัก
1. การแสดงออกผิดที่ของยีนควบคุมการพัฒนาผล (Homeotic Mutant / ABC Model)
ในพืชจะมีกลุ่มยีนที่ทำหน้าที่กำหนดอัตลักษณ์ของอวัยวะดอกและผล (เช่น ยีนในกลุ่ม MADS-box) ซึ่งทำหน้าที่เหมือนพิมพ์เขียวว่าจุดไหนควรโตไปเป็นเกสร คาร์เพล หรือผนังผล
การที่เกิดหนามทุเรียนขึ้นด้านในโพรงคาร์เพล เกิดจากการที่ยีนซึ่งปกติจะกระตุ้นการสร้างหนามที่ผนังผลชั้นนอก (Exocarp) เกิดการแสดงออกผิดที่ (Ectopic expression) เข้ามาเปิดการทำงานในเนื้อเยื่อผนังผลชั้นใน (Endocarp) หรือบริเวณแกนร่วมแทน
ส่งผลให้เซลล์บริเวณนั้นเข้าใจผิดว่าตัวเองอยู่ด้านนอก จึงพัฒนาโครงสร้างไปเป็นหนามและผนังผลจำลอง เกิดเป็นอวัยวะซ้ำซ้อนซ่อนอยู่ข้างในอย่างที่เห็นในภาพ
2. ความผิดปกติในระยะเริ่มสร้างคาร์เพล (Carpel Margin / Meristematic Activity)
อย่างที่กล่าวถึงการแบ่งตัวผิดปกติในระยะเริ่มสร้างผล ในช่วงที่ขอบคาร์เพล (Carpel margins) กำลังม้วนตัวเข้ามาเชื่อมกันเพื่อพัฒนาเป็นห้องรังไข่ หากเกิดกลุ่มเซลล์เจริญที่แบ่งตัวไวเกินไป (Hyperactive meristematic cells) แทรกอยู่ตรงกลาง กลุ่มเซลล์นี้จะไม่ยอมพัฒนาไปเป็นออวุลหรือแกนกลางตามปกติ แต่จะแยกตัวออกมาตั้งกลุ่มสร้าง “ผลย่อย” ซ้อนขึ้นมาอีกชั้นหนึ่งภายในโพรงเดิม
การวิเคราะห์ของนักพฤกษศาสตร์ช่วยให้เห็นภาพว่า ปรากฏการณ์ “ทุเรียนซ้อน” นี้ไม่ใช่แค่ความบังเอิญทางกายภาพภายนอก แต่เป็นผลมาจาก ความรวนของระบบสลับสวิตช์ในระดับพันธุกรรม (Genetic Switching) และพัฒนาการของเนื้อเยื่อเจริญ ที่เกิดขึ้นเฉพาะจุดในดอกนั้นๆ เป็นเคสที่น่าสนใจในแง่กายวิภาคศาสตร์พืช (Plant Anatomy)
สรุป : ปรากฏการณ์ทุเรียนซ้อนเป็น ความผิดปกติทางสรีรวิทยาเฉพาะผล (Physiological Disorder) นานๆ ครั้งจะพบสักหนหนึ่ง ไม่ใช่โรคระบาด ไม่ใช่การกลายพันธุ์ถาวร และไม่ใช่ผลจากการดัดแปรพันธุกรรม (GMOs) แต่อย่างใด
ข้อมูลจาก ผศ.ดร.อนิษฐาน ศรีนวล กรรมการวิชาการ สมาคมพฤกษศาสตร์ในพระบรมราชินูปถัมภ์ อาจารย์ประจำสาขาชีววิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ(ประสานมิตร)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ที่มา : สมาคมพฤกษศาสตร์ในพระบรมราชินูปถัมภ์ Botanical Society of Thailand
