เปิดใจ ยายติ๋ม อดีตเศรษฐีร้อยล้าน ดูแลหมาแมวจร 2 พันชีวิต จำต้องขายสมบัติ ประคองค่าใช้จ่าย หลังรายได้หลักพึ่งพาเงินบริจาค ยังหวังได้รับความเป็นธรรม คดีอดีตลูกน้องโกง 10 ล้าน

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ร้านทำทองนะโมบ้านช่างทอง เพชร ทอง & จิวเวอรี่ โพสต์คลิปวิดีโอ คุณยายติ๋ม ที่นำกรอบทองไปขาย พร้อมเขียนแคปชั่นว่า “คุณยายเลี้ยงหมาและแมวไว้ในบ้าน 1,700 ตัว ตอนนี้ยอมขายทรัพย์ทุกอย่างเพื่อเลี้ยงดูน้องหมา จากเศรษฐีมีเงินหลายร้อยล้านบาท”ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด วันที่ 18 ก.ค.2569 ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ คุณแม่กวิพร วินิจเถาปฐม อายุ 76 ปี หรือยายติ๋ม พร้อมกับ นานอนันต์ธรณ์ วินิจเถาปฐม อายุ 37 ปี ลูกชาย และเป็น เจ้าของสถานสงเคราะห์สัตว์ บ้านนางฟ้าของสัตว์จร โดยทั้งคู่เปิดใจกับข่าวสดออนไลน์ว่า ปัจจุบันที่บ้านนางฟ้าของสัตว์จร มีหมาจรที่เก็บมาดูแลกว่า 2,000 ตัว แมว 400 ตัว ซึ่งตอนนี้ทางสถานสงเคราะห์ไม่ได้รับหมาแมวจรเพิ่มแล้ว และลูกชายกำลังประกาศตามหาบ้านให้หมาแมวบางตัวอีกด้วย

ปัจจุบันรายได้หลักที่นำมาเลี้ยงดูหมาแมวจรคือมาจากมีผู้คนคอยบริจาคช่วยเหลือ และจากการขายทรัพย์สินของตนเอง ทั้งเคยขายบ้าน ทอง หรือของมีค่าเพื่อมาเลี้ยงดูหมาแมวทั้งหมด เพราะทิ้งหมาแมวพวกนี้ไม่ได้ ซึ่งรายได้ต่อเดือนอย่างน้อย 400,000 บาทที่ต้องคอยดูแลหมาแมวทั้งหมด ส่วนที่นำกรอบทองไปขายนั้น เพราะตอนเอากรอบทองไปจำนำแล้วผ่อนดอกแต่ละงวดไม่ไหว จึงไปนำกรอบทองออกมาและนำมาขาย

ยายติ๋ม เล่าถึงเรื่องราวในอดีตเพิ่มเติมว่า เมื่อก่อนที่รับเลี้ยงหมาแมวจร ตนเองไม่ได้เปิดรับบริจาคแต่อย่างใด แต่ตอนนั้นสามีของตนทำธุรกิจ จึงนำเงินที่ได้จากการทำธุรกิจมาเลี้ยงดูหมาแมว แต่เมื่อปี 2564 สามีเสียชีวิต และบวกกับถูกลูกน้องที่ทำงานกับสามีโกง โดยการนำรถไถกว่า 32 คัน ที่ตอนนี้ตนยังมีเล่มทะเบียนอยู่ รวมถึงอุปกรณ์ซ่อมรถ แอบไปขายทั้งหมด มูลค่ามากกว่า 10 ล้านบาท ทำให้ธุรกิจไม่สามารถไปต่อได้

หลังเกิดเหตุครั้งนั้น ตนได้ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ระเบาะไผ่ จ.ปราจีนบุรี เนื่องจากสาขาที่เกิดเหตุ อยู่ จ.ปราจีนบุรี ในข้อหาลักทรัพย์นายจ้าง แต่ก็ยังไม่ได้รับความเป็นธรรมจนถึงทุกวันนี้ เมื่อก่อนตนกับลูกชายเดินทางจากบ้านที่ จ.สระบุรี ไปที่ สภ.ระเบาะไผ่ 10 ครั้งได้ เพื่อไปสอบปากคำรวมถึงถามไถ่เรื่องคดี

