ใครจะไปคิด แค่ข้อเท้าพลิก ทำเอาเกือบเสียชีวิต เพราะลิ่มเลือดเข้าไปอุดตันในปอด อาจทำให้หัวใจหยุดเต้นในเวลาอันสั้นได้ เผยอาการเบื้องต้น ชี้ใครบ้างที่เสี่ยง
วันที่ 6 ก.ค.69 หมอฟิว โพสต์เตือนให้สังเกตตัวเองลงในเฟซบุ๊ก “หมอฟิว Financial Flow” หลังมีคนไข้แค่เท้าพลิก แต่ทำให้จะเสียชีวิต โดยระบุว่า
ข้อเท้าพลิก…สุดท้ายเกือบเสียชีวิต เพราะอะไร?
กลางดึกวันหนึ่ง ผมถูกปลุกให้ลงไปตรวจคนไข้ผู้หญิงอายุประมาณ 20 ปลายๆ สัญญาณชีพทุกอย่างปกติ ความดันปกติ ออกซิเจนปกติ พูดคุยรู้เรื่อง ผมถาม “วันนี้เป็นยังไงบ้างครับ” คนไข้ตอบ “รู้สึกใจสั่น เหนื่อยๆ มา 2 วันแล้วค่ะ วันนี้เป็นมากขึ้น เลยตัดสินใจมาหาหมอ” ผมถามต่อ “ช่วงนี้เครียดไหมครับ” “ไม่ค่ะ”
หลังจากซักประวัติต่อ ทั้งอาการและการตรวจร่างกายก็แทบไม่มีอะไรผิดปกติ ผมจึงให้พยาบาลทำคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ถ้าคนทั่วไปมอง… หลายคนคงบอกว่า “ก็หัวใจเต้นเร็วหน่อย” ประมาณ 100 ครั้งต่อนาที แต่สำหรับหมอห้องฉุกเฉิน เราถูกสอนให้คิดถึงโรคที่อันตรายที่สุดไว้ก่อนเสมอ เพราะโรคที่พลาดครั้งเดียว…อาจไม่มีโอกาสแก้ตัว
ระหว่างดูคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ผมสะดุดกับ “รายละเอียดเล็กๆ” บางอย่าง มันยังไม่ใช่หลักฐานยืนยันโรค แต่เพียงพอที่จะทำให้ผมสงสัยว่า… นี่อาจไม่ใช่อาการใจสั่นธรรมดา ผมจึงถามต่อทันที “ช่วงนี้มีนั่งนานๆ นอนนานๆ หรือมีขาบวมผิดปกติไหมครับ” คนไข้ตอบพร้อมดึงขากางเกงขึ้น “มีค่ะหมอ”
“เมื่อเดือนก่อน หนูตกบันได ข้อเท้าพลิก ไปเอกซเรย์แล้วไม่หัก แต่ยังเจ็บอยู่ เลยแทบไม่ได้เดินเลย เดือนที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ลุกแค่ไปเข้าห้องน้ำ” …แค่นั้นก็ทำให้ภาพทุกอย่างเริ่มต่อกัน ผมจึงขอตรวจเลือดเพิ่มเติม ประมาณ 1 ชั่วโมงต่อมา ผลเลือดตัวหนึ่งออกมาสูงผิดปกติ ซึ่งบ่งชี้ว่า อาจมีลิ่มเลือดเกิดขึ้นในร่างกาย
ผมจึงอธิบายกับคนไข้ว่า “ผมอยากส่งตรวจ CT Scan ปอดเพิ่มเติมนะครับ เพราะมีโรคหนึ่งที่ผมกังวล” สุดท้าย… ผล CT Scan ออกมา เป็นอย่างที่ผมคิดจริงๆ คนไข้เป็น ลิ่มเลือดอุดตันในปอด (Acute Pulmonary Embolism) หลายคนอาจสงสัยว่า… ข้อเท้าพลิก มันเกี่ยวอะไรกับปอด?
จริงๆ แล้ว… ไม่ใช่ “ข้อเท้าพลิก” ที่อันตราย แต่เป็นการที่คนไข้ แทบไม่ได้เดินอยู่เกือบทั้งเดือน เมื่อขาไม่ค่อยขยับ เลือดจะไหลช้าลง มีโอกาสเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำที่ขา และเมื่อวันหนึ่งลิ่มเลือดหลุด… มันจะไหลตามกระแสเลือดขึ้นไปอุดตันที่ปอด
ลองนึกภาพว่า… หัวใจคือ “ปั๊มน้ำ” ส่วนปอดคือ “เครื่องกรอง” เลือดทุกหยดต้องผ่านปอดเพื่อรับออกซิเจนก่อนส่งไปเลี้ยงทั้งร่างกาย แต่ถ้ามีลิ่มเลือดไปอุดทางไว้ เลือดก็ผ่านไม่ได้ หัวใจจึงต้องปั๊มแรงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อดันเลือดผ่านสิ่งกีดขวาง ถ้าลิ่มเลือดก้อนใหญ่พอ… หัวใจอาจรับภาระไม่ไหว ความดันตก หมดสติ และหัวใจหยุดเต้นได้ภายในเวลาอันสั้น
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของโรคนี้ คือ… คนไข้จำนวนไม่น้อย ดูไม่ได้ป่วยหนักเลย บางคนแค่เหนื่อย บางคนแค่ใจสั่น บางคนแค่หายใจไม่อิ่ม เหมือนคนไข้รายนี้ เดินเข้าห้องฉุกเฉินเอง พูดคุยได้ปกติ ออกซิเจนยังปกติ ถ้าวันนั้นผมมองว่าเป็นแค่ “เครียด” หรือ “หัวใจเต้นเร็วธรรมดา” คนไข้คนนี้อาจกลับบ้านไปพร้อมโรคที่สามารถคร่าชีวิตเขาได้
ใครบ้างที่เสี่ยง?
– นอนติดเตียง หรือแทบไม่ได้เดินหลายวัน
– เดินทางไกล นั่งรถหรือนั่งเครื่องบินหลายชั่วโมง
– เพิ่งผ่าตัดใหญ่ หรือกระดูกหัก
– ตั้งครรภ์ หรือเพิ่งคลอด
– รับประทานยาคุมกำเนิดหรือฮอร์โมนเอสโตรเจน (โดยเฉพาะหากสูบบุหรี่)
– ผู้ป่วยมะเร็ง
– เคยมีลิ่มเลือดอุดตันมาก่อน
– มีโรคที่ทำให้เลือดแข็งตัวง่ายผิดปกติ
อาการที่ไม่ควรมองข้าม เหนื่อยกะทันหัน, เจ็บหน้าอก โดยเฉพาะเวลาหายใจเข้าลึกๆ, ใจสั่น หรือหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ, หน้ามืด เป็นลม, ไอเป็นเลือด, ขาบวม ปวด แดง หรือร้อนข้างเดียว หลายคนคิดว่า… “แค่เหนื่อย” “แค่ใจสั่น” คงไม่เป็นอะไร แต่โรคอันตรายบางโรค… เริ่มต้นด้วยอาการเพียงเท่านี้
หากโพสต์นี้ทำให้คุณรู้จัก “ลิ่มเลือดอุดตันในปอด” มากขึ้น ฝากกดแชร์ต่อให้คนในครอบครัวและเพื่อนๆ ได้อ่านนะครับ เพราะคุณอาจไม่ได้แค่แชร์ความรู้… แต่อาจกำลังช่วยให้ใครสักคนไปโรงพยาบาลได้ทันเวลา และช่วยรักษาชีวิตเขาไว้ได้