หมอเจด เผยอึดำอย่าชะล่าใจ อึแบบไหนเสี่ยง เลือดออกในทางเดินอาหาร ต้องระวัง อาจไม่ใช่แค่ “เมื่อวานกินอะไรสีดำหรือเปล่า?” “กินเลือดหมูมาไหม?”

นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ หรือ “หมอเจด” รองผู้อำนวยการกิจการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ในเพจ หมอเจด ถึงการสังเกตอุจจาระที่มีสีดำ อย่าชะล่าใจ! อึแบบไหนเสี่ยงเลือดออกในทางเดินอาหาร?

โดยระบุว่า อึดำครั้งเดียว หลายคนจะคิดก่อนเลยครับว่า “เมื่อวานกินอะไรสีดำหรือเปล่า?” “กินเลือดหมูมาไหม?” “หรือเพราะกินธาตุเหล็ก?” ซึ่งบางครั้งก็ใช่ เพราะอาหารหรือยาบางอย่างทำให้อุจจาระสีเข้มได้จริง

แต่ถ้าอุจจาระเป็น ดำสนิท เหนียว มันวาว คล้ายยางมะตอย และมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ แบบนี้ผมไม่อยากให้คิดว่า “เดี๋ยวก็คงหาย” เพราะนี่อาจเป็ อุจจาระดำจากเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนต้น (melena) เช่น กระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้นครับ

พูดง่ายๆ คือเลือดออกด้านบน แล้วเลือดถูกย่อยระหว่างเดินทางลงมา จนสีเปลี่ยนเป็นดำ ดังนั้นเรื่องนี้ไม่ได้ดูแค่ “สีดำหรือไม่ดำ” ต้องดูทั้ง สี ลักษณะ กลิ่น อาการร่วม และสิ่งที่กินหรือยาที่ใช้อยู่

1.ถ้าดำแบบ “ยางมะตอย” ต้องคิดเรื่องเลือดออกก่อน
อุจจาระจากเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนต้น มักไม่ใช่แค่สีน้ำตาลเข้มครับ ลักษณะที่ผมอยากให้จำคือ

-ดำสนิท
-เหนียว
-เป็นมัน
-เช็ดติดง่าย

บางคนบอกว่ากลิ่นแรงและเหม็นผิดจากปกติชัดเจน ตรงนี้เกิด เพราะเลือดถูกกรดและน้ำย่อยในกระเพาะกับลำไส้ย่อยไปแล้วครับ

สาเหตุที่พบได้ เช่น แผลในกระเพาะ , แผลในลำไส้เล็กส่วนต้น , กระเพาะอักเสบรุนแรง , หลอดอาหารหรือกระเพาะมีเส้นเลือดขอดแล้วแตก , เนื้องอกหรือมะเร็งบางชนิด หรือแผลจากยาบางกลุ่ม ดังนั้นถ้าดำแบบนี้ โดยเฉพาะเกิดซ้ำ ผมอยากให้ประเมินจริงจังครับ

2.ถ้าดำแต่ “ไม่เหนียว ไม่เหม็นผิดปกติ” อาจมาจากอาหารหรือยาได้ ไม่ใช่อึดำทุกครั้งจะเป็นเลือดครับ

ตัวอย่างที่ทำให้อุจจาระเข้มขึ้นได้ เช่น
-ยาธาตุเหล็ก
-ยาที่มีบิสมัทบางชนิด
-อาหารสีเข้มบางอย่าง
-เลือดหมูหรืออาหารที่มีเลือด
-อาหารเสริมบางชนิด

ถ้าดำหลังเริ่มธาตุเหล็ก แล้วไม่มีอาการอื่น อาจเป็นผลจากยาได้ครับ จุดต่างที่ช่วยดูคร่าวๆ คือ อุจจาระจากธาตุเหล็กมักสีเข้มจริง แต่ไม่ได้จำเป็นต้องมีลักษณะเหนียวมันวาวและกลิ่นแรงแบบ melena แต่ถ้าแยกไม่ออก ผมไม่อยากให้เดาเองจากสีอย่างเดียวครับ

ยิ่งถ้ามีเวียนหัว ซีด ใจสั่น หรืออ่อนเพลียร่วมด้วย ต้องคิดเรื่องเสียเลือดก่อน

3.อึดำ + เวียนหัว ใจสั่น หน้ามืด อันนี้อย่ารอดู ตรงนี้สำคัญมากครับ ถ้ามีเลือดออกมากพอ ร่างกายจะเริ่มเสียปริมาตรเลือด

อาการที่อาจตามมา เช่น
-เวียนหัว
-หน้ามืดเวลาลุก
-ใจเต้นเร็ว
-อ่อนเพลียมาก
-หน้าซีด
-เหงื่อออก
-หายใจเร็ว หรือเป็นลม

ถ้ามีอุจจาระดำร่วมกับอาการพวกนี้ ผมไม่แนะนำให้นอนดูอาการอยู่บ้านครับ เพราะเราไม่ได้กังวลแค่เรื่องสีอุจจาระแล้ว แต่กำลังกังวลว่า เลือดออกมากจนความดันหรือการไหลเวียนเลือดเริ่มได้รับผลกระทบหรือไม่ ยิ่งถ้าอาเจียนเป็นเลือด หรืออาเจียนสีคล้ายกากกาแฟร่วมด้วย ยิ่งต้องไปประเมินด่วนครับ

4.คนที่กินยาแก้ปวดหรือยาละลายลิ่มเลือด ต้องระวังเป็นพิเศษ

คนที่ผมจะถามเรื่องยาทันทีคือคนที่มีอึดำครับ โดยเฉพาะยาแก้ปวดกลุ่ม เอ็นเสด (NSAIDs) เช่น ibuprofen, diclofenac, naproxen ยาพวกนี้เพิ่มความเสี่ยงต่อแผลและเลือดออกในกระเพาะหรือลำไส้ได้ โดยเฉพาะถ้าใช้บ่อย ใช้ขนาดสูง หรือใช้ร่วมกับยากลุ่มอื่นครับ

อีกกลุ่มคือยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น aspirin, clopidogrel, warfarin หรือยากลุ่ม DOAC ไม่ได้หมายความว่ายาเหล่านี้ “ไม่ดี” นะครับ หลายคนต้องใช้เพื่อป้องกัน Stroke หรือลิ่มเลือด

แต่ถ้ามีอุจจาระดำระหว่างใช้ยา ต้องรีบประเมินว่าเป็นเลือดออกหรือไม่ และ อย่าหยุดยาเองโดยไม่คุยกับแพทย์ เพราะการหยุดยาบางชนิดกะทันหันก็มีความเสี่ยงอีกด้านหนึ่งครับ

5.ถ้ามีปวดท้องเรื้อรัง แสบท้อง หรือเคยเป็นแผลกระเพาะ ต้องคิดถึงแผลเลือดออก บางคนก่อนอึดำจะมีอาการนำมาก่อนครับ

-แสบท้อง
-จุกลิ้นปี่
-ปวดท้องเวลาหิว
-ปวดหลังอาหาร
-เรอบ่อย
-คลื่นไส้

ตรงนี้อาจเกี่ยวกับแผลในกระเพาะหรือแผลในลำไส้เล็กส่วนต้นครับ

หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือเชื้อ เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร (H. pylori) ซึ่งทำให้กระเพาะอักเสบเรื้อรังและเพิ่มความเสี่ยงเกิดแผลได้ ถ้าแผลลึกไปโดนหลอดเลือด เลือดก็ออกได้ บางคนไม่มีอาการปวดมากเลยก็มีครับ โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือคนที่ใช้ยาแก้ปวดเป็นประจำ เพราะฉะนั้นอย่าคิดว่า “ถ้าเลือดออกจริงต้องปวดท้องมากแน่ๆ” ไม่เสมอครับ

6.อึดำกับ “เลือดสด” คนละเรื่อง แต่ทั้งคู่ต้องดูตำแหน่งและปริมาณ

ถ้าเลือดออกจากทางเดินอาหารส่วนต้น เลือดมักถูกย่อยจนกลายเป็นดำครับ แต่ถ้าเห็นเลือดสดแดงๆ เคลือบอุจจาระ หยดในโถ หรือเปื้อนกระดาษชำระ เราจะนึกถึงทางเดินอาหารส่วนล่างมากขึ้น เช่น ริดสีดวง แผลปริขอบทวาร ลำไส้ใหญ่ หรือไส้ตรง