และต้องการนัดเจอ นัดไกล่เกลี่ยกับคู่กรณี แต่ก็ไม่เคยเจอคู่กรณีเลยสักครั้ง จนถึงทุกวันนี้ และล่าสุดรู้แค่ว่าคู่กรณีทำรับเหมาก่อสร้างอยู่ ส่วนด้านคดีความเจ้าหน้าที่ตำรวจเงียบหายไปเลย ตนจึงตัดสินใจไม่ได้ตามคดี เพราะเสียทั้งเวลา ทั้งค่าน้ำมันรถมามากพอแล้ว ขอกลับมาดูแลหมาแมวดีกว่า

ยายติ๋ม บอกอีกว่า แม้เรื่องจะผ่านไปหลายปีแต่ตนก็ยังอยากได้รับความยุติธรรมและอยากได้เงินคืน แต่ตนก็ไม่มีปัญญาจะไปทำอะไรได้ และหลังจากถูกโกงครั้งนั้นไป ปัญหาก็รุมเร้า ถูกฟ้อง ถูกยึดที่อยู่อาศัย เพราะบริษัทไม่ได้ดำเนินกิจการแล้ว อีกทั้งยังเป็นหนี้ธนาคารทำให้ไม่มีเงินที่จะใช้จ่ายหนี้ เงินบริจาคที่ได้รับมาก็ใช้กับหมาแมวทั้งหมด จึงต้องขายทรัพย์สินจ่ายหนี้

ส่วนที่หลายคนสงสัยว่าทำไมไม่จ้างทนาย ยายติ๋มบอกว่า เคยถูกทนายหักหลังและไม่มีกำลังทรัพย์พอที่จะจ้าง และไม่มีเวลาพอ เพราะลำพังอยู่กับลูกชายแค่ 2 คน ก็แทบไม่มีเวลาแล้ว ต้องดูแลสุนัขทั้งวัน เมื่อถามว่ามีความหวังอยู่หรือใหม่กับความยุติธรรมนั้น ยายติ๋มบอกว่า ก็ไม่รู้ว่าคนที่ขโมยทุกอย่างไปขายจะใช้เงินหมดไปแล้วหรือเปล่า

แต่เชื่อว่าเขาอาจจะโยกย้ายเงินที่ได้ไปให้กับญาติพี่น้อง หรือใช้ไปหมดแล้ว ยายติ๋มอ้างอีกว่าพนักงานสอบสวนที่ทำคดีก็มีความสนิทสนมกับคนที่โกงเพราะบริษัทที่มีรถบรรทุกจะต้องจ่ายเงินให้กับตำรวจมาตลอดทำให้เกิดความสนิทสนมกัน จนตนไม่ได้รับความยุติธรรม

ด้านนายอนันต์ธรณ์ ลูกชาย บอกว่า ตนรับรู้เรื่องราวทั้งหมด และรู้ว่าครอบครัวเจอปัญหาหรือเจออะไรอยู่ จึงเลือกไม่ทำงานทั้งที่เรียนจบต่างประเทศ เลือกที่จะไม่มีครอบครัวหรือภรรยา เพราะอยากจะช่วยแม่ที่คอยดูแลหมาแมวจรหลายพันตัว แค่นี้ก็ไม่มีเวลาทำอะไรแล้ว

ส่วนเรื่องเงินบริจาค ถ้าช่วงไหนที่เป็นข่าวก็จะมีคนบริจาคเข้ามาจำนวนมากแต่พอข่าวเงียบเงินบริจาคก็หายไปจำนวนมากเช่นกัน แม่จึงต้องนำทรัพย์สินไปขาย

นายอนันต์ธรณ์ บอกว่า สุดท้ายนี้ขอฝากบ้านนางฟ้าของสัตว์จร ที่จ.สระบุรี สามารถแวะมาหาน้องๆได้ หรือสามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 0890996000

ป้าติ๋ม ยังได้มรดก 100 ล้าน ยึดคืนไม่ได้ อ.ปรเมศวร์ ชี้ไม่เกี่ยวธุรกิจหญิงฝรั่งเศส

อดีตเคยรวยร้อยล้าน ถูกโกงหมดตัว เป็นข่าวดัง ตัดสินใจจำนำกรอบพระทองคำ ดูแลหมาจร 1,700 ตัว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน