กทม. – ตร. สุ่มตรวจสถานบันเทิงเอกมัย เจอยังไม่ผ่านมาตรฐาน “ชัชชาติ” ชี้อัพเดตเช็กลิสต์เป็น 17 ข้อ พร้อมปรับเปลี่ยนให้ทันเทคโนโลยี จ่อปรับโซนนิ่ง เตรียมปิดเพิ่มอีก 1 แห่ง
เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 19 ก.ค.69 ที่ สน.ทองหล่อ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร, รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, นายสิทธิชัย อรัณยกานนท์ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้แทนสำนักงานเขต และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ตรวจสถานบริการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อบูรณาการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยและการปฏิบัติตามกฎหมาย สร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว
การตรวจครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานคร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานเขต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งตรวจสอบทั้งด้านโครงสร้างอาคาร ทางเข้า–ออก ทางหนีไฟ ระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย ระบบไฟฟ้า อุปกรณ์ด้านความปลอดภัย ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน และแผนอพยพเมื่อเกิดเหตุ ตลอดจนการปฏิบัติตามกฎหมายและเงื่อนไขการประกอบกิจการ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด หากพบข้อบกพร่องหรือการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย หน่วยงานที่มีอำนาจจะดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมกำหนดแนวทางแก้ไขและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำและยกระดับความปลอดภัยอย่างเป็นรูปธรรม
พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวขอบคุณกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตวัฒนา และทุกหน่วยงานที่ร่วมบูรณาการกำลังในการตรวจสถานบริการครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว โดยที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมกับกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขต ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมออกตรวจสถานบริการ สถานบันเทิงทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 13 – 18 กรกฎาคม 2569 รวม 573 แห่ง
พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวต่อว่า การดำเนินการครั้งนี้สืบเนื่องจากเหตุเพลิงไหม้สถานประกอบการย่านลาดพร้าวเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียและเป็นบทเรียนสำคัญที่ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารและสถานประกอบการอย่างจริงจัง ทั้งด้านโครงสร้างอาคาร ระบบไฟฟ้า ระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย ทางออกฉุกเฉิน ทางหนีไฟ ระบบแจ้งเตือนภัย และแผนเผชิญเหตุ โดยต้องมีการตรวจสอบ ประเมิน และติดตามอย่างต่อเนื่องตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย
การระดมตรวจในครั้งนี้ ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการบังคับใช้กฎหมาย แต่เป็นมาตรการเชิงป้องกันที่มุ่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของสถานบริการและสถานประกอบการทุกแห่ง ให้ผู้ประกอบการตระหนักถึงหน้าที่และความรับผิดชอบในการดูแลสถานที่ให้ปลอดภัยตามมาตรฐาน ลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนและสังคม
พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวอีกว่า ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ ยึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่เลือกปฏิบัติ และไม่สร้างภาระเกินสมควรแก่ผู้ประกอบการ พร้อมทั้งเน้นการประชาสัมพันธ์และให้คำแนะนำเกี่ยวกับข้อกฎหมาย มาตรฐานด้านความปลอดภัย และแนวทางแก้ไขข้อบกพร่อง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว โดยเฉพาะกรณีที่พบจุดเสี่ยงซึ่งอาจกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน ต้องเร่งแก้ไขโดยทันที และติดตามผลจนเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันปิดช่องว่างของการกำกับดูแล ตั้งแต่กระบวนการอนุญาต การตรวจสอบ การบังคับใช้กฎหมาย การเตรียมความพร้อมรองรับเหตุฉุกเฉิน ไปจนถึงการติดตามแก้ไขข้อบกพร่องอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง พร้อมนำบทเรียนจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาไปพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยของสถานบริการทุกแห่ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว
สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่าจะบูรณาการการทำงานร่วมกับกรุงเทพมหานครและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของสถานบริการทั่วประเทศ ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและมาตรการเชิงป้องกัน เพื่อให้ทุกสถานประกอบการมีความปลอดภัยตามมาตรฐาน สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน นักท่องเที่ยว และส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในระยะยาว
พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวด้วยว่า การลงพื้นที่ตรวจครั้งนี้ ได้นำบทเรียน 10 ข้อ ที่กรุงเทพมหานครได้ถอดบทเรียนจากการตรวจสอบเหตุไฟไหม้ร้านอาหารย่านลาดพร้าวเข้ามาร่วมตรวจสอบ สถานประกอบการและสถานบริการในพื้นที่เขตวัฒนาเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มี สถานประกอบการและสถานบริการหลายแห่งที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่น
ซึ่งจะให้มุ่งเน้นการตรวจสอบไปที่ความปลอดภัยของอาคารสถานที่ โดยเฉพาะทางหนีไฟและทางเข้าออกสามารถที่ใช้งานได้จริงไม่มีสิ่งกีดขวาง รวมถึงต้องมีป้ายบอกทางที่ชัดเจนมีไฟฉุกเฉิน และมีอุปกรณ์ระงับอัคคีภัยตามที่กฎหมายกำหนดซึ่งอุปกรณ์ทุกชนิดต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและมีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง หากพบมีจุดบกพร่องผู้ประกอบการเร่งดำเนินการแก้ไขโดยทันที
ด้าน นายชัชชาติ เปิดเผยว่า ในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีสถานบริการที่ต้องดำเนินการตรวจสอบประมาณ 1,100 แห่ง แต่เนื่องจากขณะนี้เป็นมาตรการเร่งด่วน จึงจำเป็นต้องเลือกตรวจสอบสถานประกอบการที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่นเนื่องจากมีความเสี่ยงสูง โดยจะเร่งดำเนินการตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 14 วัน ส่วนที่เหลือจะตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน
สำหรับพื้นที่เขตวัฒนา พบว่า มีสถานบริการที่ได้รับใบอนุญาตเปิดจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล 19 แห่ง และ มี 74 แห่ง ที่ได้รับใบอนุญาตเปิดเป็นสถานประกอบการคล้ายสถานบริการ จากสำนักงานเขตวัฒนา ในจำนวนนี้ ทางสำนักงานเขตได้ดำเนินการตรวจสอบแล้ว 34 แห่ง แล้วพบว่าไม่มีใบอนุญาต 3 แห่ง จึงมีคำสั่งให้ผิดสถานบริการ และเตรียมจะพิจารณาปิดเพิ่มอีก 1 แห่ง นอกจากนี้ยังต้องเฝ้าระวังในพื้นที่ซอยคาวบอยเนื่องจากเป็นพื้นที่เสี่ยงที่ ที่พบว่าอาคารบริเวณนั้นได้ก่อสร้างมานานและมีกายภาพเป็นพื้นที่แออัด
ต่อมา พล.ต.ต.ชรินทร์ รอง ผบช.น.พร้อมคณะผู้บริหาร กทม., ผอ.เขตวัฒนา และกำลังเจ้าหน้าที่สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม., ตำรวจ สน.ทองหล่อ เข้าตรวจสอบร้านนั่งเล่นเล่น เอกมัยซอย 5 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ซึ่งผลการตรวจสอบ การป้องกันอัคคีภัย และทางหนีไฟ ของทางร้าน พบว่า ยังไม่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย เช่น ประตูหนีไฟที่ต้องแก้ไขในเรื่องสีไม่ให้กลมกลืนกับตัวอาคาร หากเกิดเหตุไฟไหม้อาจทำให้ นักท่องเที่ยวหาทางออกไม่เจอ และป้ายสัญญาณทางหนีไฟ รวมถึงปุ่มสัญญาณเตือนไฟไหม้ฉุกเฉิน ไม่สามารถใช้งานได้ซึ่งทางสำนักงานเขตวัฒนาจะมีหนังสือคำสั่ง ให้แก้ไขปรับปรุง และจะไม่อนุญาตให้เปิดบริการ จนกว่าจะมีการแก้ไขแล้วเสร็จต่อไป