แต่ก็ไม่ได้แปลว่า “เลือดสด = ริดสีดวงแน่นอน” โดยเฉพาะถ้ามีเลือดออกซ้ำ น้ำหนักลด ซีด ถ่ายเปลี่ยนไป หรืออายุมากขึ้น ต้องหาสาเหตุครับ

ในทางกลับกัน ถ้าเลือดออกจากทางเดินอาหารส่วนบน “มากและเร็วมาก” บางครั้งเลือดก็อาจออกมาเป็นแดงคล้ำหรือเลือดสดทางทวารได้เหมือนกัน

ดังนั้นสีช่วยบอกตำแหน่งคร่าวๆ แต่ไม่ได้ฟันธง 100% ครับ แล้วแบบไหนควรไปโรงพยาบาลทันที?

ถ้ามีอาการแบบนี้ ผมไม่อยากให้รอดูครับ

• อึดำเหนียวมันวาวซ้ำหลายครั้ง
• อาเจียนเป็นเลือด หรือคล้ายกากกาแฟ
• หน้ามืด เป็นลม ใจสั่นมาก
• อ่อนเพลียผิดปกติ หน้าซีด
• เจ็บหน้าอก หายใจเหนื่อย
• ปวดท้องรุนแรง
• ใช้ยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือดแล้วมีอึดำ
• มีโรคตับแข็งหรือเคยมีเส้นเลือดขอดในหลอดอาหาร
• มีเลือดออกมากจนถ่ายเป็นสีแดงคล้ำหรือแดงสดจำนวนมาก

กลุ่มนี้ต้องประเมินว่าเสียเลือดมากแค่ไหนครับ อาจต้องตรวจเลือด ดูความดัน ชีพจร และบางคนต้องส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนต้นเพื่อหาจุดเลือดออก

ถ้าอึดำครั้งเดียว ควรเช็กอะไรกับตัวเองก่อน?

ลองย้อนดูครับว่า เมื่อวานกินเลือดหมูหรืออาหารสีเข้มเยอะไหม เพิ่งเริ่มยาธาตุเหล็กหรือไม่ กินยาที่มีบิสมัทไหม ใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs บ่อยหรือเปล่า กิน aspirin หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดไหม มีแสบท้องหรือปวดลิ้นปี่ร่วมไหม
เวียนหัว ซีด หรือใจสั่นหรือเปล่า

ถ้าอึกลับมาเป็นสีน้ำตาลตามปกติ และมีเหตุผลชัดเจนจากอาหารหรือยา ก็อาจไม่ใช่เลือดออกครับ แต่ถ้าดำต่อเนื่องโดยไม่มีเหตุผลชัด หรือมีอาการผิดปกติร่วม อย่ารอจนเป็นหลายวันครับ

อึดำไม่ใช่คำตอบเดียวว่า “เลือดออกแน่นอน” แต่ถ้าเป็น ดำสนิท เหนียว มันวาว กลิ่นแรงผิดปกติ โดยเฉพาะมีหน้ามืด ใจสั่น ซีด อ่อนเพลีย หรืออาเจียนเป็นเลือดร่วมด้วย ผมอยากให้คิดถึงเลือดออกในทางเดินอาหารก่อนครับ

ส่วนอึดำจากธาตุเหล็กหรืออาหารเกิดได้จริง แต่ต้องดูทั้งลักษณะอุจจาระ อาการร่วม และยาที่ใช้อยู่ อย่ารอดูจากสีอย่างเดียวว่า “พรุ่งนี้คงหาย” เพราะถ้าเป็นเลือดออกจริง สิ่งที่สำคัญไม่ใช่แค่อึสีอะไร แต่คือ เสียเลือดมากแค่ไหน และเลือดออกจากตรงไหนครับ

ขอบคุณที่มา เพจ หมอเจด

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน